ประกาศ
บอร์ดนี้เปิดให้อ่านได้อย่างเดียวแล้วครับ

กรุณาย้ายเบา ๆ ไปยังบอร์ดชั่วคราวกันก่อนครับ

จิ้ม ๆๆ >> forum.banrasdr.com


หลังจากนั้นจะมีประกาศให้ทราบเป็นระยะ ๆ นะครับ


ไม่ต้องสมัครใหม่ครับ


Post Reply 
"พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
12-06-2011, 12:58 PM
โพสต์ทั้งหมด: #1
"พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
"พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?"
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews....0000154916


การที่พวกนิยมเจ้าไทย ชอบตั้ง "คำถาม" ที่มีกฎหมาย และความรุนแรง จ่อหัวบังคับให้ คนอื่น "ตอบไม่ได้-จนในคำตอบ" หรือ "ตอบ" อย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก แบบที่ตัวเองพอใจ

แล้วก็มา ดีอกดีใจกับตัวเองว่า คำถามของตัวเอง "เจ๋ง" เต็มที ทำให้คนอื่น "จนในคำตอบ" ..... สะท้อนอาการทางจิต ที่รู้สึก ขาดความมันใจในตัวเอง (insecure) อย่างหนัก

....................


เมื่อคราวที่ ภิญโญ ทำ "เท่ห์" ยิงคำถามใส่ ดร.วรเจตน์ ว่า "ตกลง นิติราษฎร์ เอาเจ้า หรือไม่" ผมเสียดายอยู่ว่า อ.วรเจตน์ เป็นสุภาพบุรุษไปหน่อย ถ้าเป็นผม ผมจะตอกภิญโญกลับว่า

"ทำไมคุณชอบถามคำถามปัญญาอ่อนแบบนี้ แล้วดัดจริต ทำขึงขัง ราวกับเป็นคำถามที่น่าสนใจเสียเต็มประดา? คือ ถ้าคุณมีปัญญาสักนิดเดียว ก็ทราบว่า คำถามแบบนี้ ในปริบทประเทศไทย ทั้ง รธน. และ 112 ไม่มีใครตอบเป็นอย่างอื่นได้ อันนี้ ไม่เกียวกับว่า คนนั้น เขาจะ "เอา" หรือ "ไม่เอา" เจ้า คือ ถ้าจริงๆ ต่อให้ผม "เอา" เจ้า ผมก็ไม่ตอบให้เสียเวลา เพราะเป็นการตอบภายใต้กรอบที่ "ตอบเป็นอย่างอื่นไม่ได้" อยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่มีความหมายอะไร ในทางกลับกัน ยิ่งถ้าผม "ไม่เอา" เจ้า ผมก็ยิ่งตอบไม่ได้ใหญ่เลย ....

ทีสำคัญ คนทำงานสื่อ แล้วชอบทำมาดจริงๆจังๆแบบคุณ ควรตระหนักว่า ลำพัง ภาวะที่ คำถามแบบนี้ ไม่มีความหมายอะไร สะท้อนให้เห็นลักษณะ วิปริต ไม่เป็นประชาธิปไตย ของประเทศไทยขนาดไหน ในทุกประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆนั้น เขาถือว่า แต่ละคน เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เท่าๆกัน ทุกคน มีสิทธิ ทีจะมีความเห็นว่า ต้องการรูปแบบรัฐแบบไหน มีสิทธิ ที่จะนำเสนอ รูปแบบรัฐทีตัวเองเห็นว่าเหมาะสม ต่อสาธารณะ ให้อภิปรายกัน (เช่น กษัตริย์เป็นประมุข, ประธานาธิบดี, ฯลฯ) ..."



(ว่าแต่ว่า, เมื่อไร ภิญโญ หรือ TPBS จะกล้าเชิญผมไป "ตอบโจ่ทย์" เรื่อง สถาบันฯ บ้างครับ? อย่างถ้าเทียบกับ อ.สุลักษณ์ ที่ภิญโญว่า "พูดถึงเรื่องเจ้า ต้องถาม อ.สุลักษณ์" - ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกรณีอานันท์ - ผมว่า ผมพูดเรื่องสถาบันฯ มากกว่า สุลักษณ์ ในสิบกว่าปีทีผ่านมาเยอะ - ไมใช่อยากออกทีวี จริงๆ ไม่ชอบเลย ทีวี น่ะ แต่รำคาญฉิบหาย ที่ ภิญโญ กับ TPBS ชอบดัดจริต ราวกับว่า รายการตัวเอง "รอบด้าน" "หลายแง่มุม" จริงๆ)



...........................


เมื่อวานนี้ จินตนาถ ลิ้มทองกุล ทำ "เท่ห์" อีกคน เขียนบทความ ตั้งชื่อขึงขัง "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?"

ผมเห็นเข้า หัวเราะก๊าก ไปหลายสิบนาที

แน่นอน ใครที่อ่านพวก fb หรือออนไลน์ต่างๆ คงรู้ว่า นี่ไมใช่ "คำถาม" ที่จินตนาภ คิดเอง ความจริง เป็นหนึง ใน "คำถาม" ยอดนิยม ของบรรดาคนนิยมเจ้าบ้านเรา ทีเวลา เจอการวิจารณ์เรื่องสถานะของสถาบันฯ หรือ เรื่อง 112 แล้ว ไมมีปัญญาจะตอบ ก็ใช้วิธี "ยิง" "คำถาม" แบบนี้

แล้วก็ รู้สึก "อิ่มอกอิ่มใจ" กับตัวเองว่า "ไอ้พวกล้มเจ้า แม่งตอบคำถามไม่ได้"


55555555 (อันนี้ ผมหัวเราะพวกนิยมเจ้า)

คือ จะไม่ให้หัวเราะ ได้ไง

มันเหมือนกับว่า เราสมมุติว่ มีมาเฟียใหญ่คนหนึ่ง ที่บังเอิญมีลักษณะอย่างหนึง คือ "หลงตัวเอง" จัด นึกว่า ตัวเอง หล่อเสียเต็มประดา วันดีคืนดี ก็ชอบ บีบคอลูกน้อง หรือชาวบ้าน สักคน เอาปืนจ่อหัว แล้วถามว่า "มึงคิดว่า กูหล่อ มั้ยวะ?" แล้วถ้าใครขืน ตอบ ไม่ถูกใจ ("ผมว่า หน้าตาลูกพี่ ก็งั้นๆนะ ไม่ถึงกับหล่ออะไร")

แน่นอน ลูกน้อง หรือชาวบ้าน ที่ยังสติดีอยู่ ก็ย่อมตอบว่า "โหย หล่อมากลูกพี่ ไม่เคยเห็นเจ้าพ่อที่ไหน หล่อเท่าลูกพี่เลย" อะไรแบบนั้น


แล้วมาเฟียทีว่านี้ ก็มาอิ่มอกอิ่มใจกับตัวเองว่า กูนี้ ช่างหล่อจริงๆ ถามใครๆ ทุกคน ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันหมด ....



ตัวอย่าง สมมุติ ทีว่านี้ ความจริง สะท้อนลักษณะอาการทางจิตอย่างหนึงด้วย ที่ภาษาทางจิตวิทยา เขาเรียกว่า insecure คือ ภาวะความรู้สึก ที่ไม่มั่นใจตัวเอง ... ดังนัี้น เวลา "ถาม" อะไร จะต้อง ถาม เฉพาะในสภาพที่ "บังคับ" หรือ "ควบคุม" คำตอบได้ ให้ "คำตอบ" ต้องออกมาอย่างที่ตัวเองพอใจเท่านั้น

คือไม่กล้า (ไม่รู้สึก secure พอ) ที่จะ "เผชิญหน้า" กับการที่ใครอาจจะตอบ แบบอื่น




สิ่งที่ผมว่า น่าสนใจ กับการที่คำถามประเภท "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" เป็นทีนิยมของพวกนิยมเจ้า ซึงความจริง ส่วนใหญ่ที่ถามแบบนี้ เป็นพวกมีการศึกษาทั้งนั้น (ระดับปริญญาตรี ขึ้นไปด้วยซ้ำ แน่นอน พวก มัธยมนิยมเจ้า "เกรียนๆ" ก็ชอบ "ถาม" แบบนี้กัน)


ก็คือ การที่ จริงๆแล้ว ถ้าใช้สติคิดหน่อย ก็ย่อมรู้ว่า นี่ไมใช่ "คำถาม" จริงๆ แต่เป็นเพียง การ "ถาม" เพื่อ "สร้างความอิ่มอกอิ่มใจกับตัวเอง" ว่า คนถูกถาม "จนในคำตอบ" "ตอบไม่ได้" ...


คือเป็น "คำถาม" ประเภท เพื่อชดเชยกับภาวะทางจิตที่ insecure ของตัวเอง มากกว่า



พวกนิยมเจ้าไทย อย่างจินตนาถ ก็เหมือนกับมาเฟียในตัวอย่างสมมุติข้างต้น คือ จริงๆแล้ว รู้สึก insecure กับความเชื่อนิยมเจ้าของพวกตน ที่ล้วนแต่วางอยู่ฐานของการที่ "ข้อมูล" เกียวกับสถาบันกษัตริย์ เป็น "ข้อมูล" ที่ได้มาจากการโปรแกรมยัดเยียดใส่สมองตั้งแต่อนุบาล โดยไม่อนุญาตให้มีการตั้งคำถาม ประเมิน โต้แย้ง หรือวิพากษ์วิจารณ์ได้

ความเชื่อที่เกิดขึ้นจากฐานที่ไม่เป็นธรรมชาติ ไม่มั่นคงเช่นนี้ ลึกๆ ก็ทำให้เกิดภาวะไม่มั่นคงทางจิตใจขึ้น

พอมีใครมาตั้งคำถาม หรือท้าทาย ความเชื่่อแบบนี้ขึ้นมา ก็เลยต้อง "สร้างความมั่นใจ" ให้กับตัวเอง ด้วยวิธีการ "ตั้งคำถาม" แบบนี้บ่อยๆ




..................


จริงๆแล้ว คำถามประเภท สถาบันกษัตริย์ ได้ "ทำอะไร" มาบ้าง ในอดีต ที่ทำให้คนจำนวนมากขึ้นๆ ทั้งในประเทศและทั่วโลก รู้สึก "มีปัญหา" หรือ ไม่เห็นด้วย นั้น

ไมใช่คำถามที่ยากในการตอบเลย ถ้าเปิดให้สังคมมีเสรีภาพในการตอบโดยแท้จริง

แต่พวกนิยมเจ้าของไทยนั้น รู้สึก insecure เกินกว่า จะยอมให้มีเสรีภาพ ที่จะตอบ หรือมีเสรีภาพที่จะตั้งคำถามกลับ กับ "ข้อมูล" ที่บังคับ โปรแกรมยัดเยียดใส่หัวตั้งแต่อนุบาล

ก็เลยต้องรักษาภาวะที่ ห้ามตั้งคำถาม, ห้ามประเมิน, ห้ามตรวจสอบ, ห้ามวิพากษ์ "ข้อมูล" นิยมเจ้า


อย่างที่บอกว่า พวกนิยมเจ้า อย่างจินตนาถ นั้น เหมือนกับพวกมาเฟีย ที่ไม่กล้า ไม่มั่นคงทางจิตใจพอ จะปล่อยให้ลูกน้อง หรือชาวบ้าน ประเมินอย่างเสรีจริงๆว่า ตัวเอง "หล่อ" จริง ตามที่ตัวเองเชื่อหรือไม่

ก็เลยต้องคอยใช้วิธีเอาปืนมาจี้หัว แล้วบังคับให้คน "ตอบ" อย่างที่ตัวเองต้องการ หรือ บังคับให้เกิดภาวะที่เหมือนว่า คนอื่น "ตอบไม่ได้" "จนในคำตอบ" แบบนี้ แล้วก็ "อิ่มอกอิ่มใจ" จากสภาวะที่คนอืน "ตอบไม่ได้" แบบนี้


คนที่ insecure ขนาดนี้ ความจริง ต้องนับว่า น่าสงสาร น่าสมเพช มากๆ



[เมื่อตอนต้นปี ผมเขียนบทความหนึ่ง ซึ่งความจริง มีเนื้อหา ที่เป็นการตอบ บทความของจินตนาภ ล่วงหน้า ใครสนใจ ดู "ท้าให้ คน "รักในหลวง" ทุกคน ตอบประเด็นเรื่อง "สถาบันกษัตริย์ดีเยี่ยม - นักการเมืองเลวสุด" นี้ครับ พนันได้เลยว่าตอบไม่ได้"
ที่นี่ (อาจจะต้องใช้ proxy ในการเข้า) http://prachatai.com/journal/2011/04/33847 ]



.......................



ปล. มีประเด็นเชิง "ทฤษฎีสังคม" หนึ่ง ที่ผมคิดมานาน คือ ทำไม อุดมการณ์กษัตริย์นิยม ของไทย จึงได้ขึ้นสู่ภาวะ "สุดยอด" พร้อมๆไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจสังคมของชนชั้นกระฏุมพีไทย นับแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา?


คือ ถ้าเราคิดแบบ "โมเดล" ประวัติศาสตร์ตะวันตก การเติบโตของกระฎุมพี ควรจะมาควบคู่กับการเติบโตของอุดมการณ์ (ideology) อย่าง enlightenment หรือ liberalism ... แต่ทำไม ในกรณีของไทย การเติบโตทางเศรษฐกิจสังคมของกระฎุมพี ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา จึงกลับมาพร้อมกับการเติบโตอย่างล้นเกินของอุมการณ์ (ideology) แบบกษัตริย์นิยม?

คำตอบแบบคร่าวๆของผม (ที่ยังพยายามเรียบเรียงให้เป็นระบบอยู่) คือ กระฎุมพีไทย มีภาวะ "ไม่มั่นคงรวมหมู่" (collective insecurity) เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นนี้กับชนชั้นอื่นๆในสังคม โดยเฉพาะทีอยู่ล่างๆลงไป ......
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 01:02 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-06-2011 01:04 PM โดย savor.)
โพสต์ทั้งหมด: #2
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ที่มา จาก FB อ.สมศักดิ์ ครับ

http://www.facebook.com/permalink.php?st...1298657012

ผมว่า อ. เขาเปรียบเทียบได้สุดยอดมากๆ Big Grin


มีอีกประเด็นหนึ่งตอนท้าย ปล. คือที่บอกว่า ชนชั้นกลางไทยเติบโตมาพร้อมกับอุดมการณ์กษัตริย์นิยม

จริงๆแล้วความเห็นผมต่างจาก อ.สมศักดิ์ คือมันอาจไม่ใช่แค่ในไทย แต่เป็นไปในหลายๆแห่งที่เป็นประเทศตะวันออกเลย

( แต่จะเป็นกษัตริย์นิยม เผด็จการ อำนาจนิยม หรืออะไร ก็แล้วแต่ที่ )

ผมคิดว่ามีการพยายามสร้าง " คุณค่า " แบบใหม่อย่างหลอกลวงขึ้นมาให้ทดแทนประชาธิปไตยในประเทศเหล่านี้ ซึ่งแน่นอนคุณค่าแบบนี้ก็เป็นเพียงสิ่งปลอมๆเทานั้น...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 01:22 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-06-2011 01:24 PM โดย ถ่องแท้.)
โพสต์ทั้งหมด: #3
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่เจอบ่อย "คุณยังเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่า???"

nonsense โคตรๆ ทำไมจะไม่เป็น ใน passport เวลาเดินทาง แม่งก็เขียนอยู่แล้ว "สัญชาติไทย"

ความเห็นส่วนตัว เกี่ยวกับการ shift ทางชนชั้นของพวกจงรักภักดี เราเคยสังเกตุ อย่างสมัยก่อนที่สู้กับคอมมิวนิสต์ การที่จะเอา "ชนะใจ" คน "รากหญ้า" ได้นั้น ต้องบุกไปถึงที่ ต้องลงพื้นที่ (เหมือนกับที่ทักษิณทำนั้นแหละ) และเนื่องจากระบบ media ยังไม่พัฒนา เรื่องสถาบันกษัตริย์ยังสื่อสารในระดับแคบๆ ชาวบ้านหรือคนชนชั้นนำยังไม่มีใครสนใจ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาด้าน สื่อมวลชน และ ตลาดมวลชน จะสังเกตุได้ว่าปัจจุบันสถาบันกษัตริย์ใช้การสื่อสารโดยผ่าน mass media และ mass market แล้วถามว่าคน "เสพ" สิ่งเหล่านี้เป็นใคร ถ้าไม่ใช่ "ชนชั้นกลาง" ในเมืองหลัก

10-20 ปีมานี้ มันเกิดจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนมาก "intensity" ของการเป็น "royalist" ก็เปลี่ยนไป

เบื่อพวก "ขาเทียม" ดีแต่ "เลื้อย"
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 01:31 PM
โพสต์ทั้งหมด: #4
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
พระองค์ทำอะไรให้พวกมึง
- ถึงได้ปิดทางเสด็จราชดำเนินซะอย่างนั้น
- ถึงได้เอาโกเต็กไปทำคุณไสย์แบบนั้น
- ถึงได้บอกให้ท่านลาออกแบบนั้น
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 01:38 PM
โพสต์ทั้งหมด: #5
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
หากพวก royalist ถามผมว่า พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง

ผมก็จะขอตอบว่า แล้วพวกมึงถือสิทธิอะไรมาถามกู ฮาๆๆๆ

Yoyo-86Yoyo-86Yoyo-86Yoyo-86Yoyo-86Yoyo-86Yoyo-86
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 01:41 PM
โพสต์ทั้งหมด: #6
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 01:22 PM)ถ่องแท้ เขียน:  อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่เจอบ่อย "คุณยังเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่า???"

nonsense โคตรๆ ทำไมจะไม่เป็น ใน passport เวลาเดินทาง แม่งก็เขียนอยู่แล้ว "สัญชาติไทย"

ความเห็นส่วนตัว เกี่ยวกับการ shift ทางชนชั้นของพวกจงรักภักดี เราเคยสังเกตุ อย่างสมัยก่อนที่สู้กับคอมมิวนิสต์ การที่จะเอา "ชนะใจ" คน "รากหญ้า" ได้นั้น ต้องบุกไปถึงที่ ต้องลงพื้นที่ (เหมือนกับที่ทักษิณทำนั้นแหละ) และเนื่องจากระบบ media ยังไม่พัฒนา เรื่องสถาบันกษัตริย์ยังสื่อสารในระดับแคบๆ ชาวบ้านหรือคนชนชั้นนำยังไม่มีใครสนใจ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาด้าน สื่อมวลชน และ ตลาดมวลชน จะสังเกตุได้ว่าปัจจุบันสถาบันกษัตริย์ใช้การสื่อสารโดยผ่าน mass media และ mass market แล้วถามว่าคน "เสพ" สิ่งเหล่านี้เป็นใคร ถ้าไม่ใช่ "ชนชั้นกลาง" ในเมืองหลัก

10-20 ปีมานี้ มันเกิดจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนมาก "intensity" ของการเป็น "royalist" ก็เปลี่ยนไป

ผมว่าเรื่องลงพื้นที่นี่ ผมเห็นมาตั้งแต่จำความได้นะ

คงไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว

เรื่องสื่อสารมวลชนก็เป็นไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะการนำไปใช้ในการสร้างภาพลักษณ์ในระยะหลังเพื่อผลประโยชน์ของพวกอ้างอิงสถาบัน

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 01:49 PM
โพสต์ทั้งหมด: #7
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
พาลให้นึกถึง ศรีธนนชัย ...

ท้าพนันข้าราชการตอนเข้าเฝ้า ว่าทุกคนต้องตอบเหมือนกันหมด ก็มีคนพนันขันต่อกันมากมาย

คำถามที่ว่า ...ในทีนี้ใครไม่จงรักภักดีมั่ง

คำตอบ คิดว่าจะมีอื่นเหรอ ... ศรีธนนชัยกินเรียบ
เหตุการณ์ปัจจุบัน พวกสลิ่มทำตัวเปนศรีธนนชัยนั่นเอง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 02:00 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-06-2011 04:44 PM โดย sompon.)
โพสต์ทั้งหมด: #8
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
เอาจ้าวหรือไม่???????


"""""""""ผมนิยมระบอบสาธาณะรัฐครับ"""""""""

พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?????


""""""""""เรื่องที่อาจจะถูกลากไปเกี่ยวกับ ๑๑๒ ผมไม่กล้าตอบ แต่ ที่พอตอบได้คือ(อาจเกี่ยวกับกฏหมายเท่านั้น)

๑ ผมต้องการสิทธิที่จะวิจารณ์ในเรื่องสาธารณะ ๒ ต้องการสิทธิที่จะตรวจสอบแม้สิ่งนั้นจะเลอเลิศอยู่แล้วแค่ไหนก็ตาม

๓ ผมต้องการสิทธิที่จะเลือก...ผู้ที่จะมาดำรงค์ตำแหน่งต่างๆ แม้ว่า ผมจะเลือกคนเดิมก็ตาม


ซึ่งผมจะถามกลับไปว่า

""""""""""""""ทำไมสถาบันนั้น ไม่ให้วิจารณ์ ไม่ให้ตรวจสอบ ในเรื่องสาธารณะ ไม่ให้เลือก""""""""""



ถ้าให้ประชาชนวิจารณ์ให้ตรวจสอบในประเด็นสาธารณะ ให้เลือกตั้ง

ไม่มีใครจะเป็นอะไรใช่ไม๊

คัฟฟฟฟ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 02:05 PM
โพสต์ทั้งหมด: #9
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
"พวกคุณจะยกเลิกกฎหมายหมิ่น ก็แค่อยากวิจารณ์สถาบัน" .........ชิ !!!!!



จาก ..."มัธยมนิยมเจ้า" (แทน) ^ ^
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 02:08 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-06-2011 02:10 PM โดย ถ่องแท้.)
โพสต์ทั้งหมด: #10
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 01:41 PM)RedVW เขียน:  ผมว่าเรื่องลงพื้นที่นี่ ผมเห็นมาตั้งแต่จำความได้นะ

คงไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว

เรื่องสื่อสารมวลชนก็เป็นไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะการนำไปใช้ในการสร้างภาพลักษณ์ในระยะหลังเพื่อผลประโยชน์ของพวกอ้างอิงสถาบัน

ขอโทษนะฮะ คงไม่มีเวลามา debate ต่อ เพราะต้องออกไปข้างนอก

เราขอถามสั้นๆ ง่ายๆ คุณรู้ได้อย่างไรว่า "ไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว"??

ในเมื่อสุดท้ายแล้ว สิ่งที่คุณเห็น สิ่งที่คุณเชื่อ ล้วนแต่เป็นการประชาสัมพันธ์ด้านเดียวตลอด 24 ช.ม. ไม่สามารถตรวจสอบ ประเมิน วิจารณ์ได้

ถ้าเราย้อนถามคุณว่า "ยิ่งลักษณ์/อภิสิทธิ์ ทำงานหนักมาก ไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว" (โดยยัดเยียดการประชาสัมพันธ์ด้านเดียวตลอด 24 ช.ม. มีกฏหมานป่าเถื่อนอย่างห้ามคิดเป็นอื่น)

คุณจะ buy เลยไหม ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่เปิดโอกาสให้คุณตรวจสอบ??

ลองถามตัวเองดูฮะ ว่าไอ้สิ่งที่คุณเชื่อ มันเป็นความเชื่อแบบ blind faith หรือไม่ (ความเชื่อที่ไร้ซึ่งเสรีภาพให้คิดต่าง ความเชื่อที่เป็นโปรแกรมฝั่งหัวมาตั้งแต่เด็กๆ การโฆษณาด้านเดียวตลอด 24 ชม การจับคนที่เขาไม่เห็นด้วยไปเข้าคุก)

เบื่อพวก "ขาเทียม" ดีแต่ "เลื้อย"
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 02:11 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-06-2011 02:12 PM โดย sompon.)
โพสต์ทั้งหมด: #11
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 01:41 PM)RedVW เขียน:  ผมว่าเรื่องลงพื้นที่นี่ ผมเห็นมาตั้งแต่จำความได้นะ

คงไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว

เรื่องสื่อสารมวลชนก็เป็นไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะการนำไปใช้ในการสร้างภาพลักษณ์ในระยะหลังเพื่อผลประโยชน์ของพวกอ้างอิงสถาบัน

[
[/quote]


องค์มนตรี ควรจะออกมาเคลียร์พวกอ้างอิงสถาบัน

องค์มนตรีเปรมออกมาเชียรใครก็ได้ ต่อว่าใครก็ได้ น่าจะออกมาด่าพวกอิงสถาบันมั่ง เอาให้ชัดๆเลยคับ ว่า นาย ก. นาย ข.ทำอะไรยังไง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 02:24 PM
โพสต์ทั้งหมด: #12
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
....กูไม่ตอบ
...ทำไมไม่ตอบ?
...เพราะลมมันเย็น...


...Big Grin....Tongue
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 02:29 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-06-2011 02:32 PM โดย ถ่องแท้.)
โพสต์ทั้งหมด: #13
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ถึงคุณ RedVW

ขอเพิ่มเติมต่ออีกเล็กน้อย ก่อนจะออกไปข้างนอก

เรามั่นใจว่า สุดท้ายแล้วข้อมูลอ้างอิงต่างๆนาๆ ที่คุณจะยกมาโต้ argument เรา ล้วนแต่เป็น การยกข้อความประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับการ "ทำความดี" ของในหลวง ที่ราชการเผยแพร่มาพูดซ้ำ

ในการยก "ข้อความประชาสัมพันธ์" เหล่านั้นมา ก็ไม่มี fact ที่สามารถจะ prove เลยว่า จริงแท้เพียงใด เนื่องจาก "ข้อความประชาสัมพันธ์" เหล่านั้นไม่เปิดโอกาสให้ ตรวจสอบ ประเมิน อย่างเป็นอิสระ อย่างเสรี อย่างไม่ถูกบังคับให้สรุปล่วงหน้า

เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่คุณทำได้ก็คือการ quote อะไรซ้ำๆมาโต้

เอาจริงๆแล้ว คุณก็ไม่สามารถตอบได้หรอกว่า "คุณรู้ได้อย่างไร เป็นจริงแค่ไหน"

เบื่อพวก "ขาเทียม" ดีแต่ "เลื้อย"
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 02:48 PM
โพสต์ทั้งหมด: #14
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ถ้าจะพูดกันตามตรง...

