ประกาศ
บอร์ดนี้เปิดให้อ่านได้อย่างเดียวแล้วครับ

กรุณาย้ายเบา ๆ ไปยังบอร์ดชั่วคราวกันก่อนครับ

จิ้ม ๆๆ >> forum.banrasdr.com


หลังจากนั้นจะมีประกาศให้ทราบเป็นระยะ ๆ นะครับ


ไม่ต้องสมัครใหม่ครับ


Post Reply 
สุเทพ เทือกสุบรรณ กับตำแหน่งนายก ฯ สำรอง....บทวิเคราะห์จาก ไทยรัฐ..ข่าวสด
10-03-2010, 08:38 AM
โพสต์ทั้งหมด: #1
สุเทพ เทือกสุบรรณ กับตำแหน่งนายก ฯ สำรอง....บทวิเคราะห์จาก ไทยรัฐ..ข่าวสด
เผชิญความเสี่ยง ตัวแปรดับฝัน


เคาะโต๊ะออกมาชัดเจน

เลือกตั้งซ่อม ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 แทนนายชุมพล กาญจนะ อดีต
ส.ส.สุราษฎร์ธานี ที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง และตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี

คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์มีมติให้ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ลงสมัครรับ
เลือกตั้งซ่อม ส.ส.สุราษฎร์ธานีครั้งนี้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ ให้นายสุเทพ ลาออก
จาก ตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่าย ความมั่นคง ก่อนไปลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม โดยให้
เหตุผล เพื่อให้เกิดความสง่างาม ในขณะที่นายสุเทพก็ไม่ปฏิเสธ ยอมรับมติของพรรค
ประกาศจะลาออก จากตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้ง
ซ่อม ส.ส.สุราษฎร์ธานีในวันที่ 8 ตุลาคมนี้

ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 4-8 ตุลาคมนี้ และจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 30 ตุลาคม

โดยระบุถึงเหตุที่ยังไม่ลาออกในทันที เป็นเพราะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางไปร่วมประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป
ระหว่างวันที่ 3-8 ตุลาคม ที่กรุง บรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

ทั้งที่ก่อนหน้าที่คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์จะมีมติให้ลาออกจากตำแหน่ง
ก่อนไปลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

นายสุเทพยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯ เพราะไม่ขัดต่อคุณสมบัติตาม
กฎหมายเลือกตั้ง แต่สุดท้ายก็ยอมรับมติพรรค ยอมสละตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายความ
มั่นคง เพื่อไปลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส. จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ที่ติดตามการเมือง
เกิดความสงสัยว่า ทำไมนายสุเทพถึงยอมตัดใจจากเก้าอี้อำนาจ ยอมลาออกจากตำแหน่ง
รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง อย่างง่ายดายแทบไม่น่าเชื่อ

เพราะถ้าย้อนกลับไปกลางปี 2552 เมื่อครั้งที่นาย สุเทพโดนคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(กกต.) วินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. กรณีถือหุ้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ พร้อมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินชี้ขาด

ในครั้งนั้น นายสุเทพยอมลาออกจาก ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 เพื่อรักษาเก้าอี้
รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เอาไว้ โดยไม่รอการตัดสินชี้ขาดจากศาลรัฐธรรมนูญ
แต่คราวนี้ นายสุเทพกลับยอมลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯ เพื่อไปลงสมัคร
ส.ส. อย่างหน้าชื่นตาบาน ทุกคนจึงมองว่า เกมนี้ไม่ธรรมดาแน่

ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้กระแสข่าวเรื่อง "นายกฯสำรอง" กระหึ่มขึ้นมา
เพราะการเคลื่อนไหวของนายสุเทพที่สละเก้าอี้รองนายกฯ เพื่อไปลงสมัคร
รับเลือกตั้งซ่อม ส.ส. สอดรับ กับสถานการณ์ในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์
จากกรณีการใช้เงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์
ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญที่ใกล้งวดเข้ามาทุกขณะ

โดยเฉพาะเมื่อ "เทพเทือก" ได้สถานะการเป็น ส.ส. ก็จะทำให้เขาเป็นตัวเลือก
สำคัญในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองถึงขั้นยุบพรรค เพราะมีคุณสมบัติเข้า
เงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส.