ประเทศไทยตอนนี้ เป็นราชาธิปไตย ยิ่งกว่าสมัยที่เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชเสียอีก

เรารักพระพุทธเจ้า
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 02:53 PM
โพสต์ทั้งหมด: #15
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
พวกคลั่งเจ้า คำนี้คำเดียวผมก็รู้ว่าท่านผู้นำเสนอเป็นคนเช่นไร

ผมไม่รุ้ว่าท่านอายุเท่าไหร่ ถ้า 20 ถอยหลังไปผมพอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าเกิดเป็น 30+

ผมว่าท่านคงไม่ชอบดูทีวีช่วง ข่าวในพระราชสำนัก ซึ่งราวๆ 15-20 ปีก่อน ผมดูทุกวัน

ผมยังรู้สึกปลื้มปิติที่ท่านทรงงานหนัก และทรงที่ทำให้เกิดความรู้สร้างเสริมปัญญา

ให้แก่ผสกนิกรทั่วหล้าเมืองไทย ไม่ว่าถิ่นที่ธุรกันดาลเพียงได ท่านก็ไม่ย่อท้อ

เรียกได้ว่านักการเมืองยุคนี้ไม่มีใครแม้แต่คนเดียว ทำได้เท่า ธุลีพระบาท ท่านแม้แต่คนเดียว
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 03:06 PM
โพสต์ทั้งหมด: #16
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ปูเสื่อรอ !!! ( > < ) ท่าน บลิ๊ง คิงดอม ปายไหนอ่ะ?? มารอเป็นเพื่อนหน่อย !!! ^^
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 03:06 PM
โพสต์ทั้งหมด: #17
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
กระทู้นี้

ผมขอให้ท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่าน

กรุณาอภิปรายในประเด็นวิชาการเพียงอย่างเดียว

กรุณา ควบคุม อารมณ์ ความรู้สึก (ซึ่งผมคิดว่าทุกท่านมีวุฒิภาวะพอ)

เพื่อความปลอดภัยของบ้านหลังนี้

จะได้มีที่ถกเถียงและอภิปรายกันต่อไป

ปล. อ่านทุกคอมเมนท์ แล้วก็ยิ้มไปยิ้มมา

[ภาพ: sacravano1719ableedingvictory.jpg]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 03:10 PM
โพสต์ทั้งหมด: #18
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 02:53 PM)joecth2003 เขียน:  พวกคลั่งเจ้า คำนี้คำเดียวผมก็รู้ว่าท่านผู้นำเสนอเป็นคนเช่นไร

ผมไม่รุ้ว่าท่านอายุเท่าไหร่ ถ้า 20 ถอยหลังไปผมพอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าเกิดเป็น 30+

ผมว่าท่านคงไม่ชอบดูทีวีช่วง ข่าวในพระราชสำนัก ซึ่งราวๆ 15-20 ปีก่อน ผมดูทุกวัน

ผมยังรู้สึกปลื้มปิติที่ท่านทรงงานหนัก และทรงที่ทำให้เกิดความรู้สร้างเสริมปัญญา

ให้แก่ผสกนิกรทั่วหล้าเมืองไทย ไม่ว่าถิ่นที่ธุรกันดาลเพียงได ท่านก็ไม่ย่อท้อ

เรียกได้ว่านักการเมืองยุคนี้ไม่มีใครแม้แต่คนเดียว ทำได้เท่า ธุลีพระบาท ท่านแม้แต่คนเดียว
บังเอิญคุณพ่อนางฟ้าอายุ 80+ และความจำยังดีมากๆ

สิ่งที่คุณพ่อเล่าให้ฟังนั้น คนอายุ 30+ ก็ไม่เคยได้ยินเช่นกัน

ขอพระองค์ท่านทรงพระชนม์มายุ หมื่นๆปีนะฮ้า

คลิปก่อนนอน สอนให้รู้จักรากของการเมืองไทย ทำไมมันยุ่งเหยิงอย่างนี้นะฮ้า
http://www.youtube.com/watch?v=TMI9ZoWxZj8
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 03:14 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-06-2011 03:16 PM โดย joecth2003.)
โพสต์ทั้งหมด: #19
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 03:10 PM)นางฟ้านะยะ เขียน:  
(12-06-2011 02:53 PM)joecth2003 เขียน:  พวกคลั่งเจ้า คำนี้คำเดียวผมก็รู้ว่าท่านผู้นำเสนอเป็นคนเช่นไร

ผมไม่รุ้ว่าท่านอายุเท่าไหร่ ถ้า 20 ถอยหลังไปผมพอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าเกิดเป็น 30+

ผมว่าท่านคงไม่ชอบดูทีวีช่วง ข่าวในพระราชสำนัก ซึ่งราวๆ 15-20 ปีก่อน ผมดูทุกวัน

ผมยังรู้สึกปลื้มปิติที่ท่านทรงงานหนัก และทรงที่ทำให้เกิดความรู้สร้างเสริมปัญญา

ให้แก่ผสกนิกรทั่วหล้าเมืองไทย ไม่ว่าถิ่นที่ธุรกันดาลเพียงได ท่านก็ไม่ย่อท้อ

เรียกได้ว่านักการเมืองยุคนี้ไม่มีใครแม้แต่คนเดียว ทำได้เท่า ธุลีพระบาท ท่านแม้แต่คนเดียว

บังเอิญคุณพ่อนางฟ้าอายุ 80+ และความจำยังดีมากๆ

สิ่งที่คุณพ่อเล่าให้ฟังนั้น คนอายุ 30+ ก็ไม่เคยได้ยินเช่นกัน

ขอพระองค์ท่านทรงพระชนม์มายุ หมื่นๆปีนะฮ้า

ตามสบายครับ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 03:27 PM
โพสต์ทั้งหมด: #20
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 02:08 PM)ถ่องแท้ เขียน:  ....
เราขอถามสั้นๆ ง่ายๆ คุณรู้ได้อย่างไรว่า "ไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว"??
.....

เอาคำผมมาก็ไม่ครบ "คงไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว"

เป็นความเห็นเชิงคำถามของผมครับ

ทำไมถึงคิดเห็นอย่างนั้น ตั้งแต่จำความได้คงสัก ไม่ต่ำกว่า ๔๐ ปีที่ผ่านมา เฉพาะข่าวในพระราชสำนัก (ที่ท่านอาจจะกล่าวว่ายัดเยียดทุกวัน) ก็เห็นท่านทรงงานเพื่อประชาชนมาตลอด จะมาช่วงหลังที่สุขภาพไม่ดีที่ห่างหายไป (สัก ๑๐ ปีให้หลังเห็นจะได้) ซึ่งจริงๆไม่เห็นจำเป็นจะต้องทำอะไรแบบนั้นเลย อยู่เฉยๆสบายๆไม่ต้องออกไปลำบาก นั่งสร้างภาพอย่างเดียวก็น่าจะทำได้ แค่นับเวลา 52 สัปดาห์ x 5 วัน x 30 ปี ให้หยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็เป็นจำนวนมหาศาลสำหรับคนๆหนึ่งที่จะทำงานให้ส่วนรวม

นอกจากนี้ก็ยังมีข้อมูลข่าวสารจากแหล่งอื่นๆอีกทั้งภาครัฐและเอกชนที่แสดงถึงกิจกรรมและผลงานของท่านเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูลนั้นเป็นเรื่องที่สามารถประเมินกันได้หากต้องการ ครึ่งชีวิตของผมทำงานด้านข้อมูลข่าวสารดังนั้นข้อมูลที่ผมใช้จึงต้องถูกต้องและเชื่อถือได้ระดับดี

สมมุติว่าสิ่งที่เห็นเป็นภาพลวงตาสักครึ่ง ผมก็ว่ายังไม่มีใครเทียบได้

การพิจารณาจากคนๆหนึ่ง ที่อาจไม่ใช่ผู้มีปัญญาอะไรมากมาย ไม่ได้ร่ำเรียนสูงมากนัก พอจะผ่านโลกใบนี้มาพอควร น่าจะมีน้ำหนักเพียงพอสำหรับคำถามนี้

ผมเคารพเสมอในความคิดของผู้อื่น และไม่เคยนำความคิดของตัวเองไปยัดเยียดให้ใคร

สิ่งที่ท่านกล่าวถึงในเรื่อง "ตรวจสอบ ประเมิน อย่างเป็นอิสระ อย่างเสรี อย่างไม่ถูกบังคับให้สรุปล่วงหน้า" เหล่านี้ก็เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งประกอบในการที่จะพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องคำนึงถึงและนำมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง fact หรือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นซึ่งไม่มีใครสามารถบิดเบือนได้ สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมเกิดขึ้น สิ่งที่ประจักษ์แจ้งก็ประจักษ์แจ้ง

สำหรับประเด็นอื่นเรื่องกฏหมายนั้น ผมรับรู้แต่ว่า มันแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แต่อย่าลืมว่าการจะแก้ไขใดๆก็แล้วแต่มันต้องเกิดการเห็นพ้องต้องกันของผู้เกี่ยวข้องจึงจะดำเนินการได้ ซึ่งก็ว่ากันไปตามระบบ เรื่องนี้ไม่ต้องยกมากล่าวอ้างเพราะไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผม POST ลงไป

ประเด็นหลักก็คือ "คงไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว" หากท่านบอกได้ว่าใครก็บอกมาผมอาจเห็นด้วยกับท่านก็ได้ Big Grin

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 03:43 PM
โพสต์ทั้งหมด: #21
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ถึงท่านเรดโฟลค นิดเดียวฮัฟ !! ^ ^

เอ่อ แบบไหนดี !!....???? แล้ว "ใครจะอยู่ในตำแหน่งที่ทำแล้วเห็นผลงานได้นานเท่านี้...พอที่จะยกมาเปรียบได้ล่ะฮัฟ" !!!!

ประมาณเนี้ยฮัฟ !!! (ยากวุ้ย > < )
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 03:46 PM
โพสต์ทั้งหมด: #22
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ข้าพเจ้าจะไม่ปกครองเยี่ยงกษัตริย์
หากแต่ว่าข้าพเจ้าจะปกป้องประชาชนดั่งบิดา
(พระเจ้าแผ่นดินของภูฏาน)

เชื้อโรคมันเข้าทางปาก
ความหายนะมันก็ออกจากปาก
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:06 PM
โพสต์ทั้งหมด: #23
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ขอยกตัวอย่างแรก เป็นตัวอย่างที่ตรวจสอบได้ โดยไม่มีใครจับเข้าคุกเพราะเป็นการดำเนินการในลักษณะมูลนิธิ

มูลนิธิอานันทมหิดล คือการสร้างคนที่จะสร้างความเข้มแข็งของชาติ

ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นได้จาก หน้าเว็ปกาญจนาภิเษก

เป็นทุนให้เปล่าไม่มีสิ่งตอบแทน เป็นการสร้างคนโดยแท้ ให้คนไทยเพื่อคนไทย

ลองดูตัวอย่างจากรายการ หนึ่งในพระราชดำริ บุคคลเหล่านี้มีตัวตนจริงทำงานจริงตรวจสอบได้

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:12 PM
โพสต์ทั้งหมด: #24
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ถ้า ฝัน ที่ เป็น จริงได้ เกิดขึ้นแล้ว วิจารณ์ได้ ตรวจสอบได้ อย่าง เท่าเทียมกัน
แล้ว มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ศาลพิพากษาให้ พวกท่าน แพ้คดี และ ถูกฟ้องกลับ ต้องเป็น จำเลยบ้าง พวกท่านจะ ยอมรับ หรือไม่ครับ

ผมเองก็ รักเจ้า แต่ ไม่น่าจะถึงกับ "คลั่ง" หรอกนะครับ พวกท่านจะวิจารณ์ ตรวจสอบอย่างไร ผมไม่เกี่ยง แต่ ที่ผมยังไม่เห็นด้วย ก็ เพียงเพราะ กฏหมายห้ามเอาไว้

ถ้า วันใด กฏหมายไม่ได้ห้ามแล้ว พวกท่านมีพยานหลักฐาน ที่แน่ใจได้ว่า จะเป็นประโยชน์กับประชาชนโดยทั่วไป พวกท่านก็ ดำเนินการให้เต็มที่นะครับ แต่ถ้าผลการตัดสินออกมาแล้ว พวกท่านเป็นฝ่ายถูกเอาผิดซะเอง แบบนี้ จะยอมรับกันได้หรือเปล่า ครับ

การจะแก้ไข "กฏหมาย" ก็ ต้องให้ "คน" ไปแก้ใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้น แก้ไขที่ "คน" ก่อนดีมั้ย ทุกวันนี้ พวกเรา ทะเลาะกัน เพียงแค่ว่า "เชื่อ" กับ "ไม่เชื่อ" แค่นั้นเอง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:18 PM
โพสต์ทั้งหมด: #25
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 04:12 PM)Phornthep เขียน:  ถ้า ฝัน ที่ เป็น จริงได้ เกิดขึ้นแล้ว วิจารณ์ได้ ตรวจสอบได้ อย่าง เท่าเทียมกัน
แล้ว มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ศาลพิพากษาให้ พวกท่าน แพ้คดี และ ถูกฟ้องกลับ ต้องเป็น จำเลยบ้าง พวกท่านจะ ยอมรับ หรือไม่ครับ

ผมเองก็ รักเจ้า แต่ ไม่น่าจะถึงกับ "คลั่ง" หรอกนะครับ พวกท่านจะวิจารณ์ ตรวจสอบอย่างไร ผมไม่เกี่ยง แต่ ที่ผมยังไม่เห็นด้วย ก็ เพียงเพราะ กฏหมายห้ามเอาไว้

ถ้า วันใด กฏหมายไม่ได้ห้ามแล้ว พวกท่านมีพยานหลักฐาน ที่แน่ใจได้ว่า จะเป็นประโยชน์กับประชาชนโดยทั่วไป พวกท่านก็ ดำเนินการให้เต็มที่นะครับ แต่ถ้าผลการตัดสินออกมาแล้ว พวกท่านเป็นฝ่ายถูกเอาผิดซะเอง แบบนี้ จะยอมรับกันได้หรือเปล่า ครับ


อันนี้!! มันหลักการโดยทั่วไปเลยไม่ใช่เหรอฮัฟ!! " สิทธิขั้นพื้นฐาน" เช่น ผมกล่าวหาคุณ!! แล้วข้อความที่ผมกล่าวไปไม่มีมูลความจริง !! คุณก็ฟ้องกลับได้แล้วนี้ฮัฟ !!! แต่ที่คุยกัน !!! มันหมายถึง "ทำไม่ได้ " ไม่ใช่หรอฮัฟ ????


ด้วยความเคารพ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:20 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-06-2011 04:39 PM โดย sompon.)
โพสต์ทั้งหมด: #26
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ตอบ.....joecth2003 RedVW พร้อมกันไปเลยแล้วกัน

๑ กิจการของสถาบัน ไม่ว่า ทรัพยสินส่วนมหากษัตริย์ โครงการราชดำริ

โครงการการกุศลนั้น...........มันแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ข้อมูลที่ออกมานอกจากดูตามทีวีแล้ว

บางครั้งมันมีข้อมูลในสถานที่จริงเช่น โครงการลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งไม่ตรงกับที่ออกสื่อกระแสหลัก

ฉนั้นในแต่ละประเด็น
มุมมองต่อสถาบันจึงแตกต่างกันไป
แล้วแต่จะได้รับข้อมูลจากที่ไหน

๒ เมื่อประเทศไทยเป็นของทุกคน การวิจารณ การตรวจสอบ การเลือก เป็นสิทธ ตามธรรมชาติอยู่แล้ว

มันไม่มีเหตุผลที่จะไปจำกัดสิทธนั้น การแก้ไขกฏหมายที่ไม่เป็นธรรม เป็นสิ่งสมควร การรับฟังความเห็นประชาชนในวงกว้างก็เป็นสิ่งจำเป็น แต่ บรรยากาศ ๑๑๒ แบบนี้ มันไม่มีทางจะได้ความเห็นต่างจากกระแสหลัก

๓ มีเรื่องสถาบันอีกมากมายที่จะต้องทำ ๑๑๒ เป็นเพียงส่วนเล็กๆส่วนเดียวเท่านั้น ที่จะต้องแก้ไข๑๑๒ ก่อน

เพื่อความเป็นธรรม ความเท่าเทียมกัน มันไม่มีกฏหมาย๑๑๒ มาคุ้มครองพ่อแม่คุณ แต่ก็ไม่มีปัญหาไม่ใช่หรือ คุณจะห่วงอะไร ถึงไม่มี๑๑๒ คนไทยยังรักในหลวงไม่ใช่หรือ????

๔ พวกคลั่งจ้าว(ขอใช้คำนี้ เพราะ คลั่ง กับ รัก มันไม่เหมือนกัน) ชอบอ้างกฏหมายเผด็จการเยอะแยะมากมายให้ฝ่ายตรงข้ามต้องเคารพ แต่พอฝ่ายประชาธิปไตย จะทำตามกระบวนการตามกฏหมาย ของแก๊งตะเหี้ยอย่าง รธน๕๐ แท้ๆเช่น แก้ พรบ แก้ รธน ประชาพิจาร
ดันอ้างว่า พวกมากลากไป
"" ถามพวกคลั่งจ้าวว พวกคุณยังเคารพกฏหมาย เคารพความคิดเห็นคนอื่นอยู่หรือ?????

๕ สำหรับ สามัญบุคคลที่เป็นที่จดจำ

ของฝ่ายประชาธิปไตนั้น ก็มี ปรีดี ป๋วย พระยาพหล ลุงนวมทอง จิต
อัศนี ครูโกมล และอีกเยอะแยะมากมาย

ผมไม่อาจจะเอาผลงาน
ใครไปเปรียบเทียบกับใครในตอนนี้ แต่ขอบอกว่า วีระบุรุษสามัญชน ของฝ่ายประชาธิปไตยนั้น มีอยู่จริง สำหรับลุงนวมทองนั้น เป็นชาวบ้านรากหญ้า แต่อยู่ใน หัว
ใจของคนเยอะแยะมากมาย ฉนั้น คนรากหญ้ายากจน ก็เป็นวีระบุรุษได้ ทำความดีได้

๖ ความเชื่อถือของข้อมูล ต้องมาจากหลายๆแหลงประกอบกัน ยิ่งถ้าได้เห็นด้วยตาตัวเองยิ่งดี

ซึ่งบ่อยครั้ง ในสื่อกระแสหลัก สิ่งที่ปรากฏในสือ มันคลาดเคลื่อนจากที่เห็นด้วยตา

และการอ้างในเว็บบอร์ด ใครๆก็อ้างได้ บ่อยมากที่สื่อจะอ้างความรุนแรงให้ขาย คนสนใจ



"""""""""""""พวกคลั่งจ้าวกลัวอะไร ถ้า มีการตรวจสอบ วิจารณ์ เลือกตั้งแล้ว คนไทยยิ่งรักในหลวงมากขึ้นไม่ใช่หรือ????"""""""""""""""""""""
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:22 PM
โพสต์ทั้งหมด: #27
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 04:12 PM)Phornthep เขียน:  ถ้า ฝัน ที่ เป็น จริงได้ เกิดขึ้นแล้ว วิจารณ์ได้ ตรวจสอบได้ อย่าง เท่าเทียมกัน
แล้ว มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ศาลพิพากษาให้ พวกท่าน แพ้คดี และ ถูกฟ้องกลับ ต้องเป็น จำเลยบ้าง พวกท่านจะ ยอมรับ หรือไม่ครับ

ผมเองก็ รักเจ้า แต่ ไม่น่าจะถึงกับ "คลั่ง" หรอกนะครับ พวกท่านจะวิจารณ์ ตรวจสอบอย่างไร ผมไม่เกี่ยง แต่ ที่ผมยังไม่เห็นด้วย ก็ เพียงเพราะ กฏหมายห้ามเอาไว้

ถ้า วันใด กฏหมายไม่ได้ห้ามแล้ว พวกท่านมีพยานหลักฐาน ที่แน่ใจได้ว่า จะเป็นประโยชน์กับประชาชนโดยทั่วไป พวกท่านก็ ดำเนินการให้เต็มที่นะครับ แต่ถ้าผลการตัดสินออกมาแล้ว พวกท่านเป็นฝ่ายถูกเอาผิดซะเอง แบบนี้ จะยอมรับกันได้หรือเปล่า ครับ

อันนี้คุณไม่ต้องห่วงคนอื่นดอก มันแน่อยู่แล้ว ขอให้แก้กฏหมายก่อนเหอะ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:28 PM
โพสต์ทั้งหมด: #28
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 04:06 PM)RedVW เขียน:  ขอยกตัวอย่างแรก เป็นตัวอย่างที่ตรวจสอบได้ โดยไม่มีใครจับเข้าคุกเพราะเป็นการดำเนินการในลักษณะมูลนิธิ

มูลนิธิอานันทมหิดล คือการสร้างคนที่จะสร้างความเข้มแข็งของชาติ

ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นได้จาก หน้าเว็ปกาญจนาภิเษก

เป็นทุนให้เปล่าไม่มีสิ่งตอบแทน เป็นการสร้างคนโดยแท้ ให้คนไทยเพื่อคนไทย

ลองดูตัวอย่างจากรายการ หนึ่งในพระราชดำริ บุคคลเหล่านี้มีตัวตนจริงทำงานจริงตรวจสอบได้


มีใครเคยไปตรวจสอบการดำเนินการของมูลนิธิแล้วหรือ?????

การตรวจสอบนั้น มันต้องมองภาพรวม ไม่ใช่ให้ตรวจสอบบางส่วน

แล้วสงวนบางส่วนไม่ให้ตรวจสอบ

ตรวจสอบทั้งหมดไม่ดีหรือครับ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:37 PM
โพสต์ทั้งหมด: #29
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ขอสั้นๆ ก่อนแล้วกัน เพราะใช้มือถือ พิมพ์ลำบาก

สุดท้ายแล้ว ที่คุณ RedVW ยกมาโต้ ก็คือการประชาสัมพันธ์ ด้านเดียวที่รัฐและเอกชนนำเสนอนั้นแหละ เพราะในความเป็นจริง คุณใช้บันทัดฐานเดียวกันกับที่ใช้ประเมิน ตรวจสอบ นักการเมือง หรือ คนทั่วไปไม่ได้

ตัวอย่าง เวลามีโครงการหลวงไปพัฒนา หมู่บ้าน ก ถามว่าทำไมถึงเป็น หมู่บ้าน ก และ ไม่ใช่หมู่บ้าน ข อะไรคือเหตุผล งบประมาณที่ใช้พัฒนา ผลลับที่ได้กลับมาประเมินได้หรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่ ส่วนได้ส่วนเสียตรวจสอบได้ไหม

คุณตอบว่าคุณไม่เคยยัดเยียดความคิดให้ใคร เราก็ต้องขอถามกลับว่า การที่มี ม.8 และ ม.112 นี้ไม่ใช่การยัดเยียด บีบบังคับทางความคิด

ถ้ามีการลงประชามติยกเลิก ม.112/ปฏิรูปสถาบัน (อย่างกรณีที่เกิดขึ้นในออสเตรเลีย) ทุกอย่างเป็นไปอย่าง fair play เหมือนที่ออสเตรเลียเคยทำ แบบนั้นซิ ถึงจะทราบได้ว่าคนเขาคิดกันอย่างไร

ดึกๆ สะดวกเมื่อไรจะมา debate ต่อพร้อมข้อมูลอ้างอิงกรณีออสเตรเลีย

เบื่อพวก "ขาเทียม" ดีแต่ "เลื้อย"
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:41 PM
โพสต์ทั้งหมด: #30
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
อ่านมาหลาย comment อยากจะกด like ยังไม่กล้าเลย

คงรู้นะว่า 112 ของเขาแรงจริงครับ Big Grin

Yoyo-86Yoyo-86Yoyo-86Yoyo-86Yoyo-86Yoyo-86Yoyo-86
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:43 PM
โพสต์ทั้งหมด: #31
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
พวกท่าน "เชื่อ" ในสิ่งที่ พวกท่าน รับรู้มา และ อาจจะ "กล้า" ที่จะนำเสนอ ถ้า กฏหมาย อณุญาต

แต่ ทำไม ผมถึงรู้สึก "ไม่เชื่อ" พวกท่านจะ "ยอมรับ" ถ้า หาก ประชามติ หรือ ศาลพิพากษา แล้ว ว่า ความเชื่อ ของพวกท่านนั้น "ผิด"

สิ่งที่ผมยกมาก็ เป็น เพียงแค่ อุดมคติ ซึ่ง ยังไม่มีอยู่ จริง ณ เวลานี้ เป็น เพียง สมมติฐานทางความคิด

ผมไม่ได้เป็นห่วงพวกท่านเลยจริง ๆ พวกท่านจะ แพ้ หรือ ชนะ หรือ สมหวัง ผิดหวัง ผมก็คงก้าวก่าย อันใดไม่ได้ เพราะ เรา "เชื่อ" ไม่เหมือนกัน

การจะแก้ไข "กฏหมาย" ก็ ต้องให้ "คน" ไปแก้ใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้น แก้ไขที่ "คน" ก่อนดีมั้ย ทุกวันนี้ พวกเรา ทะเลาะกัน เพียงแค่ว่า "เชื่อ" กับ "ไม่เชื่อ" แค่นั้นเอง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:51 PM
โพสต์ทั้งหมด: #32
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 04:37 PM)ถ่องแท้ เขียน:  ขอสั้นๆ ก่อนแล้วกัน เพราะใช้มือถือ พิมพ์ลำบาก

สุดท้ายแล้ว ที่คุณ RedVW ยกมาโต้ ก็คือการประชาสัมพันธ์ ด้านเดียวที่รัฐและเอกชนนำเสนอนั้นแหละ เพราะในความเป็นจริง คุณใช้บันทัดฐานเดียวกันกับที่ใช้ประเมิน ตรวจสอบ นักการเมือง หรือ คนทั่วไปไม่ได้

ตัวอย่าง เวลามีโครงการหลวงไปพัฒนา หมู่บ้าน ก ถามว่าทำไมถึงเป็น หมู่บ้าน ก และ ไม่ใช่หมู่บ้าน ข อะไรคือเหตุผล งบประมาณที่ใช้พัฒนา ผลลับที่ได้กลับมาประเมินได้หรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่ ส่วนได้ส่วนเสียตรวจสอบได้ไหม

สำหรับประเด็นนี้ จากตัวอย่างที่ผมยกมานั้น

๑. แม้จะเป็นการประชาสัมพันธ์โดยฝ่ายรัฐ แต่ข้อมูลนั้นจริงและตรวจสอบได้ว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นของจริง

๒. สำหรับการตรวจสอบในแง่ที่ ทำไมทำที่นี่ไม่ทำที่โน้น คุ้มหรือไม่ เนื่องจากเป็นการดำเนินการในลักษณะมูลนิธิไม่ใช่เงินหลวง ดังนั้นการดำเนินการโดยนิติบุคคลในลักษณะเช่นนี้ก็มีกระบวนการของเขาอยู่ สามารถตรวจสอบได้ตามระบบอยู่แล้ว (ลองศึกษาเรื่องเกี่ยวกับมูลนิธิดูครับ)

เรื่องกฏหมายนั้น ผมไม่เคยบอกสักครั้งเดียวว่าไม่แก้ หรือ แก้

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:51 PM
โพสต์ทั้งหมด: #33
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 04:37 PM)ถ่องแท้ เขียน:  ขอสั้นๆ ก่อนแล้วกัน เพราะใช้มือถือ พิมพ์ลำบาก

สุดท้ายแล้ว ที่คุณ RedVW ยกมาโต้ ก็คือการประชาสัมพันธ์ ด้านเดียวที่รัฐและเอกชนนำเสนอนั้นแหละ เพราะในความเป็นจริง คุณใช้บันทัดฐานเดียวกันกับที่ใช้ประเมิน ตรวจสอบ นักการเมือง หรือ คนทั่วไปไม่ได้

ตัวอย่าง เวลามีโครงการหลวงไปพัฒนา หมู่บ้าน ก ถามว่าทำไมถึงเป็น หมู่บ้าน ก และ ไม่ใช่หมู่บ้าน ข อะไรคือเหตุผล งบประมาณที่ใช้พัฒนา ผลลับที่ได้กลับมาประเมินได้หรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่ ส่วนได้ส่วนเสียตรวจสอบได้ไหม

สำหรับประเด็นนี้ จากตัวอย่างที่ผมยกมานั้น

๑. แม้จะเป็นการประชาสัมพันธ์โดยฝ่ายรัฐ แต่ข้อมูลนั้นจริงและตรวจสอบได้ว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นของจริง

๒. สำหรับการตรวจสอบในแง่ที่ ทำไมทำที่นี่ไม่ทำที่โน้น คุ้มหรือไม่ เนื่องจากเป็นการดำเนินการในลักษณะมูลนิธิไม่ใช่เงินหลวง ดังนั้นการดำเนินการโดยนิติบุคคลในลักษณะเช่นนี้ก็มีกระบวนการของเขาอยู่ สามารถตรวจสอบได้ตามระบบอยู่แล้ว (ลองศึกษาเรื่องเกี่ยวกับมูลนิธิดูครับ)

เรื่องกฏหมายนั้น ผมไม่เคยบอกสักครั้งเดียวว่าไม่แก้ หรือ แก้

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:53 PM
โพสต์ทั้งหมด: #34
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 04:43 PM)Phornthep เขียน:  พวกท่าน "เชื่อ" ในสิ่งที่ พวกท่าน รับรู้มา และ อาจจะ "กล้า" ที่จะนำเสนอ ถ้า กฏหมาย อณุญาต

แต่ ทำไม ผมถึงรู้สึก "ไม่เชื่อ" พวกท่านจะ "ยอมรับ" ถ้า หาก ประชามติ หรือ ศาลพิพากษา แล้ว ว่า ความเชื่อ ของพวกท่านนั้น "ผิด"

สิ่งที่ผมยกมาก็ เป็น เพียงแค่ อุดมคติ ซึ่ง ยังไม่มีอยู่ จริง ณ เวลานี้ เป็น เพียง สมมติฐานทางความคิด

ผมไม่ได้เป็นห่วงพวกท่านเลยจริง ๆ พวกท่านจะ แพ้ หรือ ชนะ หรือ สมหวัง ผิดหวัง ผมก็คงก้าวก่าย อันใดไม่ได้ เพราะ เรา "เชื่อ" ไม่เหมือนกัน

คุณมีสิทธิที่จะเชื่อ แต่ ก็ต้องให้สิทธิคนที่เขา""ไม่เชื่อ""ด้วย

ซึ่งคนที่ไม่เชื่อ อาจจะไม่มีในประเทศนี้ก็ได้ แต่ก็ควรคงสิทธินั้นไว้ เพราะมันเป็นเรื่องสาธารณะ

พวกคุณอ้างกฏหมาย อ้างศาล แต่ฝ่ายประชาธิปไตยจะแก้ กฏหมาย(ตามกระบวนการกฏหมาย) กลับอ้างว่า พวกมากลากไป จริงแล้ว พวกคลั่งจ้าว
ส่วนใหญ่ก็ไมได้เคารพกฏหมาย เคารพความเห็นคนอื่นดอกคับ

"""หลักฐานเยอะแยะมากมาย อ.สมสักด์ ได้นำมาแสดงไว้เยอะแล้ว""""

ประเด็นที่ถกกัน ไม่ใช่ ไม่มีสิทธิคลั่งจ้าว ไม่มีสิทธิเชื่อ แต่เป็นประเด็น
ที่ทุกฝ่ายมีสิทธิเท่าเทียมกันที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ

แค่ไม่ยืนในโรงหนังก็ถูกจับดำเนินคดีในโทษสิบห้าปี ผมว่า มันเกินไป


"""""""""""""อย่าเบี่ยงเบนประเด็น"""""""
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:54 PM
โพสต์ทั้งหมด: #35
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 04:43 PM)Phornthep เขียน:  พวกท่าน "เชื่อ" ในสิ่งที่ พวกท่าน รับรู้มา และ อาจจะ "กล้า" ที่จะนำเสนอ ถ้า กฏหมาย อณุญาต

แต่ ทำไม ผมถึงรู้สึก "ไม่เชื่อ" พวกท่านจะ "ยอมรับ" ถ้า หาก ประชามติ หรือ ศาลพิพากษา แล้ว ว่า ความเชื่อ ของพวกท่านนั้น "ผิด"

สิ่งที่ผมยกมาก็ เป็น เพียงแค่ อุดมคติ ซึ่ง ยังไม่มีอยู่ จริง ณ เวลานี้ เป็น เพียง สมมติฐานทางความคิด

ผมไม่ได้เป็นห่วงพวกท่านเลยจริง ๆ พวกท่านจะ แพ้ หรือ ชนะ หรือ สมหวัง ผิดหวัง ผมก็คงก้าวก่าย อันใดไม่ได้ เพราะ เรา "เชื่อ" ไม่เหมือนกัน


บทความอันนี้ งงๆ ฮัฟ !!! (ยอมรับ...ไม่เข้าใจเลย > < )


ตอบ...อันที่พอจะอ่านรู้เรื่อง !!! ....คือ เรื่อง"ศาล" ถ้าผมโดนฟ้อง ต่อให้ไม่ยอมรับคำตัดสิน ถ้าว่าผิด " ผมก็ต้องรับผิดชอบตามคำตัดสิน" ฮัฟ !!!! มีมาตราฐานเดียวฮัฟ ....

ส่วนเรื่องประชามติ (อันนี้งงหนักเรื่องจุดยืนของคุณอ่ะครับ ???) คือ ณ เวลานี้ เสื้อแดง ก็ไม่ได้ยอมรับ รธน.50 นะฮัฟ !!!! แล้วเราก็อยู่ใน รธน. 50 ไม่ใช่หรอ !!!! มันเกี่ยวข้องยังไงหรอฮัฟ !! กับ เรื่องคุณ "ไม่เชื่อ" ว่าผมจะยอมรับคำตัดสิน (เหมือนสลิ่ม ก็ไม่ยอมรับเรา (เสียงส่วนใหญ่) แต่ก็ยังทำได้แต่รอแบบไอ้ขี้แพ้ .....) ^ ^


ด้วยความเคารพ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 04:58 PM
โพสต์ทั้งหมด: #36
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 05:01 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-06-2011 07:14 PM โดย blind-kingdom.)
โพสต์ทั้งหมด: #37
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
อ้างอิง:ไม่เห็นจำเป็นจะต้องทำอะไรแบบนั้นเลย

สถาบันพระมหากษัตริย์ ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ดำรงอยู่ด้วยความนิยม (ซึ่งอาจจะแปรเป็นพระบารมี) ไม่ใช่พระราชอำนาจ
และเมื่อกษัตริย์มีความนิยมมาก ก็จะนำมาซึ่งความเกรงใจต่อรัฐสภาในการออกกฎหมาย และคำแนะนำของกษัตริย์ที่มีต่อรัฐบาลมีน้ำหนักมากกว่า กษัตริย์ที่ไม่ได้รับความนิยม
ทั้งความนิยมยังอาจเป็นตัวชี้วัดถึงการสืบสันติวงค์นอกเหนือจากกฎมนเทียรบาลอีกด้วย (ตามประวัติศาสตร์)

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า กษัตริย์ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย มีหน้าที่ต่อสาธารณะคือ สร้างความนิยม
เหมือนที่เราเห็นในสถาบันพระมหากษัตริย์ในทุกๆที่ในโลก

อ้างอิง:คงไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว

สมมุติฐานที่ว่า "คงไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว" ภายใต้เงื่อนไขตัวแปรอะไรบ้างครับ
ถ้าภายใต้ระยะเวลาและงบประมาณจากรัฐในจำนวนเท่าๆกัน แบบนี้ถึงจะเป็นสมมุติฐานที่สามารถอธิบายแบบวิทยาศาสตร์ได้ถูกต้องไหมครับ

อ้างอิง:งบประมาณแผ่นดินที่รัฐต้องจ่ายให้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ประจำปีงบประมาณ 2554 รวมทั้งสิ้น 10,781,350,000 บาท หรือ หนึ่งหมื่นเจ็ดร้อยแปดสิบเอ็ดล้านสามแสนห้าหมื่นบาท
อ่านรายละเอียดได้ที่ http://prachatai.com/journal/2011/05/34508

ถ้าภายใต้งบประมาณเท่านี่ผมมีสมมุติฐานว่าเกือบทุกคนอาจสามารถทำได้ แต่มันก็อาจเป็นแค่สมมุติฐาน เพราะคงไม่มีใครได้งบประมาณจากรัฐในจำนวนมากเท่านี้ หรือมีใครจะให้ผมก็เอานะครับ Big Grin

แต่ผมมีตัวอย่างอยู่ 1 คน ที่มีหน้าที่เป็นสื่อสารมวลชน ภายใต้เงื่อนไขงบประมาณที่เชื่อว่าน้อยกว่ามากๆในเรื่องการลงพื้นที่ ในระยะเวลาหลายปีมานี้ ไม่เห็นมีใครลงพื้นที่ได้มากกว่า เธออยู่ที่หน้าจออยู่ตลอดแม้พื้นที่ๆมีความเสี่ยง บางวันก็อยู่หลายพื้นที่รวมถึงหลายประเทศ เธอปิดทองหน้าพระ แน่นอนว่าเธอชื่อ "ฐปนีย์ เอียดศรีไชย" Big Grin

รักอางกง สงสารลูกหลาน ร่วมใจต้าน 112
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 05:17 PM
โพสต์ทั้งหมด: #38
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ขออนุญาตร่วมด้วยสั้นๆ...

ผมเชื่อว่ากระทู้นี้มีคุณูปการที่ดี ที่มิใช่เพียงเร่องของการถกเถียงในประเด็นดังกล่าวเท่านั้น
แต่มันยังแสดงให้เห็นอีกด้วยว่า

1."ความรักและศรัทธา" ไม่ว่าจะในอะไรมันย่อมส่งผลให้คนๆนั้นมองสิ่งนั้น "สวยงาม" เสมอๆ
2.การผลิตซ้ำ ไม่ว่าจะในวาทกรรมหรือสื่อต่างๆ มันได้ผลอย่างเข้มข้นจริงจังมากกว่าที่เราคิด
3.มนุษย์เราบางคน "เชื่อ" ว่าความสงบสุขในระบบจารีต คือเส้นทางที่มุ่งไปสู่รัฐในอุดมคติได้อ่างแท้จริง
4.การเรียนการสอนประวัติศาสตร์เชิงวิเคราะห์วิพากษ์ของไทย ยังไม่ก้าวหน้าอย่างที่คิด แต่ระบบปลูกฝังแนวคิดทางศาสนาที่ผิดเพี๊ยนกลับทำหน้าที่ได้สมบูณณ์แบบ เพราะหลายคนยังเชื่อว่าโลกนี้ไม่มี Hidden Agenda และคนที่ทำดีย่อมไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง

ประเด็นอื่นนั้นรู้ว่าตัวเองนิสัยและอารมณ์ไม่เหมาะสมจะพูดจะพิมพ์ ขอแสดงความเคารพทุกความเห็นครับ

แก้วน่ะนะ...พอมันร้าว ก็ใส่น้ำไม่ได้แล้ว
ความรัก ความเชื่อใจ พอมันหมดไป พร่องไป
ถ้าไม่รีบซ่อมแซมด้วยความจริงใจ
มันจะสิ้นสูญไปแบบไม่มีทางกลับคืน
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 05:27 PM
โพสต์ทั้งหมด: #39
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ผมไม่รู้ว่าใครมีความดีมาแค่ไหน แต่คนๆนั้นใช้ทุนจากที่ไหน ? มาทำความดี ?

ยกตัวอย่าง คุณทำงานแล้วหาเงินซื้อของขวัญให้พ่อให้แม่เอง ด้วยเงินที่คุณหาเองรู้สึกยังไง ?

กับคุณไม่ได้ทำงานต้องขอเงินพ่อเงินแม่ใช้ แล้วเอาเงินที่ขอนั้นล่ะไปซื้อของขวัญให้ รู้สึกแบบไหน ?

------------------------------------------------------------------------
ไอ้พวกสลิ่มข่าวลือซักวันมันต้องโดนแบบนี้
[ภาพ: wantedkeyboard.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 05:36 PM
โพสต์ทั้งหมด: #40
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ผมอ่านข้อความของคุณ RedVW แล้ว เขาไม่ได้โต้แย้งเรื่องความอึดอัดหรือความคลุมเครือของมาตรา 112 กับความพยายามกล่าวหากันอย่างครอบจักรวาล

แต่คิดว่าเขาพูดถึงประเด็นพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญมาตลอดหลายสิบปี ซึ่งครองใจพสกนิกรส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนทำได้เทียบเท่าพระองค์....ซึ่งประเด็นนี้ผมยืนยันตามคุณ RedVW

เรื่องมาตรา 112 และความคลั่งเจ้าจนกลายเป็นประเด็นอ่อนไหว ที่พร้อมจะกล่าวหาใครต่อใครก็ได้ที่นิยมทักษิณว่าเป็นพวกล้มเจ้านั้น ผมก็คิดเหมือนกันว่าเป็นปัญหาที่กำลังย้อนกลับไปสั่นคลอนสถานะของ "เจ้า" ตามกระแสบางสังคมในปัจจุบัน

แต่พระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญนั้น ผมเชื่อว่าเป็น "ของจริง" และเป็น "น้ำพระทัย" ที่แท้จริงที่ทรงมีต่อพสกนิกร

ยกตัวอย่างง่ายๆจากความทรงจำของผมเอง....

ในช่วงยุคปกครองของเผด็จการถนอม - ประภาสนั้น มีแต่ข่าวทหารปราบปราม "ฝิ่น" โดยที่ "เฮโรอีน" เพิ่งจะเริ่มเป็นผลิตภัณฑ์ยุคใหม่ไม่นานนัก ทุกวันจะมีแต่ข่าวว่าทหารเผาไร่ฝิ่นได้นับร้อยนับพันไร่ จับวายร้าย "มูเซอร์ดำ" บ้าง "แม้วแดง" บ้าง ยิ่งปราบก็ยิ่งโต ยิ่งเผาฝิ่นก็ยิ่งเพิ่ม

จนกระทั่งมีโครงการณ์พระราชดำรินำร่องขึ้นไปทางเหนือ แทนที่จะปราบเพียงอย่างเดียวพร้อมกับไล่ล่าพวกมูเซอร์ดำกับแม้วแดงเหมือนเป็นอาชญากรที่ต้องล้างให้สิ้นทราก กลับมีหน่วยงานที่ไม่ใช่ทหาร (แต่มีทหารคุ้มครอง) พยายามอย่างหนักที่จะชักจูงชาวเขาบางเผ่าให้หันกลับมาปลูกผลไม้เมืองหนาว เท่าที่จำได้ยุคแรกๆจะเป็นลิ้นจี่ และเป็นสตรอเบอรรี่ในช่วงต่อมา

มีทั้งพลเรือนและทหารจำนวนไม่น้อยต้องพลีชีพไประหว่างที่โครงการพระราชดำริเริ่มตั้งไข่ช่วงแรกๆ จนกระทั่งมีชาวเขาจำนวนหนึ่งเริ่มเข้าใจว่า มีหนทางอื่นที่พวกเขาจะดำรงชีพได้โดยไม่จำเป็นต้องจับปืนสู้กับรัฐ คุณูปการของพระองค์ก็คือ "ชาวเขา" สามารถอยู่ร่วมกับ "ชาวเรา" ได้ด้วยทางเลือกที่ดำรงชีพอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องทำไร่ฝิ่น

ความพยายามที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ให้ชาวเขาช่วยตนเองได้ ได้ต่อยอดเป็นการท่องเที่ยวที่ทุกวันนี้ใครต่อใครสามารถจะขึ้นไปเที่ยวที่ยอดดอยไหนๆก็ได้ทั่วทั้งภาคเหนือ โดยไม่ต้องมีทหารถือปืนคุ้มครองอารักขา ผมเองเคยขึ้นไปเที่ยวตลาดมูเซอร์ดำที่ริมทางสายตาก-แม่สอด พร้อมความคิดที่ว่า หากยังคงเดินตามนโยบายปราบและล้างผลาญอย่างเดียวตามแนวทางของกองทัพ ประเทศไทยภาคเหนือคงไม่มีสารพัดผลิตภัณฑ์และสถานท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อไปทั่วโลกในทุกวันนี้ ไม่มี "กาแฟดอยช้าง" ที่เป็นหนึ่งในสุดยอดกาแฟของโลกจากเชียงรายที่คุณวิชา พรหมยงค์ได้แรงบันดาลใจจากแนวทางโครงการพระราชดำริ ไม่มีผลิตภัณฑ์พืชผักปลอดสารพิษที่เป็นต้นแบบให้เอกชนจำนวนมากกล้าเดินตามจนทุกวันนี้

ซึ่งในเวลายุคเดียวกันนั้นนักการเมืองทำอะไร?....มี "ส.ส.ปลาทูเค็ม", มีนักการเมืองที่แจกรองเท้าข้างขวาแล้วให้กลับมารับข้างซ้ายถ้าตนเองได้เป็นผู้แทนฯ ที่ดูเหมือนจะดีที่สุดก็คือขายความฝัน "น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี" ซึ่งไม่มีใครทำได้จริงจังสักกี่คน เพราะนักการเมืองยุคนั้นน้อยคนมากที่จะเข้าถึงความสัมพันธ์และโครงการณ์ความร่วมมือระดับนานาชาติ จนกระทั่งถึงยุคของพลตรีชาติชาย ชุณหวรรณ หลังจากนั้นนักการเมืองไทยจึงตระหนักถึงความสำคัญของ "การค้าระหว่างประเทศ" อย่างแท้จริง

ถ้าไม่ใช่พระองค์ท่าน....ช่วงเวลาที่เวียดนามบุกยึดเขมรและลาวสำเร็จจนชนะสงครามอินโดจีนต่ออเมริกา ประเทศไทยคงมีแต่ความระส่ำระสายจนคุมไม่ติด เพราะบรรดาเศรษฐีน้อยใหญ่ต่างพยายามโยกย้ายทรัพย์สินออกนอกประเทศ รวมไปถึงเจ้าของธนาคารกว่าครึ่งในประเทศไทยด้วย

การที่ผู้บัญชาการใหญ่ของกองทัพคอมมิวนิสต์เวียดนามประกาศในสภาประชาชนของเขาว่า "ข้าพเจ้าสามารถบุกเข้าถึงกรุงเทพฯได้ภายในไม่ถึง 4 ชั่วโมง" นั้น ทำให้นักการเมืองอเมริกันถึงกับออก "ทฤษฎีโดมิโน"ผ่านสื่อทั่วโลกประกาศความเชื่อมั่นว่า "ประเทศไทยไม่รอดแน่"

ตอนนั้นไม่มีนักการเมืองที่อ้างประชาธิปไตยหน้าไหนออกมาแสดงความกล้าหาญว่าจะเป็นหลักให้ประชาชนยืนหยัดสู้กับเวียดนามแม้แต่คนเดียว มีแต่บทพระราชนิพนธ์ "เราสู้" ที่ปลอบขวัญประชาชนผ่านโทรทัศน์ทุกช่อง และพระราชกรณียกิจเสด็จเยี่ยมปลอบขวัญทหารตามชายแดนอย่างไม่มีเว้นว่าง ซึ่งทำให้ไทยทั้งประเทศไม่เสียขวัญ และตั้งสติจนสามารถเดินนโยบายการฑูตผูกมิตรกับจีน จนข่วยทำ "สงครามสั่งสอน" ตามชายแดนจีน-เวียดนาม จนพะวักพะวนและไม่กล้าบุกประเทศไทยตามที่ตั้งเป้าไว้....เรื่องแบบนี้ไม่มีนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยในยุคนั้นคนไหนกล้าเสนอหน้าครับ

ผมจึงสนับสนุนคุณ RedVW ที่บอกว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่มีใครที่สร้างคุณูปการให้กับประเทศไทยโดยภาพรวมมากกว่าพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 05:56 PM
โพสต์ทั้งหมด: #41
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
รบกวนท่าน สัมมาชน นิดเดียวครับ !!

อ้างอิง:

คงไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว

สมมุติฐานที่ว่า "คงไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว" ภายใต้เงื่อนไขตัวแปรอะไรบ้างครับ
ถ้าภายใต้ระยะเวลาและงบประมาณจากรัฐในจำนวนเท่าๆกัน แบบนี้ถึงจะเป็นสมมุติฐานที่สามารถอธิบายแบบวิทยาศาสตร์ได้ถูกต้องไหมครับ

ผมอ้างถึงคำถาม คุณ บลิ๊ง นิดเดียวครับ !!! ตรงนี้ ...อธิบายได้อย่างไรดีครับ !!! เช่น ถ้า คุณ สัมมาชน ไม่ได้รับ สิทธิประโยชน์จากรัฐ ในการบริหารกิจการ เท่ากับคู่แข่ง แล้วคุณสัมมาชน คิดว่า "นำมากล่าวอ้าง" ในผลประกอบการของคู่แข่ง ได้หรอครับ ???


ด้วยความเคารพ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 06:06 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-06-2011 06:12 PM โดย sompon.)
โพสต์ทั้งหมด: #42
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
คุณ สัมมาชน ๑ เรื่องกาแฟดอยช้าง ไปดูข้อมูลให้ดี ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร?????

๒ ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่นเพราะปลูกไม้เมืองหนาว................ตอนนี้ก็มีการปราบปรามการปลูกฝิ่นน่ะ...

ถ้าเอาไม้เมืองหนาวไปให้ปลูกโดยไม่มีการปราบปราม เขาจะเลิกปลูกฝิ่นหรือ??????

ลองไปดูชาวเขา มีพื้นที่เท่าไร ไอ้ที่ปลูกกะหล่ำปรี ข้าว มันคืออะไร

แล้วจะเอาอะไรไปให้ชาวบ้านปลูก จึงจะเลิกค้ายาบ้า เราต้องคิดรอบด้าน

ไม่คิดแบบลคร

๓ เรื่องเวียดนาม...........มันเป็นผลงานของหลายๆฝ่าย ตอนนั้นมันรัฐบาล เกรียงศักดิ ..เปรม

แต่ถ้ามองมุมกลับ ..ทำไม เวียดนามถึงโกรธไทยหนักหนา...ทั้งที่สมัยปรีดี รักกันแนบแน่น

ทำไม พม่าจึงไม่เห็นเดือดร้อนกับเวียดนามทั้งที่ตอนนั่น พม่าอ่อนแอมาก

และหากไทยพ่ายแพ้ต่อกองทัพเวียดนาม ผมมองว่า เป็นการชนะของฝ่ายประชาชน ต่อนายทุนขุนศึกสักดินาน่ะ

เพราะหากเข้ามา กองทัพเวียดนามจะมากับกองทัพประชาชนไทย ส่วนนักการเมืองตอนนั้น พึ่งผ่าน ตุลาหนึ่งเก้ามา ก็มีเหลือแต่นักการเมืองฝ่ายตะเหี้ย มันเลยเหี้ยนั่นแหละ มันมีแต่พรรคร่วมรัฐบาล กับพรรครอร่วม

๔ เรื่องการพัฒนา....ผมมองว่า ปัญหานักการเมืองอยู่ที ตะเหี้ย ..แต่ปัญหาตะเหี้ยไม่รู้อยู่ที่ใคร

นักการเมืองดีๆ ถูกฆ่าตาย หนีตายหมด......เหลือแต่ ไอ้ที่เป็นพวกเดียวกับตะเหี้ย มันเลยเหี้ยน่ะ รปห. สิบกว่าครั้ง การเมืองล้าหลัง คนดีตาย หนีตาย

""""""""""ขนาดทักษินถือว่า พอใช้ได้ ยังโดนขนาดนี้""""""""

แทนที่จะโทษแก๊ง เหี้ย ดันมาโทษนักการเมือง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 06:14 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-06-2011 06:25 PM โดย blind-kingdom.)
โพสต์ทั้งหมด: #43
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ผมว่าช่วงนี้ต้องบอกหน่อยนะครับว่า "โครงการพระราชดำริจากภาษีประชาชน"
เพราะกำลังเป็นเทรน Tongue

ส่วนตัวคิดว่า โครงการรัฐบาล ไม่ว่าจะ รัฐบาลไหน (มาร์ค แม้ว ฯลฯ ถึงแม้ว่าจะมีข้อครหาว่า โกงกิน) มีความคุ้มทุนมากกว่า โครงการพระราชดำริ

ที่สำคัญ โครงการของรัฐบาล ยังสามารถตรวจสอบได้ ด่าได้อย่างเต็มปาก
เช่นกระทู้นี้ http://board.banrasdr.com/showthread.php?tid=40768 ครับ

รักอางกง สงสารลูกหลาน ร่วมใจต้าน 112
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 06:37 PM
โพสต์ทั้งหมด: #44
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 05:36 PM)สัมมาชน เขียน:  ผมอ่านข้อความของคุณ RedVW แล้ว เขาไม่ได้โต้แย้งเรื่องความอึดอัดหรือความคลุมเครือของมาตรา 112 กับความพยายามกล่าวหากันอย่างครอบจักรวาล

แต่คิดว่าเขาพูดถึงประเด็นพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญมาตลอดหลายสิบปี ซึ่งครองใจพสกนิกรส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนทำได้เทียบเท่าพระองค์....ซึ่งประเด็นนี้ผมยืนยันตามคุณ RedVW

เรื่องมาตรา 112 และความคลั่งเจ้าจนกลายเป็นประเด็นอ่อนไหว ที่พร้อมจะกล่าวหาใครต่อใครก็ได้ที่นิยมทักษิณว่าเป็นพวกล้มเจ้านั้น ผมก็คิดเหมือนกันว่าเป็นปัญหาที่กำลังย้อนกลับไปสั่นคลอนสถานะของ "เจ้า" ตามกระแสบางสังคมในปัจจุบัน

แต่พระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญนั้น ผมเชื่อว่าเป็น "ของจริง" และเป็น "น้ำพระทัย" ที่แท้จริงที่ทรงมีต่อพสกนิกร

...

ผมขอ quote ข้อความของคุณสัมมาชนมาเฉพาะส่วนต้น ขอตัดส่วนที่เป็นการยกตัวอย่างออกไป

ข้อความนี้ผิดตรงไหน ???

ผิดตรงที่ว่า ในขณะที่คุณพูดอย่างไรก็ได้ว่า ในหลวงทำคุณประโยชน์กับประชาชนมากกว่านักการเมืองได้กี่สิบกี่หมื่นเท่าก็ตามแต่ โดยจะเป็นจริงหรือไม่จริงก็ได้ด้วย...

แต่หากใครพูดความเห็นในทางตรงข้ามกับคุณ คนๆนั้นก็มีแต่ " ซวย " สิครับ...

ในที่สุดแล้ว ในสภาพแวดล้อมแบบนี้หรือครับ ที่คุณจะเอามาสรุปอะไรได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างที่คุณว่าโดยจริงแท้แน่นอน...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 06:39 PM
โพสต์ทั้งหมด: #45
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ขอตอบท่านสัมมาชนเรื่องสงครามสั่งสอนเสียหน่อย

ความจริง ประเทศจีนนั้น แม้ไทยไม่ไปเจรจา จีนก็ไม่ยอมให้อิทธิพลของเวียตนามยิ่งใหญ่จ่อคอหอยได้อยู่แล้ว

เพราะถ้าเวียดนามสามารถกลืนไทยได้ จะเป็นผลร้ายต่อจีนเป็นอย่างยิ่ง เพราะเวียดนามในยุคนั้น ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย

ดังนั้น ประเทศจีนยอมส่งทหารมาสั่งสอนเวียดนามเพราะกลัวภัยทางด้านใต้ของตัวเองเป็นหลัก ถึงขนาดยอมเสียชีวิตทหารหลายแสนคน ขอย้ำว่าตายหลายแสนคน และยังไม่สามารถเอาชนะเวียดนามได้ ไม่สามารถตีถึงฮานอยเหมือนที่เราได้ยินข่าวกัน

ถ้าไปถามคนเวียดนาม เขาจะภูมิใจในยุทธการหลั่งเซิน ที่สามารถยันประเทศจีนได้ที่เมืองหลั่งเซินนี่แหละ

สงครามครั้งนั้น ทำให้เวียดนามเองแม้จะยันจีนได้ และประเทศจีนไม่ได้ชัยชนะเด็ดขาด แต่ก็ทำให้กองทัพเวียดนามต้องเตรียมกำลังพลทั้งหมดมาตั้งรับกับประเทศจีน ทำให้ภัยคอมมิวนิสต์เวียดนามที่เตรียมจะรุกมาทางไทยนั้นหมดไป

ถือว่าเป็นความโชคดีของประเทศไทยนี่แหละฮ้า

คลิปก่อนนอน สอนให้รู้จักรากของการเมืองไทย ทำไมมันยุ่งเหยิงอย่างนี้นะฮ้า
http://www.youtube.com/watch?v=TMI9ZoWxZj8
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 06:57 PM
โพสต์ทั้งหมด: #46
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 03:27 PM)RedVW เขียน:  เอาคำผมมาก็ไม่ครบ "คงไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว"

เป็นความเห็นเชิงคำถามของผมครับ

ทำไมถึงคิดเห็นอย่างนั้น ตั้งแต่จำความได้คงสัก ไม่ต่ำกว่า ๔๐ ปีที่ผ่านมา เฉพาะข่าวในพระราชสำนัก (ที่ท่านอาจจะกล่าวว่ายัดเยียดทุกวัน) ก็เห็นท่านทรงงานเพื่อประชาชนมาตลอด จะมาช่วงหลังที่สุขภาพไม่ดีที่ห่างหายไป (สัก ๑๐ ปีให้หลังเห็นจะได้) ซึ่งจริงๆไม่เห็นจำเป็นจะต้องทำอะไรแบบนั้นเลย อยู่เฉยๆสบายๆไม่ต้องออกไปลำบาก นั่งสร้างภาพอย่างเดียวก็น่าจะทำได้ แค่นับเวลา 52 สัปดาห์ x 5 วัน x 30 ปี ให้หยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็เป็นจำนวนมหาศาลสำหรับคนๆหนึ่งที่จะทำงานให้ส่วนรวม

นอกจากนี้ก็ยังมีข้อมูลข่าวสารจากแหล่งอื่นๆอีกทั้งภาครัฐและเอกชนที่แสดงถึงกิจกรรมและผลงานของท่านเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูลนั้นเป็นเรื่องที่สามารถประเมินกันได้หากต้องการ ครึ่งชีวิตของผมทำงานด้านข้อมูลข่าวสารดังนั้นข้อมูลที่ผมใช้จึงต้องถูกต้องและเชื่อถือได้ระดับดี

สมมุติว่าสิ่งที่เห็นเป็นภาพลวงตาสักครึ่ง ผมก็ว่ายังไม่มีใครเทียบได้

การพิจารณาจากคนๆหนึ่ง ที่อาจไม่ใช่ผู้มีปัญญาอะไรมากมาย ไม่ได้ร่ำเรียนสูงมากนัก พอจะผ่านโลกใบนี้มาพอควร น่าจะมีน้ำหนักเพียงพอสำหรับคำถามนี้

ผมเคารพเสมอในความคิดของผู้อื่น และไม่เคยนำความคิดของตัวเองไปยัดเยียดให้ใคร

สิ่งที่ท่านกล่าวถึงในเรื่อง "ตรวจสอบ ประเมิน อย่างเป็นอิสระ อย่างเสรี อย่างไม่ถูกบังคับให้สรุปล่วงหน้า" เหล่านี้ก็เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งประกอบในการที่จะพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องคำนึงถึงและนำมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง fact หรือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นซึ่งไม่มีใครสามารถบิดเบือนได้ สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมเกิดขึ้น สิ่งที่ประจักษ์แจ้งก็ประจักษ์แจ้ง

สำหรับประเด็นอื่นเรื่องกฏหมายนั้น ผมรับรู้แต่ว่า มันแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แต่อย่าลืมว่าการจะแก้ไขใดๆก็แล้วแต่มันต้องเกิดการเห็นพ้องต้องกันของผู้เกี่ยวข้องจึงจะดำเนินการได้ ซึ่งก็ว่ากันไปตามระบบ เรื่องนี้ไม่ต้องยกมากล่าวอ้างเพราะไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผม POST ลงไป

ประเด็นหลักก็คือ "คงไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว" หากท่านบอกได้ว่าใครก็บอกมาผมอาจเห็นด้วยกับท่านก็ได้ Big Grin

เอาแบบง่ายๆนะครับ...