ทั้งนี้ หากมองถึงความจำเป็นที่นายสุเทพต้องยอมลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯ
ฝ่ายความมั่นคง ทิ้งอำนาจที่มีอยู่ในมือ เพื่อไปลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ในครั้งนี้

หากมองในแง่ของการรักษาฐานการเมือง แน่นอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นฐาน
บัญชาการใหญ่ของนายสุเทพ โดยที่ผ่านมามีนายชุมพล กาญจนะ อดีต
ส.ส.สุราษฎร์ธานี เป็นมือขวาที่คอยทำงานคุมพื้นที่

เมื่อนายชุมพลต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.ตามคำตัดสินของศาล ก็เป็นธรรมดา
ที่จะต้องส่งคนลงเลือกตั้งซ่อมเพื่อรักษาฐานการเมืองเอาไว้ แต่ในขณะเดียวกัน
จากสภาพความเป็นจริงเป็นที่รู้กันอยู่ว่าพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสุเทพและ
พรรคประชาธิปัตย์ มีฐานสนับสนุนแน่นปึ้กอยู่แล้ว ส่งใครลงสมัครก็เหนือกว่า
คู่แข่งทุกประตู ไม่จำเป็นที่ต้องใช้บริการคนระดับ "เทพเทือก" ก็ได้
แต่ปมนี้ก็มีการเอ่ยอ้างเหตุผลกันในทำนองที่ว่า จำเป็นต้องส่งนายสุเทพ ลง
เลือกตั้งซ่อม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมในพื้นที่ เพราะมีสมาชิกพรรคใน
พื้นที่หลายคนต้องการที่จะเป็นตัวแทนของพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.หนนี้
ส่อแววจะมีการเปิดศึกแย่งโควตาเข้าสภาฯ แต่ถ้าเป็นนายสุเทพ ลูกพี่ใหญ่ลง
เลือกตั้งเอง ทุกคนก็พร้อมจะหลีกทางให้ หมดปัญหาขัดแย้ง ไร้แรงกระเพื่อม

อย่างไรก็ตาม การที่นายสุเทพยอมสละตำแหน่งรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง
เพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส. แสดงว่างานนี้ต้องมีเดิมพันสูงมาก
ไม่ใช่แค่ต้องการกลับเข้ามาเป็น ส.ส.ธรรมดาๆ แน่นอน ที่สำคัญ ต้องยอมรับว่า
ในห้วงที่นายสุเทพดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และทำหน้าที่เป็นผู้จัดการรัฐบาล
มีการประสานพูดคุยกับบรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลมาตลอด และได้รับความ
ไว้เนื้อเชื่อใจจากแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค

ไม่ว่าจะเป็น นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำหลักของพรรครวมชาติพัฒนา นายสุวิทย์ คุณกิตติ
หัวหน้าพรรคกิจสังคม

สำหรับนายเนวิน ชิดชอบ ผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทย
แทบไม่ต้องพูดถึง เพราะซี้ปึ้กกันมาก สัมพันธ์ควบแน่น

เรียกได้ว่าอยู่คนละพรรค แต่พวกเดียวกัน

จึงถือได้ว่า "เทพเทือก" เป็นตัวเลือกที่ดีที่เหลืออยู่สำหรับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ถึงขั้นมีการยุบพรรคประชาธิปัตย์

ถ้ามีการเสนอชื่อนายสุเทพเป็นนายกฯสำรอง ก็ร่วมมือกันได้ไม่ยาก

ฉะนั้น งานนี้จึงเป็นไปได้ว่า นายสุเทพต้องได้ รับสัญญาณตอบรับ
ที่หนักแน่นพอสมควร จากแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล

จึงยอมสละตำแหน่งรองนายกฯ เพื่อไปลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

รอเสียบตำแหน่ง "นายกฯฉุกเฉิน"

แม้จะมีเสียงปฏิเสธจากนายสุเทพว่า การลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ไม่เกี่ยวกับ
การเตรียมพร้อมที่จะเป็นนายกฯสำรอง หรือนายกฯฉุกเฉิน

นั่นก็ว่ากันไปตามลีลาเหลี่ยมการเมือง

อย่างไรก็ตาม "ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ" ขอ บอกว่า ถึงแม้นายสุเทพได้เป็น
ส.ส.แล้ว ก็ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะก้าว ไปสู่การเป็นนายกฯฉุกเฉินได้ทันที
เพราะโดยกติการัฐธรรมนูญ หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ถึงขั้นที่มีการ
ยุบพรรคประชาธิปัตย์ และ เว้นวรรคการเมืองกรรมการบริหารพรรค 5 ปี
จนเป็นผลให้นายอภิสิทธิ์ต้องหลุดจากตำแหน่งนายกฯ
ก็จะต้องไปเริ่มต้นกระบวนการด้วยการโหวตเลือกนายกฯกันใหม่ในสภาฯ
ซึ่งจะมีตัวแปรสำคัญที่ "เทพเทือก" ต้องเผชิญอย่างน้อย 5 ตัวแปร

ตัวแปรแรก คือ เสียงหนุนในพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อสถานการณ์ถึงตอนนั้น ไม่มีใครรู้ว่าทางพรรคประชาธิปัตย์จะ
เสนอชื่อนายสุเทพเป็นนายกฯหรือไม่

เพราะต้องไม่ลืมว่า ภายในพรรคแบ่งเป็นหลายกลุ่ม แม้กลุ่มนายสุเทพ
เป็นกลุ่มใหญ่ก็จริง แต่ก็ยังมีกลุ่มของนายอภิสิทธิ์ กลุ่มของนายชวน หลีกภัย
กลุ่มของนายบัญญัติ บรรทัดฐาน

ถ้ากลุ่มอื่นรวมตัวกัน เสียงสนับสนุนก็มากกว่ากลุ่มของนายสุเทพ
ที่สำคัญพรรคนี้ยึดข้อบังคับเหนียวแน่น ถ้ากรรมการบริหารพรรค
ไม่เสนอชื่อ ก็เป็นไม่ได้

ตัวแปรที่สอง ได้แก่ พรรคร่วมรัฐบาล
แม้นายสุเทพกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคจะมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น
แต่ต้องไม่ลืมว่า การเมืองคือเรื่องของผลประโยชน์

ถ้ามีผลประโยชน์ที่เหนือกว่าเข้ามาสอดแทรกล่อใจ พรรคร่วมรัฐบาลที่จับมือกัน
อยู่ในขณะนี้ ก็อาจเบี่ยงเบน กระทบเสียงโหวตสนับสนุนในสภาฯได้ทุกเวลา

ตัวแปรที่สาม คือ ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย
พรรคนี้ไม่หนุนนายสุเทพแน่ เพราะยืนอยู่คนละขั้ว
ที่สำคัญ พรรคเพื่อไทยถือว่าเป็นพรรคที่มีเสียงอันดับหนึ่งในสภาฯ
หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง จนต้องโหวตเลือกนายกฯกันใหม่
ก็พร้อมที่จะสู้ไม่ว่าจะหนุนคนในพรรคหรือคนนอกพรรค เพื่อเดินเกม
ไปสู่การพลิกขั้วการเมือง กลับเข้ามากุมอำนาจรัฐ

ตัวแปรที่สี่ ได้แก่ ฝ่ายความมั่นคง
แม้นายสุเทพเป็นรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงมาก่อน มีความ
แนบแน่นกับบรรดาผู้นำกองทัพ แต่ก็มองข้ามไม่ได้ เพราะตั้งแต่วันที่
1 ตุลาคม มีการปรับดุลอำนาจใน กองทัพหลายตำแหน่ง ความสัมพันธ์
ที่เคยแนบแน่นจึงไม่ได้ปึ้กเป็นแผงแบบเดิม เหมือนที่เคยแท็กทีมกันมา

สำหรับตัวแปรสุดท้าย ก็คือ "เสธ.หนั่น" พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์
ที่เปิดตัวเดินแผนปรองดองเข้าพบกับทุกกลุ่มที่เป็นคู่ขัดแย้ง เดินสาย
พูดคุยกับ ทุกพรรค ท่องคาถา "ปรองดอง" ไปทั่วทิศ

จนได้รับการขานรับจากทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ผู้นำกองทัพ รวมถึง
พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ออกมาขานรับแนวทางปรองดอง

ถึงขั้นประกาศพร้อมให้ พล.ต.สนั่นไปเจรจาเรื่องการปรองดองได้ทุกเวลา

"เสธ.หนั่น" จึงไม่ใช่ตัวแปรที่เบาหวิว

ทั้งหมดนี้ถือเป็นตัวแปรที่อาจดับฝัน "เทพเทือก" ได้ทั้งสิ้น.