ผมเอาข้อมูลการทำงานทุกอย่างของมาร์ค จากรายการทีวี " เชื่อมั่นประเทศไทยฯ " แล้วก็เว็บไซต์ ปชป. รวมกับเว็บส่วนตัว

แล้วก็มาสรุปว่า " มาร์คเป็นนักการเมืองที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย "

ถามว่า คุณจะเชื่อผมหรือเปล่าครับ ???
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 08:58 PM
โพสต์ทั้งหมด: #47
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
กระทู้ในฝัน ในที่สุดก็มีกระทูนี้ ขออ่านด้วยความไม่เครียดค่ะ

สนับสนุนทุกล้อกอิน แสดงความเห็นเต็มที่

ปล-- ขอโหวตให้เป็นทู้แห่งปี ส่งท้าย 2554Tongue

"มีแต่บุคคลที่ไม่มีความเชื่อมั่นต่อขีดความสามารถของตัวเอง จึงกล่าววาจาด้วยเสียงอันดัง เกรงว่าผู้อื่นไม่ได้ยิน"

เซียวจับอิดนึ้ง โกวเล้ง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 09:32 PM
โพสต์ทั้งหมด: #48
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 05:01 PM)blind-kingdom เขียน:  
อ้างอิง:ไม่เห็นจำเป็นจะต้องทำอะไรแบบนั้นเลย

สถาบันพระมหากษัตริย์ ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ดำรงอยู่ด้วยความนิยม (ซึ่งอาจจะแปรเป็นพระบารมี) ไม่ใช่พระราชอำนาจ
และเมื่อกษัตริย์มีความนิยมมาก ก็จะนำมาซึ่งความเกรงใจต่อรัฐสภาในการออกกฎหมาย และคำแนะนำของกษัตริย์ที่มีต่อรัฐบาลมีน้ำหนักมากกว่า กษัตริย์ที่ไม่ได้รับความนิยม
ทั้งความนิยมยังอาจเป็นตัวชี้วัดถึงการสืบสันติวงค์นอกเหนือจากกฎมนเทียรบาลอีกด้วย (ตามประวัติศาสตร์)

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า กษัตริย์ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย มีหน้าที่ต่อสาธารณะคือ สร้างความนิยม
เหมือนที่เราเห็นในสถาบันพระมหากษัตริย์ในทุกๆที่ในโลก

อ้างอิง:คงไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว

สมมุติฐานที่ว่า "คงไม่มีใครทำมากกว่านี้อีกแล้ว" ภายใต้เงื่อนไขตัวแปรอะไรบ้างครับ
ถ้าภายใต้ระยะเวลาและงบประมาณจากรัฐในจำนวนเท่าๆกัน แบบนี้ถึงจะเป็นสมมุติฐานที่สามารถอธิบายแบบวิทยาศาสตร์ได้ถูกต้องไหมครับ

อ้างอิง:งบประมาณแผ่นดินที่รัฐต้องจ่ายให้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ประจำปีงบประมาณ 2554 รวมทั้งสิ้น 10,781,350,000 บาท หรือ หนึ่งหมื่นเจ็ดร้อยแปดสิบเอ็ดล้านสามแสนห้าหมื่นบาท
อ่านรายละเอียดได้ที่ http://prachatai.com/journal/2011/05/34508

ถ้าภายใต้งบประมาณเท่านี่ผมมีสมมุติฐานว่าเกือบทุกคนอาจสามารถทำได้ แต่มันก็อาจเป็นแค่สมมุติฐาน เพราะคงไม่มีใครได้งบประมาณจากรัฐในจำนวนมากเท่านี้ หรือมีใครจะให้ผมก็เอานะครับ Big Grin

แต่ผมมีตัวอย่างอยู่ 1 คน ที่มีหน้าที่เป็นสื่อสารมวลชน ภายใต้เงื่อนไขงบประมาณที่เชื่อว่าน้อยกว่ามากๆในเรื่องการลงพื้นที่ ในระยะเวลาหลายปีมานี้ ไม่เห็นมีใครลงพื้นที่ได้มากกว่า เธออยู่ที่หน้าจออยู่ตลอดแม้พื้นที่ๆมีความเสี่ยง บางวันก็อยู่หลายพื้นที่รวมถึงหลายประเทศ เธอปิดทองหน้าพระ แน่นอนว่าเธอชื่อ "ฐปนีย์ เอียดศรีไชย" Big Grin

ประเด็นแรกเห็นด้วยครับ ผมได้เคยคุยกับคุณ Savor ไว้นานแล้วแต่แกไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไรนัก ก็ไม่เป็นไร

ประเด็นที่ ๒ ต่อเนื่องกับประเด็นที่ ๓ อันนี้ ท่าน Blindฯ ต้องการตรวจสอบผมรึเปล่าครับ ตามไปดูข้อมูลที่ประชาไทแล้วผมยังไม่เห็นอย่างที่ท่านกล่าวคืองบประมาณเหล่านี้ถูกใช้ไปกับพระองค์ท่าน หากดูดีๆมีงบประจำที่เกี่ยวข้องกับสำนักพระราชวังและกิจกรรมด้านสัมพันธ์ต่างประเทศหลายร้อยล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นงานประจำของหน่วยงานหนึ่งของรัฐเอาแค่เรื่องบำรุงรักษาพระราชวังทั้งหลายที่เป็นทรัพย์สินของชาติก็คงหลายตังค์อยู่ รายละเอียดผมคงไม่สามารถทราบได้ เพียงแต่จะชี้ให้เห็นว่ามันไม่ใช่งบที่ตั้งขึ้นมาเพื่อโครงการทั้งหลายที่เรากำลังพูดกันอยู่

ผมอยากให้ทุกท่านเข้าใจว่าโครงการตามพระราชดำรินั้นในหลวงท่านทรงมีดำริเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยมักจะเริ่มต้นจากทุนทรัพย์ส่วนพระองค์หรือในระยะหลังที่มีการตั้งมูลนิธิชัยพัฒนาขึ้นมาก็จะใช้เงินจากมูลนิธิในการเริ่มต้นหรือสำรองใช้ไปก่อน (ศึกษาได้จากลิงค์ มูลนิธิชัยพัฒนา) หากโครงการใดที่รัฐเห็นว่ามีประโยชน์ก็จะเข้ามาสานต่อ ดังนั้นงบประมาณที่อ้างถึงโครงการในพระราชดำรินั้นก็เป็นงบที่รัฐจัดสรรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อต่อยอดโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนเหล่านั้น

ดังที่ในหลวงที่กล่าวไว้ในพระราชดำรัสเมื่อวันที่ ๕ ที่ผ่านมา "ดำริ" ไมใช่ "คำสั่ง"

ตัวอย่างใกล้ตัวที่พระองค์ทรง ดำริ แต่รัฐไม่สนใจจะทำ ก็คือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแบบยั่งยืนในปี ๓๘ ที่ได้มีการนำเอาเทปมาแสดงอีกครั้งเมื่อเร็วๆนี้ จะเห็นได้ว่าหลายรัฐบาลผ่านไปก็มิได้มีอะไรคืบหน้า Flood way ที่ทำไว้ตั้งแต่สมัยรัชการที่ ๕ นอกจากจะไม่พัฒนาแล้วยังถดถอยหายไปอีก ในหลวงท่านก็อุตสาห์ยกขึ้นมาเตือนแต่รัฐก็ไม่สนใจ จะมีที่สนใจอยู่บ้างก็สมัยนายกทักษิณ ๒ ที่มีการร่างโครงการบูรณาการเรื่องน้ำไว้แต่มาแท้งเสียก่อน

คงจะประมาณนี้ก่อนอ่ะครับ สำหรับความรู้เท่าหางอึ่งของผม Big Grin

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 10:09 PM
โพสต์ทั้งหมด: #49
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
อยากตอบว่า.........
อ๊ะ... ไม่ดีก่า
ขออ่านเฉยๆนะคร๊าบบบบบBig GrinBig GrinBig Grin

Angelจรรยาบรรณ แ-ด-ก ไม่ได้ เ-ลี-ย อิ่มกว่า ---> ชิง หมา เกิดAngel
Angry นารีไม่ตกม้า ถ้าไอ้หน้าตัวเมียไม่เล่น "นอกกติกา" Angry
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 10:23 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-06-2011 10:47 PM โดย sompon.)
โพสต์ทั้งหมด: #50
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ตอบคุณ RedVW

เอาเรื่องแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแบบยั่งยืนในปี ๓๘ ก่อนน่ะ ง่ายดี

เรื่องFlood way ลอห้านั้น มันเป็นเรื่อง ข้อมูลไม่ครบถ้วน

เมือปี สามแปด
หลังดำริแล้ว สังคมได้มาดูเรื่องนี้กันพบว่า แม้ว่า ลอห้าจะสงวนพื้นที่ไว้ แต่ภายหลัง มันถูกออกโฉนด เป็นที่ดินกรรมสิทธิของเอกชนโดยชอบด้วยกฏหมายเกือบหมดแล้ว ซึ่งก่อนปีสามแปด มันเป็น รัฐบาลเผด็จการเหี้ยห่าเสียเป็นส่วนใหญ่ สรุป...เรื่องFlood way อยากได้พื้นที่เพื่อทำฟลัดเว

ต้องเวนคืน นอกจากต้องเวนคืนแล้วยังต้องตอบมวลชนให้ได้ว่า รื้อบ้านชาวบ้านเพื่อทำทางน้ำ เป็นเหตุเป็นผลหรือไม่อย่างไร

ผมแปลกใจว่า...รัฐบาลหอยสอง องค์มนตรีสุรยุทธ ไม่ทำเสียละ มัวทำอะไรอยู่ นักการเมืองมันชั่วนักไม่ใช่หรือ พอองค์มนตรีสุรยุทธได้เป็นนายกทำไมไม่ทำสมกับที่เป็นนายกจากการ

รัฐประหารมา อำนาจเต็มมือเต็มตีน ตั้งครม
ไม่ต้องมีนักการเมืองชัวให้เป็นเสนียดแล้วนี่ โถ

มัวเอาคุณธรรมจริยธรรมไปทำ ห่ ทำ เหวอะไร

สมัยนั้นเห็นคอรัปชั่น แดกกันกระจาย
คู่เขยคุณธรรมจริยธรรมบางตัว

ไปคุมตำรวจภาคสอง เรียกค่ำตำแหน่งซะกระเป๋าตุง

ทำเอาตำรวจเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งภาคสอง

ไล่ล่าทักษิน ใส่ร้ายป้ายสี สนามบินสุวรรภูมิอย่างอุบาทถ์

ไม่รู้ใครที่ไหน

ใช้คุณธรรมจริยธรรมไปโกหกตอแหล๋ขนาดนั้น

สนามบินจะพัง แอร ไม่เย็น ส้วมไม่พอ เครื่องบินจะตก
ผู้โดยสาร่จะตายห่าตายโหง ต่างชาติจะไม่กล้ามา

""""""""""ส่วนเรื่องโครงการ พรด.นั้น คงตอบมากไม่ได้ แต่ก็อยากให้ดู

หน่วยงานรัฐเยอะแยะมากมายที่ตั้ง หน่วยงาน ประสานงานโครงการ พรด.

เช่น......

http://www.rdpb.go.th/rdpb/
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระ .ราชดำริ

http://rdsc.rtarf.mi.th/
ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง
http://www.dnp.go.th/mfcd3/rajdamri.htm
กลุ่มประสานงานโครงการพระราชดำริ


"""""""""""และมีบางกรณีน่ะ""""""""""""""""""

http://www.rid.go.th/royalproject/index....3&Itemid=9

สํานักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวังได้มีหนังสือที่ รล0005/13381 ลงวันที่ 24 กันยายน 2544 เรียนเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ เพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ เพื่อจักได้นำความถวายบังคมทูลพระกรุณาประกอบพระราชดำริต่อไปโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้มีหนังสือที่ นร 1108/2098 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2544 ขอให้กรมชลประทานพิจารณา กรณี นายอาดัม บาเหมบูงา ประธานกรรมการองค์การบริหารส่วนตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ได้มีหนังสือลงวันที่ 11 กันยายน 2544 ถึงสํานักราชเลขาธิการ ขอให้นําความกราบบังคมทูลพระมหากรุณาให้ทางราชการช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเนื่องจากขาดแคลนน้ำสําหรับอุปโภค-บริโภค จากโครงการประปาภูเขา ช่องเรือ ของราษฎรจำนวน 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1, 2, 3 และ 5 ตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

สํานักชลประทานที่ 16 ร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริและราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนร่วมกันตรวจสอบสภาพพื้นที่และศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ในสภาพภูมิประเทศจริงแล้วเห็นว่ามีลู่ทางช่วยเหลือราษฎรที่ประสบความ เดือดร้อนได้โดยการก่อสร้าง ฝายคลองช่องเรือทดแทนทํานบคอนกรีตเดิมที่ชํารุด พร้อมระบบท่อส่งน้ำ และถังอุปโภค-บริโภค เพื่อส่งน้ำช่วยเหลือการอุปโภค-บริโภค ของราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าว

ได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วและทรงรับเป็นโครงการพระราชดําริ ตามหนังสือสํานักราชเลขาธิการที่ รล 0005.5/18753 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2545

วัตถุประสงค์

เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสําหรับอุปโภค - บริโภคช่วงฤดูแล้งให้มีน้ำอุปโภค - บริโภคได้เพียงพอ ตลอดปีและสามารถเพาะปลูกตามแนวท่อส่งน้ำได้ ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจํานวน 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 บ้านใหญ่ หมู่ที่ 2 บ้านหลวงจันทร์ หมู่ที่ 3 บ้านทรายขาวออก หมู่ที่ 5บ้านทรายขาวตก ตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี จํานวน 526 ครัวเรือน ประชากร

รายละเอียดโครงการ

- ที่ตั้งหัวงานพิกัด 47 NQH 331-361 ระวาง 5,222 III

- พื้นที่รับน้ำ ประมาณ 3,800 ตร.กม. ปริมาณฝนเฉลี่ย 1,227.04 มม.

ลักษณะโครงการ
- ก่อสร้างฝายสูง 2.00 เมตร จํานวน 1 แห่ง
- ก่อสร้างถังเก็บน้ำ 1,600 ลูกบาศก์เมตร
- ถังกรองน้ำ - ถังเก็บน้ำความจุ 10 ลูกบาศก์เมตร จํานวน 11 แห่ง
- ท่อส่งน้ำ ∅ 0.25 เมตร 0.15 เมตร และ0.055 เมตร ความยาวรวม 12,325 เมตร
ระยะดําเนินการ
ดําเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จใน ปี 2547
งบประมาณในการก่อสร้าง
งบประมาณที่ได้รับ 22,906,000 บาท
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
สามารถส่งน้ำเพื่อการอุปโภค - บริโภค ให้แก่ราษฎรในเขตพื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านใหญ่ , หมู่ที่ 2 บ้านหลวงจันทร์ , หมู่ที่ 3 บ้านทรายขาวออก และหมู่ที่ 5 บ้านทรายขาวตก ตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี จํานวน 526 ครัวเรือน จํานวนประชากรประมาณ 1,798 คน มีน้ำใช้สําหรับอุปโภค - บริโภค ได้ตลอดทั้งปี



""""""""""""""หนังสือ สำนักประสานงานใช้คำว่า.....ขอให้กรมชลประทาน......""""""




แปลก...ชาวบ้านเดือดร้อน ทำไมไม่ไปร้องเรียนรัฐบาล แต่ ต้องให้

ราชเลขาสั่งรัฐบาลให้จัดงบจากภาษีสร้างให้
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 10:41 PM
โพสต์ทั้งหมด: #51
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ถ้าเจ้าดีคงไม่มีใครมาล้มครับ Tongue

"หากวันนี้" คุณยัง"ไม่รวย"พอ... ให้หมุนคอไปดู"ขอทาน"
"หาก"ยังบ่น "ไม่สวยหล่อทรมาน"... ให้ไปดู"คนพิการเขาคลานเดิน"

"ประวัติศาสตร์" นอกจากจะ "ซ้ำรอย" แล้ว..ยัง "ซ้ำเติม"

Yoyo-71
Yoyo-86
Yoyo-87Yoyo-9
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 10:53 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-06-2011 10:54 PM โดย savor.)
โพสต์ทั้งหมด: #52
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 09:32 PM)RedVW เขียน:  ประเด็นแรกเห็นด้วยครับ ผมได้เคยคุยกับคุณ Savor ไว้นานแล้วแต่แกไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไรนัก ก็ไม่เป็นไร

ประเด็นที่ ๒ ต่อเนื่องกับประเด็นที่ ๓ อันนี้ ท่าน Blindฯ ต้องการตรวจสอบผมรึเปล่าครับ ตามไปดูข้อมูลที่ประชาไทแล้วผมยังไม่เห็นอย่างที่ท่านกล่าวคืองบประมาณเหล่านี้ถูกใช้ไปกับพระองค์ท่าน หากดูดีๆมีงบประจำที่เกี่ยวข้องกับสำนักพระราชวังและกิจกรรมด้านสัมพันธ์ต่างประเทศหลายร้อยล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นงานประจำของหน่วยงานหนึ่งของรัฐเอาแค่เรื่องบำรุงรักษาพระราชวังทั้งหลายที่เป็นทรัพย์สินของชาติก็คงหลายตังค์อยู่ รายละเอียดผมคงไม่สามารถทราบได้ เพียงแต่จะชี้ให้เห็นว่ามันไม่ใช่งบที่ตั้งขึ้นมาเพื่อโครงการทั้งหลายที่เรากำลังพูดกันอยู่

ผมอยากให้ทุกท่านเข้าใจว่าโครงการตามพระราชดำรินั้นในหลวงท่านทรงมีดำริเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยมักจะเริ่มต้นจากทุนทรัพย์ส่วนพระองค์หรือในระยะหลังที่มีการตั้งมูลนิธิชัยพัฒนาขึ้นมาก็จะใช้เงินจากมูลนิธิในการเริ่มต้นหรือสำรองใช้ไปก่อน (ศึกษาได้จากลิงค์ มูลนิธิชัยพัฒนา) หากโครงการใดที่รัฐเห็นว่ามีประโยชน์ก็จะเข้ามาสานต่อ ดังนั้นงบประมาณที่อ้างถึงโครงการในพระราชดำรินั้นก็เป็นงบที่รัฐจัดสรรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อต่อยอดโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนเหล่านั้น

ดังที่ในหลวงที่กล่าวไว้ในพระราชดำรัสเมื่อวันที่ ๕ ที่ผ่านมา "ดำริ" ไมใช่ "คำสั่ง"

ตัวอย่างใกล้ตัวที่พระองค์ทรง ดำริ แต่รัฐไม่สนใจจะทำ ก็คือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแบบยั่งยืนในปี ๓๘ ที่ได้มีการนำเอาเทปมาแสดงอีกครั้งเมื่อเร็วๆนี้ จะเห็นได้ว่าหลายรัฐบาลผ่านไปก็มิได้มีอะไรคืบหน้า Flood way ที่ทำไว้ตั้งแต่สมัยรัชการที่ ๕ นอกจากจะไม่พัฒนาแล้วยังถดถอยหายไปอีก ในหลวงท่านก็อุตสาห์ยกขึ้นมาเตือนแต่รัฐก็ไม่สนใจ จะมีที่สนใจอยู่บ้างก็สมัยนายกทักษิณ ๒ ที่มีการร่างโครงการบูรณาการเรื่องน้ำไว้แต่มาแท้งเสียก่อน

คงจะประมาณนี้ก่อนอ่ะครับ สำหรับความรู้เท่าหางอึ่งของผม Big Grin

1. ผมจำไม่ได้นะว่าเคยเถียงเรื่องนี้กับคุณว่าอย่างไร...

แต่ถ้าจะบอกว่า " หน้าที่ของกษัตริย์คือสร้างความนิยม "

อันนี้ผมก็เห็นว่าคงไม่ใช่ล่ะครับ เพราะหน้าที่การสร้างความนิยมแก่ประชาชนนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาลครับ...

2. ส่วนเรื่องโครงการพระราชดำริ โครงการหลวงต่างๆนั้น

จริงๆแล้วไม่ต้องอ้างว่ารัฐบาลเป็นคนทำเพื่อสร้างความชอบธรรมอะไรหรอกครับ...

เพราะเรื่องนี้หากยังมีสถานะอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันคือ ไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบ เอาผิด หรือโจมตี ได้ในมาตรฐานเดียวกับโครงการอื่นๆที่ทำโดยรัฐบาล

จะเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยทำ หรือรัฐบาลเผด็จการทำ จะรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ หรือเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์ รัฐบาลทหารอย่างสุรยุทธ์มาทำ มันก็ผิดอยู่ดีครับ...


แล้วเอาจริงๆก็คือ คุณคิดว่ารัฐบาลจะสามารถปฏิเสธ โต้แย้ง โครงการพระราชดำริ ( ที่ไม่ว่าจะถูกเสนอผ่านมาทางมูลนิธิชัยพัฒนา หรือจะเป็นสำนักราชเลขาฯ ) ได้อย่างเต็มที่หรือ ???

ผมคิดว่า " ไม่ " นะ... ( เรื่อง floodway ตามความเห็นคุณ sompon เลย )
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-06-2011, 11:13 PM
โพสต์ทั้งหมด: #53
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-06-2011 10:23 PM)sompon เขียน:  ตอบคุณ RedVW

เอาเรื่องแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแบบยั่งยืนในปี ๓๘ ก่อนน่ะ ง่ายดี

เรื่องFlood way ลอห้านั้น มันเป็นเรื่อง ข้อมูลไม่ครบถ้วน

เมือปี สามแปด
หลังดำริแล้ว สังคมได้มาดูเรื่องนี้กันพบว่า แม้ว่า ลอห้าจะสงวนพื้นที่ไว้ แต่ภายหลัง มันถูกออกโฉนด เป็นที่ดินกรรมสิทธิของเอกชนโดยชอบด้วยกฏหมายเกือบหมดแล้ว ซึ่งก่อนปีสามแปด มันเป็น รัฐบาลเผด็จการเหี้ยห่าเสียเป็นส่วนใหญ่ สรุป...เรื่องFlood way อยากได้พื้นที่เพื่อทำฟลัดเว

ต้องเวนคืน นอกจากต้องเวนคืนแล้วยังต้องตอบมวลชนให้ได้ว่า รื้อบ้านชาวบ้านเพื่อทำทางน้ำ เป็นเหตุเป็นผลหรือไม่อย่างไร

ผมแปลกใจว่า...รัฐบาลหอยสอง องค์มนตรีสุรยุทธ ไม่ทำเสียละ มัวทำอะไรอยู่ นักการเมืองมันชั่วนักไม่ใช่หรือ พอองค์มนตรีสุรยุทธได้เป็นนายกทำไมไม่ทำสมกับที่เป็นนายกจากการ

รัฐประหารมา อำนาจเต็มมือเต็มตีน ตั้งครม
ไม่ต้องมีนักการเมืองชัวให้เป็นเสนียดแล้วนี่ โถ

มัวเอาคุณธรรมจริยธรรมไปทำ ห่ ทำ เหวอะไร

สมัยนั้นเห็นคอรัปชั่น แดกกันกระจาย
คู่เขยคุณธรรมจริยธรรมบางตัว

ไปคุมตำรวจภาคสอง เรียกค่ำตำแหน่งซะกระเป๋าตุง

ทำเอาตำรวจเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งภาคสอง

ไล่ล่าทักษิน ใส่ร้ายป้ายสี สนามบินสุวรรภูมิอย่างอุบาทถ์

ไม่รู้ใครที่ไหน

ใช้คุณธรรมจริยธรรมไปโกหกตอแหล๋ขนาดนั้น

สนามบินจะพัง แอร ไม่เย็น ส้วมไม่พอ เครื่องบินจะตก
ผู้โดยสาร่จะตายห่าตายโหง ต่างชาติจะไม่กล้ามา

""""""""""ส่วนเรื่องโครงการ พรด.นั้น คงตอบมากไม่ได้ แต่ก็อยากให้ดู

หน่วยงานรัฐเยอะแยะมากมายที่ตั้ง หน่วยงาน ประสานงานโครงการ พรด.

เช่น......

http://www.rdpb.go.th/rdpb/
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระ .ราชดำริ

http://rdsc.rtarf.mi.th/
ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง
http://www.dnp.go.th/mfcd3/rajdamri.htm
กลุ่มประสานงานโครงการพระราชดำริ


"""""""""""และมีบางกรณีน่ะ""""""""""""""""""

http://www.rid.go.th/royalproject/index....3&Itemid=9

สํานักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวังได้มีหนังสือที่ รล0005/13381 ลงวันที่ 24 กันยายน 2544 เรียนเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ เพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ เพื่อจักได้นำความถวายบังคมทูลพระกรุณาประกอบพระราชดำริต่อไปโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้มีหนังสือที่ นร 1108/2098 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2544 ขอให้กรมชลประทานพิจารณา กรณี นายอาดัม บาเหมบูงา ประธานกรรมการองค์การบริหารส่วนตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ได้มีหนังสือลงวันที่ 11 กันยายน 2544 ถึงสํานักราชเลขาธิการ ขอให้นําความกราบบังคมทูลพระมหากรุณาให้ทางราชการช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเนื่องจากขาดแคลนน้ำสําหรับอุปโภค-บริโภค จากโครงการประปาภูเขา ช่องเรือ ของราษฎรจำนวน 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1, 2, 3 และ 5 ตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

สํานักชลประทานที่ 16 ร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริและราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนร่วมกันตรวจสอบสภาพพื้นที่และศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ในสภาพภูมิประเทศจริงแล้วเห็นว่ามีลู่ทางช่วยเหลือราษฎรที่ประสบความ เดือดร้อนได้โดยการก่อสร้าง ฝายคลองช่องเรือทดแทนทํานบคอนกรีตเดิมที่ชํารุด พร้อมระบบท่อส่งน้ำ และถังอุปโภค-บริโภค เพื่อส่งน้ำช่วยเหลือการอุปโภค-บริโภค ของราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าว

ได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วและทรงรับเป็นโครงการพระราชดําริ ตามหนังสือสํานักราชเลขาธิการที่ รล 0005.5/18753 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2545

วัตถุประสงค์

เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสําหรับอุปโภค - บริโภคช่วงฤดูแล้งให้มีน้ำอุปโภค - บริโภคได้เพียงพอ ตลอดปีและสามารถเพาะปลูกตามแนวท่อส่งน้ำได้ ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจํานวน 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 บ้านใหญ่ หมู่ที่ 2 บ้านหลวงจันทร์ หมู่ที่ 3 บ้านทรายขาวออก หมู่ที่ 5บ้านทรายขาวตก ตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี จํานวน 526 ครัวเรือน ประชากร

รายละเอียดโครงการ

- ที่ตั้งหัวงานพิกัด 47 NQH 331-361 ระวาง 5,222 III

- พื้นที่รับน้ำ ประมาณ 3,800 ตร.กม. ปริมาณฝนเฉลี่ย 1,227.04 มม.