"ทีมการเมือง"

http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/115709
****************************************************

เทือกทวงสิทธิ์ นายกฯสำรอง

หลังจากภาพของการอำลาชีวิตราชการ ทั้งตรวจแถวสวนสนาม งานเลี้ยงอำลา
หลากหลายรูปแบบ

เข้าสู่เดือนตุลาคม ปีงบประมาณใหม่ แผงอำนาจของข้าราชการอีกชุด หลังจาก
ชุดเดิมเกษียณราชการไป

ในแง่ของกองทัพ แม้หน้าตาของนายทหารจะเปลี่ยนไป แต่ฐานอำนาจของรัฐบาล
คงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก

ปัญหาคือ ในแผงอำนาจทางการเมือง ที่เกิดความไม่แน่ไม่นอนขึ้นมา เมื่อ
พรรคประชาธิปัตย์กำลังเผชิญศึกนอก คือ คดียุบพรรค ซึ่งอาจทำให้นายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องโดนเว้นวรรค

ลุกลามกลายเป็นศึกใน เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรค
ประกาศลงสมัครซ่อม ส.ส.สุราษฎร์ธานี ที่ว่างลง เพื่อจะกลับมาเป็นส.ส.อีกครั้ง และมีคุณสมบัติเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากพรรคร่วมรัฐบาลบางส่วน
และเสียงฮึมฮำไม่เห็นด้วยจากบางกลุ่มในพรรคประชาธิปัตย์นั่นเอง เป็นที่รู้ๆ กันว่า
ความสัมพันธ์ของผู้นำพรรคประชาธิปัตย์คู่นี้ คือ นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ไม่ได้
ราบรื่นทีเดียว

นายสุเทพเคยประกาศไว้เมื่อเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
ว่า จะผลักดันนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้

แต่นายสุเทพก็ล้มเหลว เพราะพรรคการเมืองคู่แข่งที่นำโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
เข้มแข็งทั้งทุนและแนวนโยบายที่จับใจฐานเสียงกลุ่มใหญ่ที่ภาคเหนือและอีสาน

แต่สุดท้าย นายสุเทพก็ประสบความสำเร็จในการจับมือกับนายเนวิน ชิดชอบ ที่ผละ
จากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในจังหวะที่พรรคพลังประชาชนโดนยุบ พลิกขั้ว ร่วมกัน
จัดตั้งรัฐบาล ผลักดันนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ จนได้

หลังจากเป็นนายกฯ จะพบว่ามีข่าวระหองระแหงระหว่างนายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพ
มาตลอด เนื่องจากนายอภิสิทธิ์เกาะกลุ่มรวมตัวอยู่กับคนสนิทกลุ่มเล็กๆ
และให้ความสำคัญกับนายสุเทพ น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

โดยรวมแล้ว บทบาทผู้นำของนายอภิสิทธิ์ ในฐานะนายกฯ อาจจะเป็นที่ประทับใจ
ของบางกลุ่มในกองทัพ หรือแฟนคลับประเภทเสื้อสี ไปจนถึงกลุ่มเฟซบุ๊ก

แต่พรรคร่วมรัฐบาลที่รู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดี ผ่านการเล่นเกมการเมืองภายใน
รัฐบาลด้วยกันเอง และสัมผัสบุคลิกภาพของนายอภิสิทธิ์มาตลอดระยะที่ร่วมรัฐบาล
กันมา กลับเป็นความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง

เมื่อโอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงมาถึง แม้จะยังไม่ชัดนัก แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็ถือโอกาสส่งสัญญาณไปยังหัวหน้าพรรครัฐบาล

ด้วยการเคลื่อนไหวหลายอย่าง ทั้งการออกข่าวจะพลิกขั้วกลับไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย การผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมโดยที่พรรคแกนนำอย่างประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย

และการเตรียม "นายกฯสำรอง" จากคนในพรรคตัวเอง

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ส่งสัญญาณกลับไปว่า ตัวเองมีนายกฯ สำรองหลายคนเหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นนายชวน หลีกภัย นายกฯ สองสมัย หรือดาวรุ่งอย่างนายกรณ์ จาติกวณิช
รมว.คลัง เพื่อนนักเรียนอังกฤษของนายอภิสิทธิ์ แต่ไม่มีการพูดถึงนายสุเทพ
เทือกสุบรรณ เลย ทั้งที่นายสุเทพคือลูกหม้อของพรรค ผ่านงานสำคัญ ผ่านการ
อุทิศตัว ให้พรรคมามาก และยังมีความชอบธรรมในฐานะเบอร์สองของพรรค ด้วย
ตำแหน่งเลขาธิการพรรค และเบอร์สองของรัฐบาล คือ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง

เมื่อนายสุเทพ ประกาศว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม จึงส่งผลสะเทือนทันที
การรับลูกด้วยข่าวกระเซ้าเย้าแหย่จากภายในพรรค โดยเรียกนายสุเทพ ว่า
"ท่านนายกฯ" ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี ระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ไปต่างประเทศ การลงสมัครส.ส.ของนายสุเทพ หากมองในแง่ของพรรคประชาธิปัตย์
ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากนายสุเทพเป็นเลขาธิการพรรค จะต้องมีส่วนใน
การตัดสินใจของพรรคทุกขั้นตอน

หากไม่ได้เป็นส.ส. มีแต่ตำแหน่งทางการเมือง แล้วการเมืองพลิกผัน จะต้องมี
การประชุมสภาผู้แทนฯ ประชุมรัฐสภา สถานะส.ส.ของนายสุเทพจะมีผลถึงระดับ
ร่วมกำหนดตัวนายกฯ ได้ หรือแม้แต่เข้ารับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ก็ได้เช่นกัน

นายสุเทพเป็นส.ส.อาวุโสหลายสมัย เป็นคนกว้างขวางในวงการเมือง ทั้งขั้วเดียว
กันและต่างขั้ว ด้วยบุคลิกลูกทุ่งตรงไปตรงมา

การประกาศตัวลงสมัครและโยงไปถึงโอกาสเป็นนายกฯ จึงได้รับเสียงสนับสนุนจาก
พรรคร่วมรัฐบาลที่เข็ดเขี้ยวมาจากนายอภิสิทธิ์และเห็นว่าวาระของสภาเหลืออีกเพียง
1 ปี ไม่เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผันหวือหวา

เมื่อนายสุเทพประกาศว่า พร้อมจะลงสมัครเลือกตั้งซ่อม โดยได้รับการสนับสนุน
จากสาขาพรรคที่สุราษฎร์ธานี จึงมีท่าทีไม่เห็นด้วยจากแกนนำพรรคบางกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม การหักหาญคนระดับเลขาธิการพรรค ย่อมไม่เป็นผลดีในภาพรวม
มติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคจึงต้องเปิดไฟเขียวให้นายสุเทพลงสมัคร

แต่กำหนดให้นายสุเทพ ลาออกจากรองนายกฯ ก่อน เพื่อป้องกันข้อครหาทาง
การเมืองและปัญหาทางกฎหมายที่จะตามมา

ในทางปฏิบัติ หลังเลือกตั้ง นายสุเทพจะได้กลับมาเป็นรองนายกฯ อย่างเดิม

มองในเชิงหลักการอาจจะเห็นว่าสวยหรู เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย

แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้แสดงถึงความเคร่งครัดในหลักการมานานแล้ว ภาพที่
เกิดขึ้น จึงสะท้อนการเล่นแง่ชิงเหลี่ยมภายในพรรคมากกว่า

การลาออกจากรองนายกฯ ของนายสุเทพ จะส่งผลใหญ่หลวงต่องานประจำด้าน
ความมั่นคงที่นายสุเทพนั่งหัวโต๊ะอยู่ ซึ่งมีทั้งเรื่องการดูแลสถานการณ์ การเบิก
จ่ายงบฯ และการโยกย้ายแต่งตั้ง