ลักษณะโครงการ
- ก่อสร้างฝายสูง 2.00 เมตร จํานวน 1 แห่ง
- ก่อสร้างถังเก็บน้ำ 1,600 ลูกบาศก์เมตร
- ถังกรองน้ำ - ถังเก็บน้ำความจุ 10 ลูกบาศก์เมตร จํานวน 11 แห่ง
- ท่อส่งน้ำ ∅ 0.25 เมตร 0.15 เมตร และ0.055 เมตร ความยาวรวม 12,325 เมตร
ระยะดําเนินการ
ดําเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จใน ปี 2547
งบประมาณในการก่อสร้าง
งบประมาณที่ได้รับ 22,906,000 บาท
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
สามารถส่งน้ำเพื่อการอุปโภค - บริโภค ให้แก่ราษฎรในเขตพื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านใหญ่ , หมู่ที่ 2 บ้านหลวงจันทร์ , หมู่ที่ 3 บ้านทรายขาวออก และหมู่ที่ 5 บ้านทรายขาวตก ตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี จํานวน 526 ครัวเรือน จํานวนประชากรประมาณ 1,798 คน มีน้ำใช้สําหรับอุปโภค - บริโภค ได้ตลอดทั้งปี



""""""""""""""หนังสือ สำนักประสานงานใช้คำว่า.....ขอให้กรมชลประทาน......""""""




แปลก...ชาวบ้านเดือดร้อน ทำไมไม่ไปร้องเรียนรัฐบาล แต่ ต้องให้

ราชเลขาสั่งรัฐบาลให้จัดงบจากภาษีสร้างให้

"ขอให้กรมชลประทานพิจารณา"

แล้วมีจุดใดที่บอกว่า สั่งรัฐบาลให้จัดงบจากภาษีสร้างให้

เป็นการเสนอโครงการฯให้พิจารณา อ่าน 3 รอบแล้วยังไม่เห็นคำสั่งเลย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 12:18 AM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-07-2011 01:49 AM โดย blind-kingdom.)
โพสต์ทั้งหมด: #54
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ขออภัย ครับพี่โฟล์คที่ไม่ได้เขียนไว้ครบถ้วน ตามความคิดผมเป็นแบบนี้

สถาบันพระมหากษัตริย์ ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ดำรงอยู่ด้วยความนิยม (ซึ่งอาจจะแปรเป็นพระบารมี) ไม่ใช่พระราชอำนาจ
และเมื่อกษัตริย์มีความนิยมมาก ก็จะนำมาซึ่งความเกรงใจต่อรัฐสภาในการออกกฎหมาย และคำแนะนำของกษัตริย์ที่มีต่อรัฐบาลมีน้ำหนักมากกว่า กษัตริย์ที่ไม่ได้รับความนิยม
ทั้งความนิยมยังอาจเป็นตัวชี้วัดถึงการสืบสันติวงค์นอกเหนือจากกฎมนเทียรบาลอีกด้วย (ตามประวัติศาสตร์)

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า กษัตริย์ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย มีหน้าที่ต่อสาธารณะคือ สร้างความนิยม
(ภายใต้หลักการ The King can do no wrong หมายถึงว่าการกระทำใดๆต่อสารณะชนต้องได้รับารสนองพระปรมาภิไทยก่อน)
เหมือนที่เราเห็นในสถาบันพระมหากษัตริย์ในทุกๆที่ในโลก

ส่วนในประเด็นนี้
อ้างอิง:ประเด็นที่ ๒ ต่อเนื่องกับประเด็นที่ ๓ อันนี้ ท่าน Blindฯ ต้องการตรวจสอบผมรึเปล่าครับ ตามไปดูข้อมูลที่ประชาไทแล้วผมยังไม่เห็นอย่างที่ท่านกล่าวคืองบประมาณเหล่านี้ถูกใช้ไปกับพระองค์ท่าน หากดูดีๆมีงบประจำที่เกี่ยวข้องกับสำนักพระราชวังและกิจกรรมด้านสัมพันธ์ต่างประเทศหลายร้อยล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นงานประจำของหน่วยงานหนึ่งของรัฐเอาแค่เรื่องบำรุงรักษาพระราชวังทั้งหลายที่เป็นทรัพย์สินของชาติก็คงหลายตังค์อยู่ รายละเอียดผมคงไม่สามารถทราบได้ เพียงแต่จะชี้ให้เห็นว่ามันไม่ใช่งบที่ตั้งขึ้นมาเพื่อโครงการทั้งหลายที่เรากำลังพูดกันอยู่

ไม่ได้ตรวจสอบครับ ผมเขียนไว้ชัดเจนว่า งบประมาณแผ่นดินที่รัฐต้องจ่ายให้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ประจำปีงบประมาณ 2554 รวมทั้งสิ้น 10,781,350,000 บาท หรือ หนึ่งหมื่นเจ็ดร้อยแปดสิบเอ็ดล้านสามแสนห้าหมื่นบาท ซึ่งคงไม่สามารถไปแยกบัญชีได้กระมังว่าการใช้จ่ายจริงๆเป็นไปตามงบที่ตั้งไว้หรือไม่ จึงต้องกว่าโดยรวมครับ

ส่วนในเรื่องการออกพื้นที่ ผมอนุมานเอาเองว่าพี่โฟล์คก็คงเห็นด้วยกับผมไม่มากก็น้อย เพราะไม่ได้เห็นค้าน ใช่ไหมครับ Big Grin

รักอางกง สงสารลูกหลาน ร่วมใจต้าน 112
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 12:26 AM
โพสต์ทั้งหมด: #55
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 12:18 AM)blind-kingdom เขียน:  ขออภัย ครับพี่โฟล์คที่ไม่ได้เขียนไว้ครบถ้วน ตามความคิดผมเป็นแบบนี้

สถาบันพระมหากษัตริย์ ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ดำรงอยู่ด้วยความนิยม (ซึ่งอาจจะแปรเป็นพระบารมี) ไม่ใช่พระราชอำนาจ
และเมื่อกษัตริย์มีความนิยมมาก ก็จะนำมาซึ่งความเกรงใจต่อรัฐสภาในการออกกฎหมาย และคำแนะนำของกษัตริย์ที่มีต่อรัฐบาลมีน้ำหนักมากกว่า กษัตริย์ที่ไม่ได้รับความนิยม
ทั้งความนิยมยังอาจเป็นตัวชี้วัดถึงการสืบสันติวงค์นอกเหนือจากกฎมนเทียรบาลอีกด้วย (ตามประวัติศาสตร์)

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า กษัตริย์ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย มีหน้าที่ต่อสาธารณะคือ สร้างความนิยม
(ภายในหลักการ The King can do no wrong หมายถึงว่าการกระทำใดๆต่อสารณะชนต้องได้รับารสนองพระปรมาภิไทยก่อน)
เหมือนที่เราเห็นในสถาบันพระมหากษัตริย์ในทุกๆที่ในโลก

ผมคิดว่าหลักคิดแบบนี้ " ไม่ดี " ครับ...

เพราะถ้าคิดว่ากษัตริย์มีหน้าที่สร้างความนิยมนั้น การกระทำเพื่อสร้างความนิยมของกษัตริย์ ก็จะต้องกลายเป็น " ความไม่นิยม " ของคนอีกบางกลุ่มด้วย อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย ( ความเห็นของคนมีสองด้านเสมอ )

และบวกกับแนวคิด ความเห็นของคน ที่สามารถแปรเปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา วันนี้ชอบอันนี้ วันพรุ่งอาจชอบอีกอย่างก็ได้

แล้วจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดีล่ะครับ ???


แน่นอนว่า เมืองนอก ต่างประเทศ สามารถวิจารณ์กษัตริย์ได้ แต่ปัญหาเมื่อคนเกิดไม่นิยมในตัวกษัตริย์ ทางออกแค่การวิจารณ์ คงจะ " ไม่เพียงพอ " นะครับ...


ผมว่า key หลักสำหรับเรื่องนี้ไม่ใช่ความนิยม

แต่เป็นการสร้างพื้นที่ให้กษัตริย์สามารถอยู่ได้ในระบอบประชาธิปไตย โดยไม่อิงกับความนิยมหรือไม่นิยมต่างหาก...

ซึ่งนั่นก็คือการทำตามหลัก The King can do no wrong. นั่นเองครับ...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 06:29 AM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-07-2011 10:57 AM โดย RedVW.)
โพสต์ทั้งหมด: #56
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ความนิยมของในหลวงต่างจากประเทศอื่นตรงที่ พื้นฐานของความนิยมมิได้เกิดมากจากเพียงแค่การสร้างภาพลักษณ์ แต่เกิดจากการปฏิบัติตามหลักทศพิธราชธรรม โดยเฉพาะในเรื่องของความอยู่ดีกินดีของราษฎรผ่านทางโครงการต่างๆ (โปรดศึกษาก่อนที่จะให้ความเห็น)

การดำเนินการในปัจจุบันของโครงการเหล่านี้เป็นระบบแล้วไม่อิงกับตัวบุคคลกลไกหลักก็คือการดำเนินการผ่านมูลนิธิชัยพัฒนา หลักการอิงจากพระราชดำรัสก็คือ

"การดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นไปตามแนว พระราชดำริ โดยเน้นกิจกรรมเพื่อการพัฒนาที่ไม่ซ้ำซ้อนกับแผนงาน โครงการของรัฐที่มีอยู่แล้ว แต่จะพยายามสนับสนุน ส่งเสริม และประสานการดำเนินงาน เพื่อให้โครงการต่างๆ เกิดความสมบูรณ์และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะในกรณีที่โครงการของรัฐถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎระเบียบต่างๆ อันเป็นผลทำให้โครงการนั้นๆ ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที เช่น ในกรณีที่อาจต้องจัดซื้อที่ดินจากราษฎรบางส่วนเพื่อดำเนินงานตามโครงการ หนึ่ง แต่รัฐมีปัญหาด้านงบประมาณไม่เพียงพอในการจัดซื้อ หรือมิได้ตั้งงบประมาณไว้ หรือถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของระเบียบต่างๆ ทำให้ดำเนินการจัดซื้อไม่ได้ หรือต้องตั้งงบประมาณจัดซื้อใน 1-2 ปี ข้างหน้า ซึ่งจะทำให้โครงการล่าช้าไป เป็นต้น ในกรณีเช่นนี้มูลนิธิชัยพัฒนาจะได้ช่วยเหลือตามความเหมาะสมเพื่อให้โครงการ นั้นๆ ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุด
วิธีการดังตัวอย่างข้างต้นนี้ อาจ นับได้ว่าเป็นวิวัฒนาการใหม่ของแนวทางการพัฒนาประเทศที่มีมูลนิธิชัยพัฒนาใน ฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่จะเข้ามาประสานงาน ร่วมมือ สนับสนุน โครงการพัฒนาของรัฐอย่างสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้โครงการที่มีปัญหานั้นๆ สามารถดำเนินงานไปได้ โดยก่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติอย่างไม่เคยมีมาก่อนในอดีต
มูลนิธิชัยพัฒนา มิได้มีหน้าที่โดยตรงที่จะบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนให้มีกิน
ให้ สามารถที่จะดำเนินชีวิตที่สร้างสรรค์ โดยช่วยในการให้มีสิ่งที่เป็นอุปกรณ์ หรือจะเป็นสิ่งที่เป็นปัจจัยให้สามารถที่จะทำการทำมาหากินโดยมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับโครงการในด้านการเกษตรก็ได้ทำมาก และในด้านเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมก็ได้ทำ เพื่อที่จะให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดเป้าหมายก็คือความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะ"


หลักการของมูลนิธิโดยทั่วไปก็คือเป็นหน่วยงานบำเพ็ญประโยชน์เพื่อมุ่งหวังประโยชน์แก่ส่วนรวม โดยอาศัยเงินบริจาค ในการดำเนินการ

ดังนั้นสิ่งที่รับเข้าสู่โครงการพระราชดำริ ก็จะเป็นการเริ่มต้นดำเนินการโดยทุนทรัพย์จากมูลนิธิ ต่อจากนั้นหากโครงการอำนวยประโยชน์สุขให้ประชาชน รัฐก็จะเป็นผู้รับช่วงต่อไปตามกลไกของรัฐเอง

ที่ถามว่าทำไมประชาชนจึงไม่วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากรัฐก่อน คำตอบก็อาจจะยกตัวอย่างใกล้ตัวเช่น เวลาเกิดอุบัติเหตุใครไปถึงที่เกิดเหตุก่อน มูลนิธิหรือรถโรงพยาบาล หลังจากนั้นใครรับช่วงต่อ มันก็เป็นหลักการเดียวกัน

สำหรับประเด็นที่เงินงบประมาณแผ่นดินที่รัฐใส่เข้าไปในโครงการนั้นหากความอยู่ดีมีสุขของประชาชนไม่คุ้มค่ากับการใช้งบประมาณแล้วก็คงไม่มีอะไรจะกล่าวอีกต่อไป ขอเน้นอีกครั้งว่าดูดีๆเงินหมื่นล้านในปีงบประมาณ 54 นั้นมันคงไม่ใช่ที่จะไปสนับสนุนโครงการต่างๆเสียทีเดียวแต่เป็นงบที่ตั้งในลักษณะให้หน่วยงานหลายหน่วยไปทำกิจกรรมที่รัฐเห็นควรว่าต้องดำเนินการต่อเนื่องจากที่มูลนิธิได้เริ่มไว้ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ซึ่งบอกตามตรงว่าขี้เกียจไปหาข้อมูล และมันน่าจะตั้งในสมัยรัฐบาลก่อนซึ่งจุดประสงค์ยังไม่ทราบได้โดยเฉพาะบางส่วนที่โครงการยังไม่ชัดเจนเช่น "แผนงานสร้างค่านิยมในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ" ??

อย่างไรก็ดีเมื่อเข้าสู่ระบบแล้วทุกอย่างตรวจสอบได้แน่นอนตามกลไกปกติ ตั้งแต่ระดับการบริหารจัดการโดยมูลนิธิตลอดจน โครงการต่างๆที่รัฐบาลนำไปดำเนินการต่อ แม้จะมีชื่ออ้างว่า ..ตามพระราชดำริ แต่กระบวนการดำเนินการนั้นมิได้แตกต่างไปแต่ประการใด

วันนี้ระหว่างรอประชุม เลยไปหาตัวอย่างของโครงการของรัฐที่อยู่ในงบประมาณที่กำลังพูดถึงแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องใดกับโครงการในพระราชดำริ เช่น ตามแผนงานสร้างค่านิยมในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ ซึ่งมาหลายกระทรวงตั้งงบในส่วนนี้ ที่หามาได้เป็นของกระทรวงยุติธรรม โครงการเสริมสร้างสันติวัฒนธรรม ตามรูปประกอบ

แบบรายงานซึ่งระบุโครงการที่จะทำในแผน
   

ตัวอย่างรายงานของโครงการในปี 53
   

จะเห็นได้ว่างบประมาณนั้นตั้งขึ้นมาเพื่อกิจกรรมของหน่วยงานโดยแท้ และมีขั้นตอนการดำเนินงานเป็นปกติและในส่วนต่างๆเหล่านี้ก็มิได้เกี่ยวข้องใดกับโครงการในพระราชดำริ

ผมว่าเรื่องระบบงบประมาณนั้นหลายท่านที่เป็นข้าราชการจะเข้าใจดี เราต้องแยกแยะให้ออกว่ากิจกรรมใดมูลนิธิดำเนินการ และกิจกรรมใดที่รัฐเป็นผู้ดำเนินการ Big Grin

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 09:17 AM
โพสต์ทั้งหมด: #57
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
หลายคน สงสัย และ อยากตรวจสอบ ผมถามเล่น ๆ ว่า กระทวงอื่น ๆ หน่วยงาน อื่น ๆ ผมยกตัวอย่าง อย่าง กองทัพ หรือ การศึกษา หรือ สาธารณสุข พวกท่านตรวจสอบได้จริง หรือ ไม่ หรือ เพียงแต่ มีการตรวจสอบ แล้ว อภิปราย ปาว ๆ กันในสภา ให้ นักการเมือง สองฝ่าย สร้างตัวเลขมา อ้ืางอิง กัน ไป วัน ๆ ครับ

เม็ดเงินต่าง ๆ ที่ นำมาบริหารจัดการโครงการ หรือ ทรัพย์สินต่าง ๆ หากพิสูจน์แล้วว่าได้มาจาการ บริจาค และ จัดสรร โดย รัฐบาล ผมถามว่า "เค้าผิดอะไร" วถ้าจะผิด ก็ ต้องไปด่า คนบริจาค หรือ คนจัดสรร โน้น แล้ว หนักเข้าไปอีก ถ้า การตรวจสอบแท้จริง พบว่า โครงการต่าง ๆ นั้น ไม่มีผลกำไรใด ๆ และ ยังขาดทุนย่อยยับ อีกต่างหาก จะว่าไง พวกท่านจะยอมบริจาคเพิ่มมั้ยครับ

ตลอดชีวิตกระผมนั้น ผมไม่เคยได้รับรู้ว่า มีการเรียกร้องทรัพย์สิน หรือ ผลประโยชน์อันใด จาก สำนักงาน ดังกล่าว มาก่อน ได้รับรู้แต่เพียงว่า เป็น การบริจาค จากการจัดงานต่าง ๆ หรือ การจัดสรร จากหน่วยงานรัฐบาล และก็ไม่เคยสงสัยว่าจะ นำทรัพย์สินดังกล่าวไป ทำอะไรบ้าง เพราะ คนที่บริจาค เค้าก็บอกแล้วว่า ตามสบาย....

ถ้าหาก เรื่องนี้ นำมาเป็นประเด็น แล้ว มี การเปิดอภิปรายอย่างกว้างขวาง แล้ว ผลออกมาว่า คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ ยังต้องการสำนักงานแห่งนี้ ให้ ดำรงอยู่ ผมถามพวกท่านว่า จะยอมรับกันหรือไม่

อนึ่ง มี ท่านสมาชิกอ้างว่า รธน.50 อันนี้ผมก็ไม่ยอมรับนะ แต่ รธน. ทุกฉบับที่ผ่านมา ก็ มี บทบัญญัติ เฉพาะ อยู่แล้วนี่ครับ หรือ ผมเข้าใจผิด

การจะแก้ไข "กฏหมาย" ก็ ต้องให้ "คน" ไปแก้ใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้น แก้ไขที่ "คน" ก่อนดีมั้ย ทุกวันนี้ พวกเรา ทะเลาะกัน เพียงแค่ว่า "เชื่อ" กับ "ไม่เชื่อ" แค่นั้นเอง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 11:06 AM
โพสต์ทั้งหมด: #58
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
หลายความเห็นของหลาย ๆ ท่าน ต้องการ " การตรวจสอบ "

การตรวจสอบโดย เอกชน นั้นมีอยู่แล้วเป็นประจำ จาก การแสดงออกซึ่ง " ศรัทธา " ที่เขามีต่อองค์กร

หากเขาไม่เชื่อถือในความบริสุทธิ์โปร่งใส และ ความมีประโยชน์ ต่อประชาชนคุ้มค่า เขาคงไม่เทใจ ทุ่มทรัพย์ ลงไปสนับสนุนกิจการนั้น ๆ
ตัวอย่างที่เห็นชัด เช่น องค์กร มูลนิธิเอกชน ร่วมกตัญญูต่าง ๆ มูลนิธิสว่างธรรมสถาน ฯ หรือ ทีวีช่อง 3 และองค์กรเอกชนอีกมากมาย รวมไปถึง มูลนิธิส่วนพระองค์ ในชื่อต่าง ๆกันที่ทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง ประจักษ์ ต่อสังคมชัดเจน จึงสร้างศรัทธาให้เกิดแก่ผู้บริจาคขึ้น

เชื่อว่า ผู้บริจาค สนับสนุน องค์กรเหล่านั้น คงไม่หลับหูหลับตาสนับสนุน โดยไม่มีข้อมูลการปฏิบัติภาระกิจ ไม่เชื่อถือในการปฏิบัติ กิจกรรมขององค์กรเหล่านั้น

ต้องการคน ที่ซื่อสัตย์ สุจริต และ เสียสละที่แท้จริง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 11:50 AM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-07-2011 11:54 AM โดย สัมมาชน.)
โพสต์ทั้งหมด: #59
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
คุณคมคิด - ถ้าเป็นงบประมาณเท่าๆกันระหว่างราชการกับเอกชน ผมแน่ใจว่าเอกชนทำได้ดีกว่า แต่หากเป็นงบประมาณเท่าๆกันที่ระบบราชการกับระบบราชการด้วยกันเองนแล้ว ตัวแปรอยู่ที่ความรู้สึกว่า "ทำภายใต้สภาพแวดล้อมอะไร" ด้วยครับ

ผมยกตัวอย่างง่ายๆเรื่องทางยกระดับลอยฟ้าบรมราชชนนี ในวาระที่พระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จไปเยี่ยมพระอาการสมเด็จย่าที่โรงพยาบาลศิริราชต่อเนื่องอยู่ช่วงหนึ่ง พระองค์ทรงสังเกตุเห็นอาการรถติดมหาวินาศตั้งแต่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้าไปจนถึงตลิ่งชันของถนนปิ่นเกล้า-นครไชยศรี จึงได้ทรงมีพระราชดำริให้สร้างถนนลอยฟ้าระยะทาง 10 กว่ากิโลเมตรเพื่อแก้ไขปัญหานั้น ฝ่ายกทม.โดยนายประเสริฐ สมะลาภา กับรัฐบาลโดยความรับผิดชอบของนายสมัคร สุนทรเวชรับสนองพระบรมราชโองการ พระองค์ทรงอธิบายแนวทางจากจุดมองบนอาคารของศิริราช ใช้เวลาตั้งแต่มีพระราชดำริไปจนสร้างเสร็จเพียงไม่นาน และผู้ใช้ทางก็ไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทางแม้แต่บาทเดียวจนทุกวันนี้

ต่อมาทรงให้สร้างสะพานพระราม 8 เพื่อเพิ่มทางเลือกให้รถสามารถหลบบริเวณอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย มาลงตรงแถวๆแยกวิสุทธิ์กษัตริย์ จำได้ว่ามี "นักวิชาการ" บางคนนินทาแบบอ้อมๆว่า "เป็นการสร้างสะพานโดยไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ"....แล้วข้อพิสูจน์ทุกวันนี้เป็นอย่างไร?

คุณ sompon - แน่นอนครับที่ต้องมีการปราบควบคู่ไปกับการส่งเสริมและชักจูง คุณคิดว่าการแก้ปัญหาให้คนที่เคยชินกับอาชีพปลูกฝิ่นดั้งเดิมภายใต้การสนับสนุนของกองกำลังที่ผลิตยาเสพติดนั้น ทำง่ายๆด้วยการแค่เดินไปบอกให้เขาเลิกหรือฉายสไลด์โชว์แค่นั้นหรือ?

ความแตกต่างอยู่ที่ไม่ได้เอาแต่ไล่ล่าหรือบีบคั้นให้ชาวเขาเหล่านั้นต้องจับอาวุธสู้เพียงอย่างเดียว ด้านหนึ่งต้องกดดันในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็ยื่นมือออกไปเพื่อเสนอทางเลือกใหม่ให้ ถึงจะมีโอกาสสำเร็จครับ กว่าที่จะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ต้องลงทุนทั้งความพยายามและความเสียสละของคนจำนวนมาก ไม่ใช่นั่งจินตนาการบนตำรับตำราแล้วเขียนบทความสั่งสอนกันในพื้นที่ปลอดภัยห่างไกลความเสี่ยงหรอกครับ

ขอออกตัวตรงนี้สักหน่อยนะครับ เมื่ออ้างอิงถึงหัวข้อกระทู้นี้ ผมอยากตอบพวกที่ตั้งคำถามนี้กลับไปว่า....

"ท่านไม่ได้ทำอะไรพวกนักหนากับกูหรอก แต่พวกมึงนั่นแหละ จะบ้าคลั่งอะไรกันนักหนา ถึงได้ผูกขาดสถาบันเพื่อไปหาเรื่องคนที่คิดต่างกันขนาดนี้?"
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 12:29 PM
โพสต์ทั้งหมด: #60
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ขอบพระคุณ ท่าน สัมมาชน อย่างสูงครับ ....


ปล. ถึงคุณชายเหตุผล (เรียกชื่อผมก็ได้นะฮัฟ !!! (ฮา)

อนึ่ง !! (แทน)
การที่ผมกล่าว ถึง รธน 50 ผมหมายถึงว่า ประโยคที่คุณบอกเองว่า "ไม่เชื่อว่าหลังวิจารณ์ได้ คนวิจารณ์จะยอมรับผลนั้น !!" ก็คุณ + ผม ก็ไม่เห็นด้วย จนรณรงค์ไม่ยอมรับ รธน 50 ไม่ใช่หรือ !!! แล้วหลังจากเราแพ้ให้กับ "ประชามติ" พวกเรายอมรับในกติกานี้ไหมล่ะครับ !!! (ไม่ได้เกี่ยวกับ บทเฉพาะกาลอะไรเลยครับ !!! ) เช่นเดียวกัน "ถ้าเขาบอกว่าสิ่งที่คิดผิด ต้องได้รับบทลงโทษตามที่มีกำหนด " ตอบได้เลย ชัดๆ !!



"รับครับ" (ถึงคุณจะไม่เชื่อ ...^ ^)

ด้วยความเคารพ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 12:55 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-07-2011 01:04 PM โดย chohokun.)
โพสต์ทั้งหมด: #61
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ต่อข้อซักถามที่ว่า "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง"

ผมก็ขอตอบว่า "ไม่ได้ทำอะไรผม แต่มีคนอ้างท่าน แล้วมายิงพวกผม สิ่งที่ผมอยากถาม และอยากรู้ ก็ไม่มีใครให้คำตอบพวกผมได้ พวกผมจึงจำเป็นต้องตั้งข้อสังเกต เพราะไม่กล้าไปถามตรงๆ"

-------------------------------
ผมรักพระพุทธเจ้า เพราะพระองค์ทรงประกาศให้สาวกของพระองค์ตรวจสอบพระองค์ได้ทุกเมื่อ

ความศรัทธาเลื่อมใส เกิดจากการได้พิสูจน์และเห็นอย่างถ่องแท้แล้วว่า สิ่งนั้นดีจริง วิเศษจริง

ไม่ใช่เกิดจากการบังคับ และการเตรียมพร้อมจะยัดคุกทันทีที่เห็นการวิพากษ์วิจารณ์

เรารักพระพุทธเจ้า
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 01:32 PM
โพสต์ทั้งหมด: #62
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 09:17 AM)Phornthep เขียน:  หลายคน สงสัย และ อยากตรวจสอบ ผมถามเล่น ๆ ว่า กระทวงอื่น ๆ หน่วยงาน อื่น ๆ ผมยกตัวอย่าง อย่าง กองทัพ หรือ การศึกษา หรือ สาธารณสุข พวกท่านตรวจสอบได้จริง หรือ ไม่ หรือ เพียงแต่ มีการตรวจสอบ แล้ว อภิปราย ปาว ๆ กันในสภา ให้ นักการเมือง สองฝ่าย สร้างตัวเลขมา อ้ืางอิง กัน ไป วัน ๆ ครับ

เม็ดเงินต่าง ๆ ที่ นำมาบริหารจัดการโครงการ หรือ ทรัพย์สินต่าง ๆ หากพิสูจน์แล้วว่าได้มาจาการ บริจาค และ จัดสรร โดย รัฐบาล ผมถามว่า "เค้าผิดอะไร" วถ้าจะผิด ก็ ต้องไปด่า คนบริจาค หรือ คนจัดสรร โน้น แล้ว หนักเข้าไปอีก ถ้า การตรวจสอบแท้จริง พบว่า โครงการต่าง ๆ นั้น ไม่มีผลกำไรใด ๆ และ ยังขาดทุนย่อยยับ อีกต่างหาก จะว่าไง พวกท่านจะยอมบริจาคเพิ่มมั้ยครับ

ตลอดชีวิตกระผมนั้น ผมไม่เคยได้รับรู้ว่า มีการเรียกร้องทรัพย์สิน หรือ ผลประโยชน์อันใด จาก สำนักงาน ดังกล่าว มาก่อน ได้รับรู้แต่เพียงว่า เป็น การบริจาค จากการจัดงานต่าง ๆ หรือ การจัดสรร จากหน่วยงานรัฐบาล และก็ไม่เคยสงสัยว่าจะ นำทรัพย์สินดังกล่าวไป ทำอะไรบ้าง เพราะ คนที่บริจาค เค้าก็บอกแล้วว่า ตามสบาย....