และนายอภิสิทธิ์จะเป็นผู้ดูแลงานแทน ซึ่งน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีบุคลิกและ
แนวคิดที่แตกต่างกัน แม้จะอยู่พรรคเดียวกันก็ตาม

การออกจากตำแหน่งรองนายกฯ ของนายสุเทพ เพื่อไปลงเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้
ฟ้องถึงบรรยากาศแก่งแย่งช่วงชิงภายในพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนายอภิสิทธิ์จะไม่พูดจารับรองเกี่ยวกับการกลับเข้ามารับตำแหน่งเดิม
ของนายสุเทพแล้ว

ยังมีมุขจากนายชวน หลีกภัย ที่กล่าวถึงโอกาสเป็นนายกฯ สำรองของนายสุเทพว่า
"รอ ปชป.เป็นไข้หวัดนก ตายหมดพรรคก่อน" ซึ่งนายสุเทพคงจะขำไม่ออกแน่นอน

นับเป็นสถานการณ์ที่วังเวงทั้งสำหรับนายสุเทพ

และสำหรับรัฐบาลผสมโดยรวมอีกด้วย

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?n...B3TXc9PQ==
*****************************************************

ถูกใจคุณ คนชายไหม ? ... เทพเทือก .... นายก ฯ
สำรองวันนี้ spirit ..ชาวใต้ ด้วยกัน ส่วนคนอื่น ๆ
คิดยังไงกันบ้างดูที่... ไทยรัฐและข่าวสด วิเคราะห์แล้ว
คิดบ้างไหมคะ ว่าระเบิดทุกวันนี้ น่าจะมาจากการยังไม่ลงตัว
ทางการเมืองเอง ของฝ่ายรัฐบาล

เอาของ ..เห่าไฟ..ใน ไทยรัฐ มาแถมให้อีก เรื่อง "ระเบิด" วันนี้
ต้องตามไปอ่าน ฉบับเต็ม ๆ ตาม link ด้วย เพราะมันยาวมาาาาาก

พายุระเบิด ที่โหมกระหน่ำเมืองหลวงในช่วงนี้ มีความเป็นไปได้หลายกรณี ไม่ว่าจะ
เป็นฝีมือของรัฐบาลสร้างสถานการณ์ เพื่อยืดอายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือฝ่ายตรงข้าม
กับรัฐ ต้องการดิสเครดิตฝ่ายความมั่นคง รวมถึงมือที่สามผสมโรงสร้างความปั่นป่วน
ในบ้านเมือง ทุกกรณีล้วนมีความเป็นไปได้ เพราะจนถึงวันนี้ รัฐบาลก็ยังไม่สามารถ
ลากคอมือวางระเบิดมาได้ ทุกอย่างก็เลยยัง คลุมเครือไม่ชัดเจน!!! ............

แต่ทั้งหลายทั้งปวง สาเหตุสำคัญที่ทำให้เมืองไทยต้องกลายสภาพมา เป็นบ้านเมือง
ที่มีแต่ ความวุ่นวาย และมีแนวโน้มการใช้ ความรุนแรงมากขึ้น ก็เพราะ อำนาจเก่า กับ อำนาจใหม่ ยังเผชิญหน้ากันอยู่ ไม่ยอมลดราวาศอก ให้กัน ประกอบกับคนไทยมีนิสัย
ชอบตามแห่ แบ่งข้างกันเชียร์ตามธรรมชาติของมนุษย์ที่เห็นอะไรไม่ค่อยจะตรงกันอยู่
แล้ว ทำให้พลพรรคแต่ละสีมีจำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ!!!............

\ความจริง ถ้าทุกฝ่าย เคารพกฎกติกา ไม่ละเมิดขื่อแปบ้านเมือง ประชาธิปไตยจะ
เบ่งบานไม่หยุด เพราะความเห็นแตกต่าง ถกเถียงกันในกรอบกติกา จะพัฒนา
การเมืองการปกครองไปอย่างไม่หยุดยั้ง เหมือนที่เกิดขึ้นในอังกฤษและอเมริกา
แต่อนิจจา ผู้มีอำนาจของทั้งสองฝ่าย ต่างเล่นกันแรงเกินไป กะเอากันถึงตาย
กฎกติกาอะไรก็ไม่สนใจทั้งนั้น ถึงขั้นฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง เพื่อไล่ล่าฝ่ายตรงข้าม
ให้สิ้นซาก สุดท้าย ทุกอย่างก็เลยเละตุ้มเป๊ะอย่างที่เห็น!!!............

จนถึงวันนี้ สถานการณ์ทุกอย่าง กำลังเลวร้ายลงไปทุกที การวางระเบิดป่วนเมือง
ไม่ว่าจะมาจากฝีมือใคร ล้วนแต่ส่งผลต่อ ภาพพจน์ของประเทศ ทำให้เกิดผล
กระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับปากท้องประชาชนทั้ง
63 ล้านคน มิหนำซ้ำ ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ก็ยัง
กระทำกันอย่าง ผิดพลาดมาโดยตลอด!!!............

ด้วยเหตุนี้ ตำรวจก็เลยต้อง วิ่งหัวปั่น แก้ปัญหาที่ปลายเหตุตามที่รัฐบาลจะบัญชาให้
ทำต่อไป เรื่องแบบนี้ไปโทษใครไม่ได้ เพราะไม่มีใครกล้าชี้ไปที่ต้นตอของปัญหา
แล้วนำมาวางบนโต๊ะหาทางแก้ไขกันอย่างจริงจัง บอกตามตรง "เห่าไฟ" รู้สึกเบื่อ
เต็มทีกับการทำอะไรไม่ตรงไปตรงมา ไม่พุ่งเป้าไปที่ต้นตอของปัญหา แล้วหาทาง
แก้ไขอย่าง ตรงไปตรงมา สิ่งนี้ ทำให้ ทุกอย่างเลวร้าย ลงเรื่อยๆ อีกหน่อย แม้แต่
ชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน ก็คงพัฒนาแซงหน้าไทยได้ ไม่ต้องพูดถึง เขมร
เวียดนาม ลาว พม่า ที่กำลังล้ำหน้าไทยไปทุกวัน!!!............

http://www.thairath.co.th/column/life/people/115716
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
10-03-2010, 09:07 AM
โพสต์ทั้งหมด: #2
RE: สุเทพ เทือกสุบรรณ กับตำแหน่งนายก ฯ สำรอง....บทวิเคราะห์จาก ไทยรัฐ..ข่าวสด
อยากให้สุเทพเป็นนายกสุดๆ ผมเชียร์ว่าที่นายกสุเทพ

ระหว่างเนื้อย่างกับหมูปิ้ง จะเลือกอะไรดี รักพี่เสียดายน้อง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
10-03-2010, 10:02 AM
โพสต์ทั้งหมด: #3
RE: สุเทพ เทือกสุบรรณ กับตำแหน่งนายก ฯ สำรอง....บทวิเคราะห์จาก ไทยรัฐ..ข่าวสด
วิเคราะห์กันไปเรื่อยเลย พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีทางถูกยุบพรรค นายมาร์คต้องรักษาสถานะการเป็นนายกตลอดไป
เพราะเป้าหมายของนายมาร์คก็แค่อยากดัง ไม่มีวัตถุประสงค์ใดซ่อนเร้น บวกกับความฉลาดน้อยอีกทั้งด้อยทักษะ
และวุฒิภาวะ ทำให้ตกอยู่ใต้อำนาจของพรรคข้าราชการ

ถ้าปล่อยให้คนที่มีกึ๋นเป็น การปกครองลำบากคุ้มกะบาลก็ยากขึ้น ..... รายการนี้อย่างมากก็แค่ลากเทพเทือกกำลัง
สนุกกับการกินตามน้ำหาเงินเข้ากระเป๋าจาก พรบ.ฉุกเฉิน ออกไป แล้วส่งคนใหม่เข้ามารับทรัพย์แทนเพื่อหารายได้
เข้าพรรค มันก็มีแค่นั้นเอง