ถ้าหาก เรื่องนี้ นำมาเป็นประเด็น แล้ว มี การเปิดอภิปรายอย่างกว้างขวาง แล้ว ผลออกมาว่า คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ ยังต้องการสำนักงานแห่งนี้ ให้ ดำรงอยู่ ผมถามพวกท่านว่า จะยอมรับกันหรือไม่

อนึ่ง มี ท่านสมาชิกอ้างว่า รธน.50 อันนี้ผมก็ไม่ยอมรับนะ แต่ รธน. ทุกฉบับที่ผ่านมา ก็ มี บทบัญญัติ เฉพาะ อยู่แล้วนี่ครับ หรือ ผมเข้าใจผิด

ตลกน่าครับ...

อ้างว่ากองทัพตรวจสอบไม่ได้ แล้วจะมาบอกให้ไม่ต้องตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวกับสถาบันหรือ ??? หลักคิดแบบไหนกันเนี่ย...

งั้นวันหลังผมอ้างว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ตรวจสอบได้ยาก ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องตรวจสอบรัฐบาล ก็หวังว่าคุณจะโอเคนะครับ...


ความจริงแล้วกองทัพแม้จะตรวจสอบยาก แต่ก็ตรวจสอบได้มากกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ครับ...

เพราะอย่างแรกเลย กองทัพไม่มี " 112 " คอยจับคนคิดต่างเข้าคุกนะครับ...

อย่าง สนง.ทรัพย์สิน ปีนึงทำงานอะไรบ้าง คุณรู้ไหมครับ ??? กองทัพได้งบประมาณอะไร ทำงานอะไร มันก็มีหน้าที่ต้องรายงานต่อหน่วยงานที่มันขึ้นตรงนะครับ จะมีแต่งบัญชี หรือจะมีงบลับงุบงิบ ก็เป็นเรื่องที่ต้องมาตรวจสอบกันอีกที ส่วน สนง.ทรัพย์สิน นี่ไม่ต้องมีข้อผูกมัดใดๆทั้งสิ้นเลยนะครับ อยู่นอกเขตการตรวจสอบขององค์กรอิสระอย่าง สตง. อีกต่างหาก...

หรือเอาง่ายๆเรื่องเงินบริจาค ขนาดโคตรกูรูของเรื่องนี้ในประเทศไทยอย่าง สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ยังไม่รู้เลยครับว่าพวกเงินบริจาคในเสด็จพระราชกุศลนี่มีการจัดการอย่างไรบ้าง... แล้วจะให้ชาวบ้านทั่วๆไปรู้เรื่องรู้ราวกับเรื่องนี้หรือ ???


สุดท้าย...

อ้างอิง:ตลอดชีวิตกระผมนั้น ผมไม่เคยได้รับรู้ว่า มีการเรียกร้องทรัพย์สิน หรือ ผลประโยชน์อันใด จาก สำนักงาน ดังกล่าว มาก่อน ได้รับรู้แต่เพียงว่า เป็น การบริจาค จากการจัดงานต่าง ๆ หรือ การจัดสรร จากหน่วยงานรัฐบาล และก็ไม่เคยสงสัยว่าจะ นำทรัพย์สินดังกล่าวไป ทำอะไรบ้าง เพราะ คนที่บริจาค เค้าก็บอกแล้วว่า ตามสบาย....

ความจริงแล้วเงินบริจาคมันก็มีปัญหาอยู่นะ เพราะมันเป็นการบริจาคให้กับกษัตริย์ในฐานะที่เป็น " ประมุข " คิดเทียบกันแล้ว หากมีคนบริจาคให้นักการเมือง ในฐานะนายก ในฐานะ รมต. คุณคิดว่าเป็นการถูกหลักการไหม ???

แต่ทีนี้ผมขอข้ามไปก่อนละกัน...

มาที่เรื่องเงินจัดสรรจากรัฐบาล คุณอย่าลืมนะครับว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่รัฐบาลใช้ทำงบประมาณมาจาก " ภาษีของประชาชน "

แล้วคุณไม่ต้องการตรวจสอบ ??? ผมว่ามันตลกมากนะ...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 01:37 PM
โพสต์ทั้งหมด: #63
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 11:50 AM)สัมมาชน เขียน:  คุณคมคิด - ถ้าเป็นงบประมาณเท่าๆกันระหว่างราชการกับเอกชน ผมแน่ใจว่าเอกชนทำได้ดีกว่า แต่หากเป็นงบประมาณเท่าๆกันที่ระบบราชการกับระบบราชการด้วยกันเองนแล้ว ตัวแปรอยู่ที่ความรู้สึกว่า "ทำภายใต้สภาพแวดล้อมอะไร" ด้วยครับ

ผมยกตัวอย่างง่ายๆเรื่องทางยกระดับลอยฟ้าบรมราชชนนี ในวาระที่พระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จไปเยี่ยมพระอาการสมเด็จย่าที่โรงพยาบาลศิริราชต่อเนื่องอยู่ช่วงหนึ่ง พระองค์ทรงสังเกตุเห็นอาการรถติดมหาวินาศตั้งแต่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้าไปจนถึงตลิ่งชันของถนนปิ่นเกล้า-นครไชยศรี จึงได้ทรงมีพระราชดำริให้สร้างถนนลอยฟ้าระยะทาง 10 กว่ากิโลเมตรเพื่อแก้ไขปัญหานั้น ฝ่ายกทม.โดยนายประเสริฐ สมะลาภา กับรัฐบาลโดยความรับผิดชอบของนายสมัคร สุนทรเวชรับสนองพระบรมราชโองการ พระองค์ทรงอธิบายแนวทางจากจุดมองบนอาคารของศิริราช ใช้เวลาตั้งแต่มีพระราชดำริไปจนสร้างเสร็จเพียงไม่นาน และผู้ใช้ทางก็ไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทางแม้แต่บาทเดียวจนทุกวันนี้

ต่อมาทรงให้สร้างสะพานพระราม 8 เพื่อเพิ่มทางเลือกให้รถสามารถหลบบริเวณอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย มาลงตรงแถวๆแยกวิสุทธิ์กษัตริย์ จำได้ว่ามี "นักวิชาการ" บางคนนินทาแบบอ้อมๆว่า "เป็นการสร้างสะพานโดยไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ"....แล้วข้อพิสูจน์ทุกวันนี้เป็นอย่างไร?

ผมถามเอาแบบง่ายๆ

คุณใช้หลักการคิดเดียวกันกับโครงการเกิดปัญหาขึ้น อย่าง " โครงการปากพนัง " หรือเปล่าครับ ???

อันนี้คือประเด็นสำคัญเลยแหละ ประเด็นมันไม่อยู่ที่ " ดี " หรือ " ไม่ดี " แต่มันอยู่ที่ว่า ดี-ไม่ดี คุณต้องตรวจสอบได้ ประเมินได้ในมาตรฐานเดียวกับโครงการอื่นๆ ไม่งั้นคุณบอกไม่ได้หรอกว่าอะไรดีจริงไม่ดีจริง...




ปล. พูดจริงๆ เมื่อไม่กี่วันนี้ผมยังพึ่งเห็นสารคดีเทอดพระเกียรติเรื่อง โครงการปากพนัง อยู่เลย...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 01:41 PM
โพสต์ทั้งหมด: #64
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 06:29 AM)RedVW เขียน:  ความนิยมของในหลวงต่างจากประเทศอื่นตรงที่ พื้นฐานของความนิยมมิได้เกิดมากจากเพียงแค่การสร้างภาพลักษณ์ แต่เกิดจากการปฏิบัติตามหลักทศพิธราชธรรม โดยเฉพาะในเรื่องของความอยู่ดีกินดีของราษฎรผ่านทางโครงการต่างๆ (โปรดศึกษาก่อนที่จะให้ความเห็น)

อันความเห็นทุกอย่างในย่อหน้านี้ของคุณนั้น...

ทั้งหมดอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา 8 กฎหมายอาญา ม.112 และการโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้านเดียว...

ในสภาพแวดล้อมอย่างนี้หรือครับ ที่คุณจะเอามาสรุปได้ว่าอะไรเป็นอะไรอย่างที่คุณว่าจริงๆ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 01:58 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-07-2011 02:07 PM โดย redthai2010.)
โพสต์ทั้งหมด: #65
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
คำถาม พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?

กับคำถาม มี่ถามว่า คุณเอาเจ้าหรือไม่เอาเจ้า ?? ของภิญโญ

มันเป็นคำถาม ที่ต้องการดูถูกและสบประมาทพวกคิดต่างหัวก้าวหน้าเช่นเดียวกับบทความนี้หรือเปล่า

หากใครมาถามผมว่า “คุณเอาเจ้าหรือไม่เอาเจ้า” แบบที่คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมามักถามล่ะก็ ผมจะไม่ตอบ เพราะประโยคที่(อ่านดูคล้ายคำถาม)นี้ ไม่ใช่คำถาม เนื่องจากเป็นคำถามที่มีคำตอบเดียว หรือกระทั่งเป็นคำถามที่ไม่สามารถตอบได้ แต่ไม่ใช่เพียงนั้น เพราะคำถามนี้มีนัยทางการเมืองมากมายในบริบททางการเมืองไทยปัจจุบัน ไม่ว่าคุณภิญโญจะคิดกับการถามคำถามนี้ดีพอหรือไม่ ผมมีข้อสังเกตถึงความหมายเชิงภาษาศาสตร์การเมืองของการถามคำถามนี้ในรายการ "ตอบโจทย์" เท่าที่เคยเห็นคุณภิญโญถามมาดังนี้

ประการแรก ขอวางกรอบความเข้าใจเบื้องต้นก่อนว่า คุณภิญโญคงเข้าใจดีว่า คำถามใดๆก็ตามไม่ได้มีความหมายตามถ้อยคำนั้นเท่านั้น แต่ยังมีความหมายแฝงหรือความหมายระหว่างบรรทัดทางสังคมและการเมืองด้วย ข้อนี้ไม่ต้องเป็นนักภาษาศาสตร์สังคมหรือนักสังคมวิทยาการสื่อสารที่ฉลาดลึกซึ้งอะไรก็ย่อมเข้าใจได้ เช่น ถ้าถามว่า “คุณชอบกินขนมปังรึเปล่า” เราสามารถตอบได้ทันทีว่าชอบหรือไม่ชอบ คำถามลักษณะนี้ทำให้ดูราวกับว่า คำตอบขึ้นกับเงื่อนไขส่วนบุคคล ขึ้นกับเจตน์จำนงของคนตอบ ใครคิดหรือรู้สึกอย่างไร ก็ตอบมาตามนั้นอย่างตรงไปตรงมาได้ แสดงจุดยืนอย่างตรงไปตรงมาได้ ซึ่งก็อาจจะจริง

แต่หากเพื่อนคุณซื้อขนมมาจากร้านดอยคำ แล้วให้คุณกิน พร้อมถามว่า "ขนมร้านดอยคำอร่อยไหม" คุณจะตอบคำถามนี้กับเพื่อนอย่างไร หากใครถามคำถามนี้กับคุณในรายการโทรทัศน์ คุณจะตอบคำถามนี้อย่างไร หากคุณตอบไม่ตรงคำตอบที่ควรตอบ (ไม่ใช่แค่ตอบไม่ตรงคำถาม) คุณจะ "โดน" "อะไร" มากมายอย่างไร (และทำไมผมต้องกลัวนักกับการที่จะพูดถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมน้อยอ้อมใหญ่เพราะน้ำท่วมปากขนาดนี้? วิญญูชนย่อมเข้าใจดี)

ดังนั้นในโลกนี้มีคำถามมากมายที่ถามแล้วตอบไม่ได้ ถามแล้วคนถามไม่อยากตอบ ถามแล้วจี้ใจดำ หรือกระทั่งถามแล้วไม่ได้เป็นแค่คำถาม แต่เป็นเหมือนคำสบประมาท หรือคำสั่ง คำถาม “คุณเอาเจ้าหรือไม่” ในบริบททางการเมืองไทยปัจจุบันก็เป็นคำถามประเภทที่ บางทีคนถามอาจจะเข้าใจว่าเป็นการเปิดโอกาสให้คนตอบได้แสดงจุดยืน แต่สำหรับคนตอบจำนวนมาก มันเป็นคำถามที่ไม่ใช่เพียง “ตอบยาก” แต่มันเป็นคำถามที่ "ไม่ใช่คำถาม” ฉะนั้นอย่าว่าแต่จะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนสนทนาเลย จะตอบยังตอบไม่ได้ คือตอบแบบที่สังคมอยากฟังน่ะตอบได้ แต่ตอบอย่างที่อยากตอบน่ะ หลายคนตอบไม่ได้

ประการที่สอง คำถามนี้มีบริบททางวัฒนธรรมการเมือง ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในขอบเขตของกฎหมาย การคำถามทางการเมืองจึงไม่ใช่นึกจะถามอะไรเมื่อใดก็ถามได้ตามใจคนถาม จะถามกับใคร จะถามที่ไหนก็ได้ เพราะสังคมการเมืองไทยไม่ได้ยอมให้ถามคำถามทางการเมืองทุกๆ คำถาม แต่ไม่ใช่ว่าเราจะถามคำถามอะไรได้หรือไม่ได้ตลอดไป เพราะเมื่อวัฒนธรรมทางการเมืองเปลี่ยน คำถามทางการเมืองก็เปลี่ยน

ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา วัฒนธรรมทางการเมืองไทยเปลี่ยนไปอย่างสำคัญ และจึงทำให้คำถามทางการเมืองในสังคมไทยเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบัน คำถามทางการเมืองประเภท “เอาประชาธิปไตย” หรือ “ไม่เอาประชาธิปไตย” ซึ่งผมคิดว่าคุณภิญโญน่าจะถามคนอย่างอาจารย์ไชยันต์ ไชยพรและคุณคำนูณ สิทธิสมานบ้าง เป็นคำถามที่ก็ยังพอจะถามได้ในประเทศไทย แม้ว่าจะขึ้นอยู่กับคนตอบ สถานการณ์ของการตอบ และช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ของการตอบ เช่น ถามกลุ่มพันธมิตรฯ จนกระทั่งถึงผู้นำการยึดอำนาจ 19 ก.ย. 49 ผมเดาว่าเขาก็จะยังตอบว่า ประเทศไทยต้องเป็นประชาธิปไตย แต่จะมีสร้อยต่อท้ายว่า “อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข” (นี่เป็นสร้อยอย่างยาวที่เพิ่งมีในประวัติศาสตร์การเมืองไทยเช่นกัน) เพราะคำตอบทางการเมืองในประเทศนี้พัฒนามาถึงจุดที่ว่า เราไม่สามารถย้อนกลับไปสู่เผด็จการทหารเต็มรูปหรือสมบูรณาญาสิทธิราชได้อีกแล้ว

หรืออย่างคำถาม “นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้งหรือไม่” เป็นประเด็นต่อสู้ในช่วงพฤษภาฯ 35 เพราะสังคมการเมืองไทยไม่ต้องการกลับไปสู่ยุค “น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก นายกฯเป็นของป๋า” อีกต่อไป แต่ในพ.ศ. 2554 คำถามนี้ไม่ต้องกลับมาถามในการเมืองไทยปัจจุบันอีก เพราะการมีนายกฯจากการเลือกตั้งกลายเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองที่ฝังรากลึกในสังคมไทยแล้ว แต่กระนั้น หลังเหตุการณ์พฤษภาฯ 35 ที่เราต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายว่านายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง พอนายอานันท์ ปันยารชุนได้รับการโปรดเกล้าเป็นนายกฯ นายอานันท์ไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้ง (คงไม่เคยคิดด้วยซ้ำ) คนกลับชื่นมื่นดีใจ

ดังนั้นเราก็ยังต้องถามกันต่อว่า เกิดอะไรขึ้นกับกรณีนายอานันท์ หรือรัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรมไทยจะยังมีบทเฉพาะกาลให้กับนายกฯที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เพราะอย่างนี้หรือเปล่าที่ทำให้คนไทยยังเชื่อว่า นายกฯที่ดีไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้งก็ได้ ฯลฯ ส่วนคำถามที่ว่า “นายกฯต้องมาจากพรรคที่มีเสียงข้างมากในสภาหรือไม่” ยังเป็นคำถามที่ฝ่ายที่ไม่เคยชนะการเลือกตั้งในสภายังพยายามยืนยันอยู่ว่า ไม่จำเป็น ทั้งๆ ที่วัฒนธรรมการเมืองในปัจจุบันเป็นอย่างนั้นแล้วเช่นกัน

หากเลยไปจากบริบทในประเทศไทย ในประเทศเผด็จการคอมมิวนิสต์ อย่างจีน เวียดนาม เกาหลีเหนือ คำถามว่า “เอาคอมมิวนิสต์หรือเปล่า” เป็นคำถามที่ถามไม่ได้ แต่ในประเทศประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุข อย่างในอังกฤษ คุณสามารถตั้งกลุ่มริพับบลิครณรงค์ “ไม่เอาเจ้า” ได้ เช่นการรณรงค์ต่อต้านการแต่งงานของเจ้าชายวิลเลียมส์ในอังกฤษเมื่อต้นปีนี้ ในออสเตรเลีย คุณก็สามารถเป็นพวกรีพับบลิคได้ และประเทศออสเตรเลียก็ยังเคยจัดลงประชามติเลือกระหว่าง “เอาเจ้า” หรือ “ไม่เอาเจ้า” (เมื่อปี 2542) ดังนั้นประชาชนกลุ่มที่ไม่เอาเจ้าในประเทศที่เป็น "ราชอาณาจักร" จึงสามารถแสดงตนได้เฉพาะในสังคมการเมืองที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมทางการเมืองที่ยอมรับเพียงพอ และมีกฎหมายเปิดกว้างพอสำหรับพวกเขาเท่านั้น ในบริบทแบบนั้นเท่านั้นที่ประโยค "คุณเอาเจ้าหรือเปล่า" จึงจะเป็นโจทย์ที่น่าตอบ เป็นคำถามทางการเมืองที่มีสาระทางการเมือง

เราต่างทราบกันดีว่าบริบททางวัฒนธรรมทางการเมืองในประเทศไทยต่อเรื่องนี้เป็นอย่างไร ปัญหากฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เวลานี้เป็นอย่างไร ปัญหากระบวนการยุติธรรมในเรื่องนี้เป็นอย่างไร (ความจริง "ตอบโจทย์" ควรถามคำถามเหล่านี้บ้าง) ขอบเขตไหนกันที่เราจะสามารถ "ตอบ" คำถามนี้ได้ ในเมื่อไม่สามารถตอบอย่างหลากหลายได้ แล้วจะถามคำถามว่า “คุณเอาเจ้าหรือไม่” ไปทำไมกัน ในเมื่อ(ยัง)ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้แม้แต่จะคิดว่าไม่เอาเจ้าในประเทศไทยได้ แล้วคุณภิญโญจะถามคำถามนี้ไปทำไม

นอกจากนั้น บริบทหลักของวัฒนธรรมทางการเมืองไทยปัจจุบันคือบริบทหลังการต่อสู้ระหว่างฝ่ายนิยมทักษิณกับฝ่ายต่อต้านทักษิณมาอย่างยาวนานเกิน 5 ปี เป็นบริบทที่ประชาธิปไตยแบบนิยมการเลือกตั้งเติบโตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในสังคมไทย และเกิดการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนทั่วไปกว้างขวางมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ผ่านมา เป็นบริบทที่ฝ่ายต่อต้านทักษิณนำสถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับฝ่ายนิยมทักษิณ บริบทนี้ทำให้คำถาม "คุณเอาหรือไม่เอาเจ้า" ไม่ใช่แค่คำถาม แต่กลับเป็น "คำสบประมาท" ที่ฝ่ายต่อต้านทักษิณและฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตยแบบเลือกตั้ง ใช้โจมตีฝ่ายนิยมทักษิณและฝ่ายขบวนการประชาธิปไตยแบบก้าวหน้า

คำถามที่ว่า “คุณเอาเจ้าหรือไม่” จึงเป็นโจทย์ที่ไม่มีความหมายที่สร้างสรรค์ที่จะต้องตอบในประเทศไทยปัจจุบัน ถามแล้วไร้สาระในบริบทของการเมืองไทยปัจจุบัน ถามแล้วไม่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงที่จะเป็นทางเลือกอะไรในสังคมการเมืองไทยปัจจุบัน เป็นคำสบประมาทในรูปคำถามมากกว่า

ประการที่สาม ประโยค "คุณเอาเจ้าหรือเปล่า" ไม่เพียงเป็น "คำสบประมาท" แต่มันยังเป็นประโยค "คำสั่ง" มีอำนาจกำหนดความนึกคิดของผู้ตอบ จำกัดคำตอบให้ตายตัว และตอกย้ำวัฒนธรรมการเมืองแบบอำนาจนิยมในสังคมการเมืองไทย

ที่จริงเราคุ้นเคยกันดีกับประโยคคำถามที่เป็นคำสั่งหรืออย่างละมุนละม่อมคือเป็นคำขอร้อง เช่น ครูถามนักเรียนว่า "เธอจะช่วยครูทำความสะอาดห้องได้หรือไม่" หรือเมื่อพ่อแม่ถามลูกๆว่า "รักพ่อรักแม่หรือเปล่า" จะตอบอย่างไรได้หากไม่ตอบว่า "ค่ะ" หรือ "ครับ"

ในทำนองเดียวกัน หากจะต่อบทสนทนาจากประโยคเสมือนคำถามที่ว่า “เอาหรือไม่เอาเจ้า” คนตอบในบริบทสาธารณะ ในสังคมการเมืองไทยปัจจุบัน จะถูกบังคับให้ต้องตอบคำตอบเดียว ประโยคนี้จึงไม่ก่อให้เกิดบทสนทนาทางการเมืองอะไรขึ้นมา อย่าว่าแต่จะให้ผู้ตอบโจทย์นี้แสดงจุดยืนทางการเมืองต่อคำถามนี้เองเลย จะชวนให้เขาคุยต่อ "เรื่องเจ้า" ยังไปต่อไม่ได้เลย เพราะหากตอบเป็นอย่างอื่น ปัญหาตามมาคือ คนตอบจะถูกคำพิพากษาจากทั้งสังคมและจาก “ผู้พิพากษา” ว่าเป็นพวกล้มล้างสถาบัน เป็นพวกหมิ่นฯ พวกล้มเจ้า

ประโยคนี้จึงไม่ใช่ประโยค “คำถาม” แต่เป็น “คำสั่ง” ในรูปคำถาม เป็น “คำบัญชา” ให้ต้องจำนนกับคำตอบ เป็นคำถามที่ในหลักภาษาแล้ว ไม่ได้มีความหมาย “ตาม" ถ้อยคำระบุ เท่านั้น แต่มันยังมีความหมาย “เกินกว่า" ที่ถ้อยคำระบุ ความหมายที่ว่าคือ คุณภิญโญกำลังถามผู้ร่วมรายการว่า "คุณเป็นพวกล้มเจ้าหรือเปล่า" พร้อมๆ กับสั่งคนตอบว่า "จงแสดงความจงรักภักดีต่อหน้าสาธารณชนเดี๋ยวนี้" การถามคำถามนี้บ่อยๆ จึงยิ่งเป็นการตอกย้ำความคับแคบของสังคมไทยที่ไม่มีคำตอบที่แท้จริงให้กับคำถามนี้ไปเปล่าๆปลี้ๆ

ประการที่สี่ แถมซ้ำร้ายกว่านั้น การถามคำถามนี้บ่อยๆ ยังตอกลิ่มความเกลียดชังต่อขบวนการประชาธิปไตยฝ่ายก้าวหน้าในสังคมไทย ผมสงสัยว่าคำถาม "คุณเอาเจ้าหรือเปล่า" นอกจากจะไม่ได้เปิดโอกาสให้คนถูกถามแสดงจุดยืนทางการเมืองอะไรอย่างแท้จริงได้แล้ว คำถามนี้ของคุณภิญโญยังมีส่วนทำลายขบวนการประชาธิปไตยฝ่ายก้าวหน้า ที่เป็นอย่างนั้นเพราะ

หนึ่ง คุณภิญโญไม่ได้ถามคำถามนี้กับคนทุกคน คุณภิญโญถามเฉพาะคนที่วิจารณ์บทบาทของสถาบันหลักในสังคมและยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยอย่างก้าวหน้า (เช่น คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ อาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์ที่ถูกถามคำถามนี้ในรายการตอบโจทย์) ผลก็คือทำให้คำถามนี้มีนัยแฝงของความหมายอีกชั้นหนึ่ง นั่นคือการที่คุณภิญโญกำลังพูดแทนสังคมฝ่ายอนุรักษ์นิยมว่า "คนพวกนี้ไม่เอาเจ้า คนพวกนี้จะล้มเจ้า" จึงต้องถามคำถามนี้ ซึ่งก็คือบัญชาแทนสังคมฝ่ายอนุรักษ์นิยมว่า "จึงต้องแสดงความจงรักภักดีเดี๋ยวนี้"

และดังนั้น สอง คุณภิญโญทำให้คนที่เป็นองค์ประธานหลักของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต้องกลับกลายเป็นพวกจ้องล้มเจ้า และพวกเขาเท่านั้นที่จะต้องมาลุยไฟพิสูจน์ความจงรักภักดี พวกอยู่ตรงข้ามกับประชาธิปไตยหรือพวกแอบอำมาตย์ ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามนี้ เพราะพวกเขาดูบริสุทธิ์ใจกับเจ้ามากกว่า แทนที่หรือพร้อมๆ กับที่คุณภิญโญจะจ้องตรวจสอบความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ของผู้ร่วมรายการที่เป็นนักประชาธิปไตย คุณภิญโญน่าจะมุ่งตรวจสอบความจงรักภักดีต่อรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยของผู้ร่วมรายการที่เป็นนักนิยมกษัตริย์บ้าง

โดยสรุป ที่กล่าวมาทั้งหมดเพื่อชี้ให้เห็นว่า ประโยคคำถาม "คุณเอาเจ้าหรือเปล่า" เป็นคำสบประมาททางการเมืองและเป็นคำแสดงจุดยืนที่ขัดขวางขบวนการประชาธิปไตย มากกว่าที่จะเปิดโอกาสให้คนตอบได้แสดงความเห็นทางการเมืองเพื่อสร้างสรรค์สังคมประชาธิปไตย

คำถามนี้ปิดกั้นความคิดทางการเมืองอีกมากมาย หากสังคมยังถามคำถามแบบที่คุณภิญโญถาม กับคนกลุ่มที่คุณภิญโญถาม คำถามใหญ่ๆ อีกมากมายจะยังไม่ถูกถาม เพราะเรายังจ้องจับผิดกันอยู่ว่า "คุณเป็นพวกล้มเจ้าหรือเปล่า" คำถามที่สังคมไทยทั่วไปพร้อมแล้ว คำถามสอดคล้องกับวัฒนธรรมการเมืองไทยปัจจุบันได้แก่ "ในสังคมไทยที่เป็นประชาธิปไตย คุณอยากให้เจ้าเป็นอย่างไร" "บทบาทสถาบันกษัตริย์ในสังคมประชาธิปไตยไทยต่อไปนี้ควรเป็นอย่างไร" หรือพูดในสำนวนแบบคุณภิญโญ แทนที่จะถามว่า "คุณเอาเจ้าหรือไม่เอาเจ้า" คำถามที่น่าถามกว่าคือ "คุณเอาเจ้าแบบไหนในสังคมประชาธิปไตย" มากกว่า แต่ปัญหาคือ ผู้ปฏิบัติงานทางวัฒนธรรมการเมืองในสื่อกระแสหลัก (ทั้งที่ "ไม่แอบทำเป็นก้าวหน้า" และที่แอ๊บแบ๊วว่าตนเป็นสื่อทางเลือกอย่าง Thai PBS) และกลุ่มนักวิพากษ์สังคมการเมืองที่มีบทบาทกำหนดประเด็นสาธารณะ พร้อมที่จะถามและตอบคำถามนี้หรือยัง

กรอบของกฎหมายและผู้ทำหน้าที่ดูแลกฎหมายในกระบวนการยุติธรรม ยึดหลักนิติธรรมเพียงพอที่จะให้สังคมถามคำถามนี้หรือยัง

หรือหากจะยังไม่สามารถถามคำถามชุดใหม่นี้ได้ ก็ขออย่าให้ถามคำถาม "คุณเอาเจ้าหรือเปล่า" ให้ระคายเคืองความก้าวหน้าของขบวนการประชาธิปไตยในประเทศนี้อีกต่อไปเลย

จาก http://www.prachatai3.info/journal/2011/...tai.com%29

ยุคแห่งการรู้ทันคนดี
Yoyo-71
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 02:01 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-07-2011 02:05 PM โดย redthai2010.)
โพสต์ทั้งหมด: #66
RE:
Big GrinBig GrinBig GrinBig Grin
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 02:09 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-07-2011 02:10 PM โดย ถ่องแท้.)
โพสต์ทั้งหมด: #67
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ถึงคุณสัมมาชน

เคยมีคนยกกรณี "ปากพนัง" มาแบบระมัดระวัง โดยชี้ใหเห็นว่า "โครงการพระราชดำริ" อาจจะไม่เพียง ไม่ได้ประโยชน์เท่านั้น อาจจะนำมาซึ่งผลเสียหายใหญ่โตก็ได้

ตัวอย่างข้อมูลอ้างอิง

http://www.thaingo.org/story3/news_fiske...022547.htm

ถึงคุณ RedWV

อ้างอิง:มาตรา 8
องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้

อ้างอิง:มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท
หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

มีคนสติดีที่ไหนจะกล้าบอกบ้างว่า "ไม่เคารพ"
ตามกฎหมายบังคับว่าทุกคนต้อง "เคารพสักกาะ" ในหลวง


กรณีออสเตรเลีย เคยมีปัญหาเกี่ยวกับพระราชวงศ์อังกฤษ เนื่องจากประชาชนบางกลุ่มต้องการให้ออสเตรเลียกลายเป็นสาธารณรัฐ ก่อนจะมีการลงประชามติเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขามีการรณรงค์เป็นเวลาหลายปี ทั้งจากฝ่าย royalist และ ฝ่ายเสรีนิยม มีข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับพระราชวงศ์อังกฤษ ทุกอย่างสามารถตรวจสอบ ประเมิณ วิพากษ์วิจารณ์ ได้อย่างเสรี ไม่มีกฏหมายบังคับใดๆทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นไปอย่าง fair play

หลังลงประชามติ เสียงส่วนใหญ่ยังต้องการคงใช้ระบอบการปกครองแบบ Constitutional Monarchy โดยมี สมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2 เป็นประมุขของรัฐ

อย่างนี้ซิ คุณถึงจะพูดได้เต็มปาก ว่าประชาชนแท้จริงแล้วคิดแบบไหน นิยม "ประมุข" ของเขาหรือไม่

เบื่อพวก "ขาเทียม" ดีแต่ "เลื้อย"
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 02:29 PM
โพสต์ทั้งหมด: #68
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 01:41 PM)savor เขียน:  
(12-07-2011 06:29 AM)RedVW เขียน:  ความนิยมของในหลวงต่างจากประเทศอื่นตรงที่ พื้นฐานของความนิยมมิได้เกิดมากจากเพียงแค่การสร้างภาพลักษณ์ แต่เกิดจากการปฏิบัติตามหลักทศพิธราชธรรม โดยเฉพาะในเรื่องของความอยู่ดีกินดีของราษฎรผ่านทางโครงการต่างๆ (โปรดศึกษาก่อนที่จะให้ความเห็น)

อันความเห็นทุกอย่างในย่อหน้านี้ของคุณนั้น...