ช่วงหลังการกินตามน้ำตามงบประมาณไทยเข้มแข็งเริ่มฝืดคอ เพราะอุบาทกรรมที่ทำไว้กับพวกข้าวนอกนา จึงส่ง
ผลให้ถูกตรวจสอบเส้นทางการเงินจากพวกที่ไปทำเขาไว้ครับ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
10-03-2010, 10:24 AM
โพสต์ทั้งหมด: #4
RE: สุเทพ เทือกสุบรรณ กับตำแหน่งนายก ฯ สำรอง....บทวิเคราะห์จาก ไทยรัฐ..ข่าวสด
ผมคิดคล้ายๆกับบุรุษหน้าเหล็กครับ กระแสการยุบพรรคประชาธิปัตย์ที่กระพือในขณะนี้ อาจเป็นแค่การเขียนบทเพื่อลดแรงกดดันต่างๆที่เคยโหมกระหน่ำใส่คณะต่างๆที่มีส่วนตัดสินคดีนี้ แล้วพลิกเกมส์ในวันตัดสินเสียทีเดียวเลย

ก็แค่อ่านคำพิพากษาให้ยาวยืดสัก 5-6 ชั่วโมงเพื่อให้คนฟังมึนงงเล่นๆ แล้วหักมุมในช่วง 15 สุดท้ายก็ปิดเกมส์แล้ว ส่วนปฏิกิริยาตามหลังนั้น พรบ.สถานการณ์ฉุกเฉินจะออกหน้ารับแทนให้ เพราะได้อุ่นเครื่องสร้างความชอบธรรมในการต่ออายุไว้ล่วงหน้าจากบรรดาเหตุระเบิดลึกลับทั้งหลายเอาไว้แล้ว

การขโมยอาวุธจากคลังแสง.....การสร้างเหตุเพื่อต่ออายุพรบ.สถานการณ์ฉุกเฉินด้วยเหตุระเบิดรอบกรุง.....วันพิพากษายุบพรรค.......จิ๊กซอ 3 ชิ้นที่รอวันประสานบรรจบกันในอีกไม่นานนี้ครับ

ใจจริงอยากจะเชียร์ให้จบเหมือนกระแสที่กำลังสร้างในวันนี้อยู่เหมือนกัน แต่บริบทรอบข้างที่กำลังเกิดในขณะนี้มันชวนให้คิดมากครับ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
10-03-2010, 11:24 AM
โพสต์ทั้งหมด: #5
RE: สุเทพ เทือกสุบรรณ กับตำแหน่งนายก ฯ สำรอง....บทวิเคราะห์จาก ไทยรัฐ..ข่าวสด
ผมขอคิดต่างออกไปอีก ถ้าการปองดองของเสธ.หนั่นเป็นของจริง แล้วเงื่อนไขคือต้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ แล้วนำคนสั่งการมาดำเนินคดีตามกฏหมาย ย้ำ...ถ้ามันเป็นจริง การยอมลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงของเทพเทือกอาจเป็นเพราะต้องการใช้เอกสิทธิ์ของการเป็นสส. เพื่อจะไม่ต้องโดนคุมขังระหว่างการดำเนินก็เป็นได้ และผมก็หวังให้มันเป็นเช่นนั้น....Exclamation
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
10-03-2010, 11:50 AM
โพสต์ทั้งหมด: #6
RE: สุเทพ เทือกสุบรรณ กับตำแหน่งนายก ฯ สำรอง....บทวิเคราะห์จาก ไทยรัฐ..ข่าวสด
เอาจริงๆ มันมี 2 คดีทั้ง 258 ล้าน แล้วก็ 29 ล้าน

หลักฐานแน่นทั้งคู่ ( โดยเฉพาะ 29 ล้านนี่มัดแน่นสุดๆ )


ถ้าจะตัดสินให้ไม่ยุบ

ผมว่าต้อง " แก้ผ้า " ตัดสินแล้วนะครับ...

เพราะต้นทุนของเหล่าตุลาการไทย ปัจจุบันมันแทบไม่มีเหลืออีกแล้ว...


หมากตานี้ ผมอยากรู้มากเลยครับว่า เหล่าอภิชนจะเดินเกมต่อไปอย่างไร...

พรรค ปชป. จะมีค่ามากพอให้พวกเขาสละชีพ " ตุลาการภิวัฒน์ " เลยหรือ... ( ทั้งๆที่เป็นคนผลักดันมาเองแท้ๆ )

อยากรู้จริงๆครับ...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
Post Reply 


ไปยังกระดาน:


User(s) browsing this thread: 1 Guest(s)