ทั้งหมดอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา 8 กฎหมายอาญา ม.112 และการโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้านเดียว...

ในสภาพแวดล้อมอย่างนี้หรือครับ ที่คุณจะเอามาสรุปได้ว่าอะไรเป็นอะไรอย่างที่คุณว่าจริงๆ

ท่านจะไม่ให้ความรู้กับผู้อ่านบ้างรึครับ เห็นมีแต่ ม.8 และหรือ ม.112 แล้วก็ยิงคำถามกลับ .. กี่ครั้งๆก็วนเวียนอยู่แค่นี้

เห็นพูดถึงโครงการปากพนัง ลองให้ทัศนะประกอบความรู้ดูบ้างสิครับว่าท่านคิดเห็นอย่างไร อย่าใส่แต่ข้อคิดเห็นนะครับ โปรดหาข้อมูลอ้างอิงให้ชัดเจนด้วย ผมไม่ค่อยจะรู้เรื่องหรอก อยากมีความรู้บ้าง น้ำในแก้วผมมันยังไม่ถึงครึ่งครับยังเติมได้อีกมาก Big Grin

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 02:42 PM
โพสต์ทั้งหมด: #69
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 02:29 PM)RedVW เขียน:  
(12-07-2011 01:41 PM)savor เขียน:  
(12-07-2011 06:29 AM)RedVW เขียน:  ความนิยมของในหลวงต่างจากประเทศอื่นตรงที่ พื้นฐานของความนิยมมิได้เกิดมากจากเพียงแค่การสร้างภาพลักษณ์ แต่เกิดจากการปฏิบัติตามหลักทศพิธราชธรรม โดยเฉพาะในเรื่องของความอยู่ดีกินดีของราษฎรผ่านทางโครงการต่างๆ (โปรดศึกษาก่อนที่จะให้ความเห็น)

อันความเห็นทุกอย่างในย่อหน้านี้ของคุณนั้น...

ทั้งหมดอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา 8 กฎหมายอาญา ม.112 และการโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้านเดียว...

ในสภาพแวดล้อมอย่างนี้หรือครับ ที่คุณจะเอามาสรุปได้ว่าอะไรเป็นอะไรอย่างที่คุณว่าจริงๆ

ท่านจะไม่ให้ความรู้กับผู้อ่านบ้างรึครับ เห็นมีแต่ ม.8 และหรือ ม.112 แล้วก็ยิงคำถามกลับ .. กี่ครั้งๆก็วนเวียนอยู่แค่นี้

เห็นพูดถึงโครงการปากพนัง ลองให้ทัศนะประกอบความรู้ดูบ้างสิครับว่าท่านคิดเห็นอย่างไร อย่าใส่แต่ข้อคิดเห็นนะครับ โปรดหาข้อมูลอ้างอิงให้ชัดเจนด้วย ผมไม่ค่อยจะรู้เรื่องหรอก อยากมีความรู้บ้าง น้ำในแก้วผมมันยังไม่ถึงครึ่งครับยังเติมได้อีกมาก Big Grin

ความเห็นของคุณก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริงอะไรเลยนะครับ เป็นเพียงความเชื่อ ซึ่งผมก็บอกไปแล้วว่าผิดหลัก

(12-07-2011 06:29 AM)RedVW เขียน:  ความนิยมของในหลวงต่างจากประเทศอื่นตรงที่ พื้นฐานของความนิยมมิได้เกิดมากจากเพียงแค่การสร้างภาพลักษณ์ แต่เกิดจากการปฏิบัติตามหลักทศพิธราชธรรม โดยเฉพาะในเรื่องของความอยู่ดีกินดีของราษฎรผ่านทางโครงการต่างๆ (โปรดศึกษาก่อนที่จะให้ความเห็น)

หรือคุณจะบอกว่าความเห็นของคุณอันนี้เป็นการให้ความรู้ ให้ข้อมูล ???


ส่วนโครงการปากพนังนั้น เป็นเรื่องที่สามารถหาข้อมูลได้ครับ เนื่องจากผลกระทบต่อโครงการนี้มันร้ายแรงมากๆจริง และความเห็นด้านบนก็มีคนแปะลิงก์ไว้แล้ว

อ้างอิง:โครงการพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง (2537) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งห่วงใยราษฎรและความทุกข์ยากประชาชนในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ประกอบ ไปด้วย อำเภอปากพนัง เชียรใหญ่ หัวไทร ชะอวด ร่อนพิบูลย์ จุฬาภรณ์ เฉลิมพระเกียรติ พระพรหม และบางส่วนของอำเภอลานสกา นครศรีธรรมราช อำเภอควนขนุนและอำเภอป่าพะยอม พัทลุง และบางส่วนของอำเภอระโนด สงขลา ด้วย รวมประชากรในพื้นที่มากกว่า 600,000 คน และมีเนื้อที่กว่า 1.9 ล้านไร่ วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อกั้นน้ำเค็มจากทะเลที่ไหลเข้าไปในแม่น้ำปากพนัง และสาขา เพื่อระบายน้ำท่วมพื้นที่ในยามเกิดอุทกภัย เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างนากุ้งกับนาข้าว และเพื่อจัดเก็บน้ำจืดเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ

ผลจากการ "ปิดประตูระบายน้ำอุทกภาคประสิทธิ์" เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2542 เป็นประตูแรกสุด กั้นแม่น้ำปากพนังกับทะเล ในขณะที่ประตูอื่นๆ นั้นยังไม่แล้วเสร็จทำให้เกิดน้ำท่วมหลายๆ พื้นที่ โครงการแยกน้ำจืดกับน้ำเค็มออกจากกันเด็ดขาดเป็น 2 น้ำ ทำให้โซนน้ำเค็มเกิดน้ำกร่อยในน้ำใต้ดินใช้ประโยชน์ไม่ได้ นากุ้งเสียหาย น้ำขังเน่าเสีย และปลาสูญพันธุ์ไปกว่า 96 ชนิด และอาชีพประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป้นอีกอาชีพหนึ่ง ที่ได้รับความยากลำบากอย่างที่สุด เนื่องจากพื้นที่แถบนี้เป็นระนิเวศน์ 4 น้ำ น้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็มและน้ำเปรี้ยว มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีพันธุ์ปลาที่หลากหลาย อีกทั้งระบบน้ำที่เปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ทำให้อาชีพประมงพื้นบ้าน สามารถสร้างรายได้ดีเป็นอาชีพหลักของครอบครัวหลายครอบใน ต.ท่าซอม ต.เกาะเพชรและตำบลอื่นๆ ใน อ.หัวไทร นครศรีธรรมราช เป็นต้น หรือหากนับประตูระบายน้ำ อ.ปากพนังไปจนถึง อ.ชะอวด นครศรีธรรมราช นั้นมีประชาชนริมแม่น้ำลำคลองกว่า 600-700 ครัวเรือน ที่ทำอาชีพประมง เหล่านี้ล้วนได้รับผลกระทบตลอดทั้งสิ้น

โดยเฉพาะหลังขุดลอกคูคลองสองฝั่ง เสร็จสิ้นเมื่อปี 2546 (คลองหัวไทร คลองปากพนัง) เอาป่าจากและต้นโกงกางออกเพื่อพัฒนาเป็นคลองน้ำเค็ม ตามนโยบายจัดแบ่งเป็นโซนน้ำเค็ม น้ำจืดนั้น บทสรุปของชาวบ้าน ณ วันนี้ ตอบเป็นเสียงเดียวกัน "คลองหัวไทรตายสนิท" ประมงพื้นบ้าน ในอำเภอหัวไทรเมื่อวันวาน ในยามที่กุ้งประสบวิกฤติ ราคา หรือโรค ยังพึ่งคลองหารายได้จุนเจือครอบครัว แต่ในวันนี้ไม่มีที่ไป ไม่มีทางออก คืนวันที่เคยมีกินมีใช้สุขสบายเป็นที่กล่าวถึง เหลือสถานะเพียงลูกจ้างที่ร่อนเร่หางานทำ


สรุปแล้วปัญหาของโครงการปากพนังนี้ ผิดที่ตรงไหน ???

แล้วสถานะของโครงการหลวง โครงการพระราชดำริ ในปัจจุบัน รัฐบาลสามารถปฏิเสธโครงการได้อย่างเต็มปากจริงๆหรือ ???
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 03:43 PM
โพสต์ทั้งหมด: #70
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 02:09 PM)ถ่องแท้ เขียน:  ถึงคุณ RedWV

อ้างอิง:มาตรา 8
องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้

อ้างอิง:มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท
หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

มีคนสติดีที่ไหนจะกล้าบอกบ้างว่า "ไม่เคารพ"
ตามกฎหมายบังคับว่าทุกคนต้อง "เคารพสักกาะ" ในหลวง


กรณีออสเตรเลีย เคยมีปัญหาเกี่ยวกับพระราชวงศ์อังกฤษ เนื่องจากประชาชนบางกลุ่มต้องการให้ออสเตรเลียกลายเป็นสาธารณรัฐ ก่อนจะมีการลงประชามติเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขามีการรณรงค์เป็นเวลาหลายปี ทั้งจากฝ่าย royalist และ ฝ่ายเสรีนิยม มีข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับพระราชวงศ์อังกฤษ ทุกอย่างสามารถตรวจสอบ ประเมิณ วิพากษ์วิจารณ์ ได้อย่างเสรี ไม่มีกฏหมายบังคับใดๆทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นไปอย่าง fair play

หลังลงประชามติ เสียงส่วนใหญ่ยังต้องการคงใช้ระบอบการปกครองแบบ Constitutional Monarchy โดยมี สมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2 เป็นประมุขของรัฐ

อย่างนี้ซิ คุณถึงจะพูดได้เต็มปาก ว่าประชาชนแท้จริงแล้วคิดแบบไหน นิยม "ประมุข" ของเขาหรือไม่

ขอบคุณท่าน ถ่องแท้ ครับสำหรับความเห็น

ผมไม่เคยคัดค้านหรือเห็นด้วยกับทั้งสองมาตราแต่เข้าใจว่าท่านต้องการจะโยงถึงประโยคสุดท้ายซึ่งผมก็เห็นด้วยส่วนหนึ่ง

ทำไมถึงเห็นด้วยส่วนหนึ่งก็เพราะ
๑. รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ (เมื่อต้องการ)
๒. แม้ว่าจะดำเนินการในลักษณะดังกล่าวแล้วในเรื่องประชามติก็ไม่ได้ทำให้ความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยหายไป
๓. กฏหมายจะดีเลวอย่างไรไม่ได้อยู่ที่ตัวบทบัญญัติเพียงอย่างเดียวแต่มันต้องขึ้นกับผู้ใช้ด้วย
๔. ความนิยมในตัวประมุขนั้น ประชามติคงไม่ใช่คำตอบเดียว ในระบบที่เราใช้อยู่ก็พอจะเห็นได้จากจำนวนผู้ตอบรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องเพียงแต่ไม่เป็นตัวเลขที่ชัดเจน ตัวอย่างเทียบชัดเจนในสองวันหยุดที่หลายคนในที่นี้อาจจะเบื่ออาจจะเซ็ง แต่ทว่ามันมีความแตกต่างที่เห็นได้คงไม่ต้องระบุทุกท่านทราบดี

ทำไมกฏหมายที่ท่านไม่ชอบกัน มันไม่เป็นประชาธิปไตยแบบของท่าน มันถึงไม่ถูกแก้เสียที มันยืนหยัดอยู่ได้ทุกรัฐธรรมนูญ ก็เพราะมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งทียังหนุนอยู่ ในเมื่อประชาธิปไตยไม่ว่าจะแบบใดย่อมถือเสียงส่วนใหญ่ และเมื่อวันนั้นมาถึงการเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้น จะรอวันนั้นไม่ได้กันรึไงเพื่อความสงบสันติของบ้านเมือง

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 03:55 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-07-2011 04:16 PM โดย RedVW.)
โพสต์ทั้งหมด: #71
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 02:42 PM)savor เขียน:  ....

สรุปแล้วปัญหาของโครงการปากพนังนี้ ผิดที่ตรงไหน ???

แล้วสถานะของโครงการหลวง โครงการพระราชดำริ ในปัจจุบัน รัฐบาลสามารถปฏิเสธโครงการได้อย่างเต็มปากจริงๆหรือ ???

๑. ผมเขียนแค่เท่าที่ท่านยกมา แค่นั้นจริงรึ ??? (มุกนี้ประจำ)

๒. เขากำลังทำอะไรอยู่กับโครงการปากพนัง กำลังประเมินใช่หรือไม่ แล้วแบบนี้จะมาอ้างว่าโครงการพวกนี้มันตรวจสอบไม่ได้ได้อย่างไร

ลองไปตามข้อมูลดูให้ทุกด้านไม่ใช่เลือกมาเฉพาะที่จะโจมตีก็จะพบว่าเป็นเรื่องของการบริหารจัดการที่ผิดพลาดไม่รอบคอบของหน่วยงาน

ความไม่ลงตัวของผลประโยชน์ของแต่ละชุมชนมีชุมชนที่ได้และชุมชนที่เสียประโยชน์ ทางออกทางแก้ไขเพื่อให้ผลประโยชน์ลงตัวมีหรือไม่

ตอบว่า มี แต่ติดขัดที่ระบบราชการ (ปัญหาปากพนัง)

ประเด็นสำคัญก็คือไหนว่าโครงการพวกนี้มันประเมินตรวจสอบไม่ได้ไง ทำแล้วมันจะขัด ม.8 และหรือ ม.112 สงสัยพวก NGO, TPBS ฯลฯ คงโดนฟ้องติดคุกหัวโตหมดแล้ว

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 07:05 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-07-2011 07:08 PM โดย savor.)
โพสต์ทั้งหมด: #72
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 03:55 PM)RedVW เขียน:  
(12-07-2011 02:42 PM)savor เขียน:  ....

สรุปแล้วปัญหาของโครงการปากพนังนี้ ผิดที่ตรงไหน ???

แล้วสถานะของโครงการหลวง โครงการพระราชดำริ ในปัจจุบัน รัฐบาลสามารถปฏิเสธโครงการได้อย่างเต็มปากจริงๆหรือ ???

๑. ผมเขียนแค่เท่าที่ท่านยกมา แค่นั้นจริงรึ ??? (มุกนี้ประจำ)

๒. เขากำลังทำอะไรอยู่กับโครงการปากพนัง กำลังประเมินใช่หรือไม่ แล้วแบบนี้จะมาอ้างว่าโครงการพวกนี้มันตรวจสอบไม่ได้ได้อย่างไร

ลองไปตามข้อมูลดูให้ทุกด้านไม่ใช่เลือกมาเฉพาะที่จะโจมตีก็จะพบว่าเป็นเรื่องของการบริหารจัดการที่ผิดพลาดไม่รอบคอบของหน่วยงาน

ความไม่ลงตัวของผลประโยชน์ของแต่ละชุมชนมีชุมชนที่ได้และชุมชนที่เสียประโยชน์ ทางออกทางแก้ไขเพื่อให้ผลประโยชน์ลงตัวมีหรือไม่

ตอบว่า มี แต่ติดขัดที่ระบบราชการ (ปัญหาปากพนัง)

ประเด็นสำคัญก็คือไหนว่าโครงการพวกนี้มันประเมินตรวจสอบไม่ได้ไง ทำแล้วมันจะขัด ม.8 และหรือ ม.112 สงสัยพวก NGO, TPBS ฯลฯ คงโดนฟ้องติดคุกหัวโตหมดแล้ว

1. ที่ผมยกมาแค่นี้ เพราะผมต้องการโต้ประเด็นแรกเท่านั้นครับ... ความเห็นผมไม่ได้เกี่ยวกับมูลนิธิชัยพัฒนา

(12-07-2011 06:29 AM)RedVW เขียน:  ความนิยมของในหลวงต่างจากประเทศอื่นตรงที่ พื้นฐานของความนิยมมิได้เกิดมากจากเพียงแค่การสร้างภาพลักษณ์ แต่เกิดจากการปฏิบัติตามหลักทศพิธราชธรรม โดยเฉพาะในเรื่องของความอยู่ดีกินดีของราษฎรผ่านทางโครงการต่างๆ (โปรดศึกษาก่อนที่จะให้ความเห็น)

ขืนใครพูดว่า ในหลวงทรงสร้างภาพ หรือในหลวงทรงไม่ปฏิบัติตามทศพิธราชธรรมดูสิครับ... ก็มีแต่ความซวยจะบังเกิดใส่ตัวเท่านั้น...

2. 555 อย่าพูดให้ขำเลยดีกว่าครับ...

นี่มันคือการประเมินตรงไหน ??? โครงการมันจบสิ้นไปแล้วครับ... จบไปพร้อมๆกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในแถบนั้นด้วย...

ที่มาทำทีหลังนั่นน่ะ เป็นการ " เยียวยา " ล้วนๆครับ...


แล้วคุณดูดีๆครับ... ที่บรรดา NGO , องค์กรต่างๆเขาไปลงพื้นที่มาเนี่ย เขาหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูดถึง " ต้นกำเนิด " ของโครงการนี้ด้วยกันทั้งนั้น ทุกคนข้ามไปพูดถึงผลและวิธีการเยียวยากันหมดเลย...

ก็มีแต่ความเห็นของลุงสุรชัยล่ะครับ ที่มีแตะถึงเรื่องทฤษฎีที่เป็นจุดกำเนิดของโครงการ แต่ก็เป็นการพูดอย่างอ้อมๆ ด้วยความระมัดระวัง

อ้างอิง:นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) หนึ่งในคณะทำงานหาแนวทางแก้ไขปัญหาภาคประชาชน เสนอว่า “อย่างให้เข้าใจใหม่เราคือคณะทำงานแก้ปัญหา ไม่ใช่คณะกรรมการศึกษา เพราะปัญหาลุ่มน้ำปากพนังนั้นศึกษามามากแล้ว คณะทำงานจึงอยากขออำนาจจัดการปัญหาให้แก่คณะทำงานจากประธาน (รองผู้ว่าราชการจังหวัด) แต่วันนี้ชัดแล้วว่าประธานไม่มีอำนาจจึงไม่สามารถจะให้ได้ และเสนอให้ยกเลิกทฤษฎีแยกน้ำ (น้ำจืด-น้ำเค็มออกจากัน) โดยการใช้ประตูกั้นมาควบคุมการใช้น้ำ

ซึ่งอันนี้ต่างกับโครงการที่เป็นนโยบายของรัฐบาลนะครับ อย่างโครงการปราบปรามยาเสพย์ติดของทักษิณ คุณจะด่ามันว่าเป็นแนวคิดเผด็จการ ละเมิดสิทธิมนุษยชน โครงการแจกเช็ค 2000 บาทของมาร์ค คุณจะด่าว่าไอ้มาร์คบ้องตื้นคิดอะไรโง่ ก็ทำได้นะครับ หรือเอาชัดๆเลย โครงการเช่ารถเมล์ NGV ของเนวิน นี่ต้องรอให้ทำก่อนหรือเปล่าครับ ถึงวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้...

แล้วโครงการปากพนังนี้ คุณทำแบบนั้นได้หรือเปล่า ???

ดังนั้นอย่ามาพูดให้ตลกเลยดีกว่าครับ...

การตรวจสอบที่ต้องมาระมัดระวัง ต้องไม่ให้ล้ำเส้นเกินไป หวั่นๆว่าวันดีคืนดีจะมีคนไปแจ้งความคุณที่โรงพักหรือเปล่า การตรวจสอบที่ไม่สามารถใช้มาตรฐานเดียวกับเรื่องอื่นๆทั้งหมดได้ แบบนี้คุณเรียกว่าการตรวจสอบโดยแท้จริงได้เหรอครับ ???


ผมว่าเรื่องแบบนี้มันคิดเปรียบเทียบได้ไม่ยากนะ...

สมมติว่าให้รัฐบาลมีโครงการนะ ที่ห้ามคุณตรวจสอบตามมาตรฐานทั่วๆไป ห้ามวิจารณ์ถึงต้นกำเนิดของแนวคิดโครงการ และการตรวจสอบเองก็ต้องทำอย่างระมัดระวังด้วย เพราะมีกฎหมายอาญาควบคุมไม่ให้คุณละเมิด ซึ่งถ้าคุณละเมิดอะไรไป ก็มีสิทธิ์โดนจับติดคุก 15 ปี

ถามว่าถ้าโครงการตามนโยบายของรัฐมีสภาพเป็นแบบนี้นะ คุณรับได้หรือเปล่า ???

ซึ่งถ้าคุณรับไม่ได้ที่โครงการของรัฐจะเป็นแบบนี้ มันก็ต้องถามว่าแล้วสำหรับบางโครงการที่แม้ไม่ใช่โครงการจากนโยบายรัฐโดยตรง แต่ก็ใช้เงินงบประมาณรัฐในการทำโครงการเหมือนกัน ทำไมคุณถึงรับได้...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 07:21 PM
โพสต์ทั้งหมด: #73
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 03:43 PM)RedVW เขียน:  
(12-07-2011 02:09 PM)ถ่องแท้ เขียน:  ถึงคุณ RedWV

อ้างอิง:มาตรา 8
องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้

อ้างอิง:มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท
หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

มีคนสติดีที่ไหนจะกล้าบอกบ้างว่า "ไม่เคารพ"
ตามกฎหมายบังคับว่าทุกคนต้อง "เคารพสักกาะ" ในหลวง


กรณีออสเตรเลีย เคยมีปัญหาเกี่ยวกับพระราชวงศ์อังกฤษ เนื่องจากประชาชนบางกลุ่มต้องการให้ออสเตรเลียกลายเป็นสาธารณรัฐ ก่อนจะมีการลงประชามติเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขามีการรณรงค์เป็นเวลาหลายปี ทั้งจากฝ่าย royalist และ ฝ่ายเสรีนิยม มีข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับพระราชวงศ์อังกฤษ ทุกอย่างสามารถตรวจสอบ ประเมิณ วิพากษ์วิจารณ์ ได้อย่างเสรี ไม่มีกฏหมายบังคับใดๆทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นไปอย่าง fair play

หลังลงประชามติ เสียงส่วนใหญ่ยังต้องการคงใช้ระบอบการปกครองแบบ Constitutional Monarchy โดยมี สมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2 เป็นประมุขของรัฐ

อย่างนี้ซิ คุณถึงจะพูดได้เต็มปาก ว่าประชาชนแท้จริงแล้วคิดแบบไหน นิยม "ประมุข" ของเขาหรือไม่

ขอบคุณท่าน ถ่องแท้ ครับสำหรับความเห็น

ผมไม่เคยคัดค้านหรือเห็นด้วยกับทั้งสองมาตราแต่เข้าใจว่าท่านต้องการจะโยงถึงประโยคสุดท้ายซึ่งผมก็เห็นด้วยส่วนหนึ่ง

ทำไมถึงเห็นด้วยส่วนหนึ่งก็เพราะ
๑. รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ (เมื่อต้องการ)
๒. แม้ว่าจะดำเนินการในลักษณะดังกล่าวแล้วในเรื่องประชามติก็ไม่ได้ทำให้ความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยหายไป
๓. กฏหมายจะดีเลวอย่างไรไม่ได้อยู่ที่ตัวบทบัญญัติเพียงอย่างเดียวแต่มันต้องขึ้นกับผู้ใช้ด้วย
๔. ความนิยมในตัวประมุขนั้น ประชามติคงไม่ใช่คำตอบเดียว ในระบบที่เราใช้อยู่ก็พอจะเห็นได้จากจำนวนผู้ตอบรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องเพียงแต่ไม่เป็นตัวเลขที่ชัดเจน ตัวอย่างเทียบชัดเจนในสองวันหยุดที่หลายคนในที่นี้อาจจะเบื่ออาจจะเซ็ง แต่ทว่ามันมีความแตกต่างที่เห็นได้คงไม่ต้องระบุทุกท่านทราบดี

ทำไมกฏหมายที่ท่านไม่ชอบกัน มันไม่เป็นประชาธิปไตยแบบของท่าน มันถึงไม่ถูกแก้เสียที มันยืนหยัดอยู่ได้ทุกรัฐธรรมนูญ ก็เพราะมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งทียังหนุนอยู่ ในเมื่อประชาธิปไตยไม่ว่าจะแบบใดย่อมถือเสียงส่วนใหญ่ และเมื่อวันนั้นมาถึงการเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้น จะรอวันนั้นไม่ได้กันรึไงเพื่อความสงบสันติของบ้านเมือง

ก็ต้องถามว่าหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เรามีรัฐบาลพลเรือนที่มีสิทธิ์มีเสียงกี่สมัย ? และมีรัฐบาลทหารกี่สมัย ?

เราพึ่งหลุดจากซากเดนเผด็จการได้ตอนพ้นยุคเปรมเองนะครับ แล้วก็มาโดนยึดอำนาจกลับไปโดย รสช. อีก

แล้วพอหลังพฤษภา 35 เราถึงมาได้ รธน. 40 ฉบับที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในฉบับที่ดีที่สุด จนมาโดนฉีก แล้วก็กลายเป็น 50 ในปัจจุบันนี้


แล้วตรรกะแบบนี้ มันเอามาใช้สนับสนุนกฎหมายใดว่าเป็นประชาธิปไตยไม่ได้หรอกครับ...

ไม่งั้นผมก็อ้างได้ว่า " สฤษดิ์เป็นประชาธิปไตย เพราะสมัยสฤษดิ์ไม่เคยเห็นประชาชนมาเดินขบวนต่อต้านเลย "

หรือไม่ก็ " คิม จอง อิล เป็นประชาธิปไตย เพราะปกครองเกาหลีเหนือมาได้ตั้ง 30 กว่าปี แสดงว่ามีคนสนับสนุนมากมาย "

จริงๆแล้วเหตุผลที่ทำให้ผู้นำบางคนหรือกฎหมายบางมาตรามันคงอยู่มานาน อาจมีได้มากมายครับ ซึ่งเหตุผลอาจไม่ใช่ " ประชาธิปไตย "
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 09:37 PM
โพสต์ทั้งหมด: #74
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
อ้างอิง:ซึ่งอันนี้ต่างกับโครงการที่เป็นนโยบายของรัฐบาลนะครับ อย่างโครงการปราบปรามยาเสพย์ติดของทักษิณ คุณจะด่ามันว่าเป็นแนวคิดเผด็จการ ละเมิดสิทธิมนุษยชน โครงการแจกเช็ค 2000 บาทของมาร์ค คุณจะด่าว่าไอ้มาร์คบ้องตื้นคิดอะไรโง่ ก็ทำได้นะครับ หรือเอาชัดๆเลย โครงการเช่ารถเมล์ NGV ของเนวิน นี่ต้องรอให้ทำก่อนหรือเปล่าครับ ถึงวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้...

ตกลงการตรวจสอบกับการวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องเดียวกัน ?

อ้างอิง:นี่มันคือการประเมินตรงไหน ??? โครงการมันจบสิ้นไปแล้วครับ... จบไปพร้อมๆกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในแถบนั้นด้วย...

ที่มาทำทีหลังนั่นน่ะ เป็นการ " เยียวยา " ล้วนๆครับ...

นี่ก็แปลก โครงการมันจบสิ้นที่ไหนกันครับ ไม่ใช่จัดประชุมวิชาการนะครับ

ปกติแล้วการประเมิน อาจทำระหว่างหรือหลังการดำเนินการก็ได้ขึ้นกับวัตถุประสงค์

โครงการลักษณะนี้ย่อมมีผู้ได้ประโยชน์และผู้เสียประโยชน์ การเยียวยาย่อมต้องเกิดขึ้นแน่นสำหรับผู้เสียประโยชน์

เรื่องปัญหาทั้งหลายที่กล่าวมานั้นหากจะทำง่ายๆคือให้เหมือนไม่มีประตูน้ำก็คือเปิดมันตลอดไม่ต้องปิดประตู ง่ายๆแค่นี้ทำไมไม่ทำ ก็เพราะคนส่วนต้นน้ำที่ได้ประโยชน์เขาก็คงไม่ยอม

หากไปดูรายละเอียดของปัญหาแล้วมีทั้งส่วนที่เกิดจากโครงการและส่วนที่เกิดจากการดำเนินการซึ่งส่วนหลังนี่แหละที่มีปัญหามาก โดยเฉพาะการดำเนินการให้ราษฎรที่จะได้รับผลกระทบให้สามารถเปลี่ยนอาชีพและทำกินได้

โครงการนี้จุดประสงค์คือแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณนั้นอย่างเกินขอบเขตซึ่งส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อพื้นที่บริเวณนั้นไปแล้ว ผลกระทบของโครงการย่อมมีแน่ๆและในข้อกำหนดการดำเนินการก็ได้ระบุไว้แล้วเพียงแต่การดำเนินการภาครัฐนั้นมีปัญหาเชิงปฏิบัติทำให้เกิดปัญหาขึ้น ท่านควรศึกษาให้ดีก่อนที่จะมากล่าวในลักษณะเช่นนี้

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 10:28 PM
โพสต์ทั้งหมด: #75
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 09:37 PM)RedVW เขียน:  
อ้างอิง:ซึ่งอันนี้ต่างกับโครงการที่เป็นนโยบายของรัฐบาลนะครับ อย่างโครงการปราบปรามยาเสพย์ติดของทักษิณ คุณจะด่ามันว่าเป็นแนวคิดเผด็จการ ละเมิดสิทธิมนุษยชน โครงการแจกเช็ค 2000 บาทของมาร์ค คุณจะด่าว่าไอ้มาร์คบ้องตื้นคิดอะไรโง่ ก็ทำได้นะครับ หรือเอาชัดๆเลย โครงการเช่ารถเมล์ NGV ของเนวิน นี่ต้องรอให้ทำก่อนหรือเปล่าครับ ถึงวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้...

ตกลงการตรวจสอบกับการวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องเดียวกัน ?

พูดอะไรตลกๆครับ...

การตรวจสอบที่ปราศจากการวิพากษ์วิจารณ์มันจะเป็นไปได้อย่างไรครับ ?

แบบนี้วันหลังเวลาเจอเรื่องเกี่ยวกับการเมืองคุณก็หาข้อมูลไป ไม่ต้องด่านักการเมือง ไม่ต้องโพสต์เว็บบอร์ดนะครับ รอเลือกตั้งอย่างเดียวก็พอ แบบนี้คงพอแล้วสำหรับการตรวจสอบแบบคุณ


ต่อมา...

(12-07-2011 09:37 PM)RedVW เขียน:  
อ้างอิง:นี่มันคือการประเมินตรงไหน ??? โครงการมันจบสิ้นไปแล้วครับ... จบไปพร้อมๆกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในแถบนั้นด้วย...

ที่มาทำทีหลังนั่นน่ะ เป็นการ " เยียวยา " ล้วนๆครับ...

นี่ก็แปลก โครงการมันจบสิ้นที่ไหนกันครับ ไม่ใช่จัดประชุมวิชาการนะครับ

ปกติแล้วการประเมิน อาจทำระหว่างหรือหลังการดำเนินการก็ได้ขึ้นกับวัตถุประสงค์

โครงการลักษณะนี้ย่อมมีผู้ได้ประโยชน์และผู้เสียประโยชน์ การเยียวยาย่อมต้องเกิดขึ้นแน่นสำหรับผู้เสียประโยชน์

เรื่องปัญหาทั้งหลายที่กล่าวมานั้นหากจะทำง่ายๆคือให้เหมือนไม่มีประตูน้ำก็คือเปิดมันตลอดไม่ต้องปิดประตู ง่ายๆแค่นี้ทำไมไม่ทำ ก็เพราะคนส่วนต้นน้ำที่ได้ประโยชน์เขาก็คงไม่ยอม

หากไปดูรายละเอียดของปัญหาแล้วมีทั้งส่วนที่เกิดจากโครงการและส่วนที่เกิดจากการดำเนินการซึ่งส่วนหลังนี่แหละที่มีปัญหามาก โดยเฉพาะการดำเนินการให้ราษฎรที่จะได้รับผลกระทบให้สามารถเปลี่ยนอาชีพและทำกินได้

โครงการนี้จุดประสงค์คือแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณนั้นอย่างเกินขอบเขตซึ่งส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อพื้นที่บริเวณนั้นไปแล้ว ผลกระทบของโครงการย่อมมีแน่ๆและในข้อกำหนดการดำเนินการก็ได้ระบุไว้แล้วเพียงแต่การดำเนินการภาครัฐนั้นมีปัญหาเชิงปฏิบัติทำให้เกิดปัญหาขึ้น ท่านควรศึกษาให้ดีก่อนที่จะมากล่าวในลักษณะเช่นนี้

งั้นวันหลังหาวิธี " เยียวยา " ให้กุ้งหอยปูปลาที่มันสูญพันธุ์ไปหมดให้หน่อยละกันครับ...

โครงการที่มีการศึกษา ประเมิน ไปพร้อมกับการดำเนินโครงการด้วย มันก็ต้องเป็นโครงการที่ยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนได้หากเกิดปัญหาสิครับ

แต่นี่เป็นโครงการใหญ่ สร้างประตูน้ำมาโครมเลย... มีปัญหาจะทำยังไง... อาจบอกว่าก็เปิดประตูตลอด แล้วแบบนั้นจะสร้างประตูน้ำไปทำไม ??? เงินสร้างประตูน้ำเอาคืนมาได้หรือเปล่า ??? แล้วที่สำคัญกว่านั้นชีวิตของกุ้งหอยปูปลา สัตว์ พืช หลากสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปหมด เอาคืนมาได้หรือเปล่า ???

ยิ่งกว่านั้น คุณได้อ่านที่ลุงสุรชัย แซ่ด่าน ( ที่มาในฐานะตัวแทนคณะทำงาน ) พูดหรือเปล่าครับ...

อ้างอิง:นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) หนึ่งในคณะทำงานหาแนวทางแก้ไขปัญหาภาคประชาชน เสนอว่า “อย่างให้เข้าใจใหม่เราคือคณะทำงานแก้ปัญหา ไม่ใช่คณะกรรมการศึกษา เพราะปัญหาลุ่มน้ำปากพนังนั้นศึกษามามากแล้ว คณะทำงานจึงอยากขออำนาจจัดการปัญหาให้แก่คณะทำงานจากประธาน (รองผู้ว่าราชการจังหวัด) แต่วันนี้ชัดแล้วว่าประธานไม่มีอำนาจจึงไม่สามารถจะให้ได้ และเสนอให้ยกเลิกทฤษฎีแยกน้ำ (น้ำจืด-น้ำเค็มออกจากัน) โดยการใช้ประตูกั้นมาควบคุมการใช้น้ำ

...

ดังนั้น วันนี้มาสรุปให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า ทฤษฎีแยกน้ำมันผิดพลาด ทำให้วิธีการจัดการประตูระบายน้ำที่ผ่านมามีปัญหา เราจึงต้องเปิดเพื่อคืนความสมบูรณ์สู่ธรรมชาติ ตรงนี้เวทีประชุมต้องมายอมรับหลักการตรงนี้ก่อน คือ ให้ยอมรับร่วมกันก่อนว่า ที่ผ่านๆ มามันมีปัญหา จากนั้นค่อยมาคุยกัน มาหาวิธีแก้ไขปัญหากัน”

แล้วมาดูจุดเริ่มต้นจริงๆของโครงการครับ...

อ้างอิง:http://web.ku.ac.th/king72/2526/panang.htm

งานด้านชลประทาน ซึ่งเป็นพื้นฐานของการแก้ปัญหา ทั้งนี้ ควรมีการพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างประตูระบายน้ำในแม่น้ำปากพนัง ณ จุดห่างจากอำเภอปากพนังไปทางทิศใต้ประมาณ ๓-๕ กิโลเมตร อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันน้ำเค็มบุกรุกและเก็บกักน้ำดิบสำหรับใช้ผลิตประปาของอำเภอปากพนัง พร้อมทั้งก่อสร้างระบบระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมลงทะเบให้เร็วที่สุด

จริงๆแล้วโมเดลเริ่มต้นคือแยกน้ำจืด-น้ำเค็มออกจากกัน โดยคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากน้ำจืดได้ ส่วนน้ำเค็มก็ปล่อยไปไม่เป็นไร...

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ จริงๆแล้วระบบนิเวศน์มันมีส่วนของน้ำกร่อยอยู่ ซึ่งตรงนี้สำคัญมากๆ กลายเป็นว่าส่วนที่เป็นน้ำกร่อยตายหมด ส่งผลเสียต่อพืชและสัตว์อย่างมหาศาล ( ไม่เพียงแค่ชาวบ้าน )

ตกลงโครงการปากพนังผิดพลาดอย่างไร... ผมคงไม่สามารถวิจารณ์มากไปกว่านี้ได้...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 10:33 PM
โพสต์ทั้งหมด: #76
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
โครงการเขื่อนปากพนัง

""""""""""""ประชาชนที่นั่นย่อมรู้ดี""""""""""

ไม่ว่าอดีต ปจุบัน

ไม่ว่าใครจะประเมินหรือไม่อย่างไร

ปากท้องและเงินในกระเป๋ามันบอกเจ้าตัวเองได้ ไม่ต้องรอให้นักวิชาการหรือใครมาบอก


"""""""""""ตอบอย่างระมัดระวังสูงสุด""
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 10:40 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-08-2011 12:07 AM โดย sompon.)
โพสต์ทั้งหมด: #77
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ส่วนโครงการ ต่างๆนั้น ผมสงสัยว่า

เมื่อ ราชเลขาจะเริ่มโครงการใด โดยส่งหนังสือไปที หน่วยงานประสานงานของรัฐบาลนั้น แม้ไม่เป็นคำสั่งทางนิตินัย

จะเคยมี.โครงการไหนถูกปฏิเสธหรือไม่???????

ผมจึงเรียกว่า..สั่ง...

แต่ที่แน่ๆ โครงการ พรด. บางโครงการไม่ได้เริ่มโดยรัฐบาล(เริ่มโดยราชเลขา)


"""""""""""""ส่วนการแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพนั้น ผมไม่เห็นด้วย ผมคิดว่า มันก่อปัญหาเป็นงูกินหางไม่สิ้นสุด ที่ควร ผมคิดว่า ควรเร่งกระจายความเจริญไปต่างจังหวัด ปัญหาจราจรก็จะลดไปเอง

ลองย้าย สภา ศูนย์ราชการ และหน่วยงานรัฐ ไปต่างจัดหวัดซิ ปัญหาจราจรจะหายโดยไม่ต้องทำอะไร

และยังแก้ไขปัญหาอื่นๆ เช่นขยะ น้ำเสียอีกด้วย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 10:43 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-07-2011 10:45 PM โดย sompon.)
โพสต์ทั้งหมด: #78
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
อย่าลืมว่า กิจกรรมของสถาบันมีหลายประเภท เช่น มูลนิธ้ โครงการหลวงที่เป็นงบประมาณรัฐบาล

สำนักงานทรัพย์สิน บริจาคการกุศล โครงการส่วนตัว ฉนั้น รายละเอียดจึงแตกต่างกันไป

""เชิญบริจาคเข้ามูลนิธิชัยพัฒนาครับ"""

http://www.chaipat.or.th/chaipat/index.p...tributions
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 11:21 PM
โพสต์ทั้งหมด: #79
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 10:43 PM)sompon เขียน:  อย่าลืมว่า กิจกรรมของสถาบันมีหลายประเภท เช่น มูลนิธ้ โครงการหลวงที่เป็นงบประมาณรัฐบาล

สำนักงานทรัพย์สิน บริจาคการกุศล โครงการส่วนตัว ฉนั้น รายละเอียดจึงแตกต่างกันไป

""เชิญบริจาคเข้ามูลนิธิชัยพัฒนาครับ"""

http://www.chaipat.or.th/chaipat/index.p...tributions

ขอเรียนเชิญท่านตอบ คห. 53 หน่อยนะครับ ด้วยความเคารพ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-07-2011, 11:51 PM
โพสต์ทั้งหมด: #80
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 11:21 PM)joecth2003 เขียน:  
(12-07-2011 10:43 PM)sompon เขียน:  http://www.chaipat.or.th/chaipat/index.p...tributions

ขอเรียนเชิญท่านตอบ คห. 53 หน่อยนะครับ ด้วยความเคารพ



ผมก็ตอบที่ ๗๗ แล้วไง เข้าใจยากจริง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-08-2011, 11:59 AM
โพสต์ทั้งหมด: #81
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-07-2011 11:51 PM)sompon เขียน:  
(12-07-2011 11:21 PM)joecth2003 เขียน:  
(12-07-2011 10:43 PM)sompon เขียน:  http://www.chaipat.or.th/chaipat/index.p...tributions

ขอเรียนเชิญท่านตอบ คห. 53 หน่อยนะครับ ด้วยความเคารพ

ผมก็ตอบที่ ๗๗ แล้วไง เข้าใจยากจริง

ไม่รู้ใครเข้าใจยากนะ เนื้อหามันก็ชัดเจน ท่านยังมีความพยายามจะตัด

เล็กตัดน้อยในความเห็น โยงไปให้เห็นว่า สั่งการ ให้จงได้อยู่นั่นแหละ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-08-2011, 02:55 PM
โพสต์ทั้งหมด: #82
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
joecth2003

เอางี้น่ะ

๑ ชาวบ้านส่งจดหมายถึงราชเลขา

๒ ราชเลขาส่งหนังสือถึง คณะกรรมการประสานงาน(หน่วยงานรัฐ)

๓ คณะกรรมการประสานงาน ส่งหนังสือให้กรมชลประทานจัดการ


"""""""""""""""""ราชเลขามีหน้าที่อะไร...มันไม่แปลกเลยหรือ จะเรียกว่า สั่ง คำสั่ง หรือ ประสานงานก้ได้

"""""""""""""


ราชเลขามีหน้าที่ รับหนังสือชาวบ้านแล้ว ส่งหนังสือไปที่คณะกรรมการประสานงาน ให้มีการสร้างโน่นสร้างนี่หรือ ทำไมต้องเป็น ราชเลขา ถ้าชาวบ้านส่งหนังสือไปหารัฐบาลโดยตรง จะมีผลต่างกับส่งไปให้ราชเลขาหรือไม่???

ประเทศไทยควรมี คณะกรรมการถาวรแบบนี้ มันสะท้อนประสิทธิภาพงานรัฐหรือไม่????

สั่ง ๑ ก. บอกไว้เพื่อให้ทําหรือให้ปฏิบัติเป็นต้น เช่น ครูสั่งให้นักเรียนทำ การบ้าน แม่สั่งให้ถูบ้าน; บอกไว้อาลัยในการที่จะจากไป เช่น ฝนสั่งฟ้า ทศกัณฐ์สั่งเมือง อิเหนาสั่งถ้ำ สิ้นเสียงก็สิ้นสั่ง ตายไม่ทันสั่ง.
สั่งลา ก. บอกไว้อาลัยในการที่จะจากไป เช่น เขาสั่งลาลูกเมียก่อน เดินทางไปต่างประเทศ เขาตายโดยไม่ได้สั่งลา.



"""""""""""""""""บอกไว้เพื่อให้ทําหรือให้ปฏิบัติเป็นต้น """""""""""""""""""""""""""
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-08-2011, 04:52 PM
โพสต์ทั้งหมด: #83
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ตรวจสอบ = to examine

วิพากษ์วิจารณ์ = to criticize; to review; to judge; to comment on

มันคนละเรื่องเดียวกัน ไม่รู้คิดได้ไงว่าเป็นสิ่งเดียวกัน

ดังนั้นโครงการในพระราชดำริ ที่ได้แสดงให้เห็นว่าตรวจสอบได้ตามกระบวนการปกตินั้นจาก คห. ก่อนหน้า ก็เป็นสิ่งที่ไม่ต้องมีข้อสงสัยว่าตรวจสอบไม่ได้

ส่วนเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์นั้นก็คงทำได้เช่นกันดังตัวอย่างโครงการปากพนังซึ่งถ้าไม่ไปล่วงละเมิดใครก็อยู่ในวิสัยที่ทำได้ตามที่เห็น

การวิพากษ์วิจารณ์นั้นมันต้องมองทุกแง่มุมให้มุมมองกว้างพอที่จะไม่เป็นการแสดงอคติ เช่นนำเสนอทั้งข้อดีและข้อเสีย

ขอสรุปแต่เพียงเท่านี้เนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องกับหัวข้อกระทู้โดยตรง Big Grin

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-08-2011, 05:47 PM
โพสต์ทั้งหมด: #84
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-08-2011 04:52 PM)RedVW เขียน:  ตรวจสอบ = to examine

วิพากษ์วิจารณ์ = to criticize; to review; to judge; to comment on

มันคนละเรื่องเดียวกัน ไม่รู้คิดได้ไงว่าเป็นสิ่งเดียวกัน

ดังนั้นโครงการในพระราชดำริ ที่ได้แสดงให้เห็นว่าตรวจสอบได้ตามกระบวนการปกตินั้นจาก คห. ก่อนหน้า ก็เป็นสิ่งที่ไม่ต้องมีข้อสงสัยว่าตรวจสอบไม่ได้

ส่วนเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์นั้นก็คงทำได้เช่นกันดังตัวอย่างโครงการปากพนังซึ่งถ้าไม่ไปล่วงละเมิดใครก็อยู่ในวิสัยที่ทำได้ตามที่เห็น

การวิพากษ์วิจารณ์นั้นมันต้องมองทุกแง่มุมให้มุมมองกว้างพอที่จะไม่เป็นการแสดงอคติ เช่นนำเสนอทั้งข้อดีและข้อเสีย

ขอสรุปแต่เพียงเท่านี้เนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องกับหัวข้อกระทู้โดยตรง Big Grin

การวิพากษ์วิจารณ์เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบครับ จริงๆคือเป็นขั้น " พื้นฐาน " เลยแหละ...

ก่อนที่คุณจะไปตรวจสอบใครหรือสิ่งใด หากมีข้อห้ามว่า ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ออกสื่อสาธารณะ แล้วคุณจะเสนอแนวคิดของคุณที่มีต่อสิ่งที่จะตรวจสอบนั้นให้ออกสื่อสังคมได้อย่างไรครับ...

อย่างการวิจารณ์คำตัดสินของศาล ตามหลักสากลก็ถือเป็น หนึ่งในกระบวนการตรวจสอบองค์กรตุลาการด้วยซ้ำ ( แต่เมืองไทยมันแย่ที่มีกฎหมายหมิ่นศาล )


ต่อมา...

อ้างอิง:ดังนั้นโครงการในพระราชดำริ ที่ได้แสดงให้เห็นว่าตรวจสอบได้ตามกระบวนการปกตินั้นจาก คห. ก่อนหน้า ก็เป็นสิ่งที่ไม่ต้องมีข้อสงสัยว่าตรวจสอบไม่ได้

ส่วนเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์นั้นก็คงทำได้เช่นกันดังตัวอย่างโครงการปากพนังซึ่งถ้าไม่ไปล่วงละเมิดใครก็อยู่ในวิสัยที่ทำได้ตามที่เห็น

จากความเห็นนี้ของคุณ คุณก็ยอมรับเองแล้วใช่ไหมว่า " โครงการนี้ตรวจสอบไม่ได้ตามมาตรฐานปกติ "

การวิจารณ์โครงการอื่นๆของนักการเมือง มีด้วยเหรอครับที่จะต้องมาระมัดระวังว่าเดี๋ยวจะไปล่วงละเมิดใคร แล้วจะต้องติดคุก 15 ปี

กฎหมายหมิ่นประมาทก็มีระบุอยู่แล้วนะครับว่า " หากเป็นการวิจารณ์โดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ เรื่องนั้นไม่ถือเป็นความผิด " ต่อให้เรื่องที่เราวิจารณ์จะถูกหรือผิดหรือไม่ก็ตาม...

ดังนั้นถ้าการตรวจสอบนั้นไม่สามารถทำได้ตามมาตรฐานปกติของโครงการอื่นๆทั่วๆไป การตรวจสอบนั้นก็เป็นเพียงสิ่งปลอมๆไม่มีค่าอันใดครับ ไม่ต่างอะไรกับการไม่ตรวจสอบนั่นแหละ...


รู้สึกผมถามคุณไปแล้วนะว่า

อ้างอิง:สมมติว่าให้รัฐบาลมีโครงการนะ ที่ห้ามคุณตรวจสอบตามมาตรฐานทั่วๆไป ห้ามวิจารณ์ถึงต้นกำเนิดของแนวคิดโครงการ และการตรวจสอบเองก็ต้องทำอย่างระมัดระวังด้วย เพราะมีกฎหมายอาญาควบคุมไม่ให้คุณละเมิด ซึ่งถ้าคุณละเมิดอะไรไป ก็มีสิทธิ์โดนจับติดคุก 15 ปี

ถามว่าถ้าโครงการตามนโยบายของรัฐมีสภาพเป็นแบบนี้นะ คุณรับได้หรือเปล่า ???

ตอบผมมาซิครับว่ารับได้หรือเปล่า ???
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-08-2011, 06:13 PM
โพสต์ทั้งหมด: #85
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
อ่านอย่างเดียวมานาน ตามประสา กูไม่รู้
ขอออกความเห็นและเรียนถามท่านผู้รู้ทั้งสองฝ่าย
จากสาระที่ทุกท่านได้ถกกันมาวิเคราะห์ได้ดังนี้

1.สถานการณ์หลักเป็นการช่วงชิงการนำประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ระหว่าง สถาบัน กับ พลเมืองธรรมดา (ใช่หรือไม่?)

2.สถาบัน มีจุดแข็ง ที่เป็นศุนย์รวมใจของประชาชน เป็นศุนย์รวมความดี ความงาม เป็นทุกสิ่งที่ดีงามที่สุดของประเทศนี้

3.ขณะที่ในระบอบ ประชาธิปไตย เน้นความเท่าเทียม เสมอภาค ผู้ปกครองขึ้นสู่อำนาจโดยประชามติผ่านการเลือกตั้ง มีการถ่วงดุลอำนาจ และการตรวจสอบในรัฐสภาโดยฝ่ายค้าน นอกรัฐสภาโดยองค์กรอิสระ สื่อสารมวลชน และปชช.ทั่วไป

ถ้าเช่นนั้น จากข้อ 2. และ 3. หากสถาบันจะตั้งพรรคการเมือง อย่างเปิดเผย ซึ่งจะระดมคนดี คนเก่ง คนทั้งดีทั้งเก่ง มาทำงานให้กับประเทศชาติได้อย่างมาก และน่าจะได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายซะยิ่งกว่าไทยรักไทย+พลังประชาชน+เพื่อไทย ต่อไป ไม่ต้องมีโครงการหลวงโดยสถาบัน โครงการรัฐโดยรัฐบาลอีกต่อไป มีแต่โครงการที่ดีที่สุดที่จะทำเพื่อประชาชน แล้วทุกอย่างก็ถูกตรวจสอบและรับผิดชอบต่อประชาชน ผ่านรัฐสภา (ว่าแต่ใครจะเป็นฝ่ายค้านเนี่ย)และองค์กรตรวจสอบอื่นๆ

อย่างนี้
จะยุติข้อถกเถียงนี้ได้หรือไม่?
จะยุติความร้าวฉานของทุกคนบนผืนดินแห่งนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้หรือไม่?


หน้าที่ย่อมถือดวง- ประทีปแจ้งแก่มวลชน
เบิกทางแห่งเหตุผล เพื่อหักล้างความงมงาย
หากลมพัดอึงอื้อ จงหยัดถือ แม้นวับหาย
เปลวเพลิงเพียงประกาย ก็จักกลับมาโหมแดง
********************************
อำนาจสูงสุด เป็นของราษฎรทั้งหลาย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-08-2011, 06:36 PM
โพสต์ทั้งหมด: #86
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-08-2011 06:13 PM)เปลวไฟในพายุ เขียน:  อ่านอย่างเดียวมานาน ตามประสา กูไม่รู้
ขอออกความเห็นและเรียนถามท่านผู้รู้ทั้งสองฝ่าย
จากสาระที่ทุกท่านได้ถกกันมาวิเคราะห์ได้ดังนี้

1.สถานการณ์หลักเป็นการช่วงชิงการนำประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ระหว่าง สถาบัน กับ พลเมืองธรรมดา (ใช่หรือไม่?)

2.สถาบัน มีจุดแข็ง ที่เป็นศุนย์รวมใจของประชาชน เป็นศุนย์รวมความดี ความงาม เป็นทุกสิ่งที่ดีงามที่สุดของประเทศนี้

3.ขณะที่ในระบอบ ประชาธิปไตย เน้นความเท่าเทียม เสมอภาค ผู้ปกครองขึ้นสู่อำนาจโดยประชามติผ่านการเลือกตั้ง มีการถ่วงดุลอำนาจ และการตรวจสอบในรัฐสภาโดยฝ่ายค้าน นอกรัฐสภาโดยองค์กรอิสระ สื่อสารมวลชน และปชช.ทั่วไป

ถ้าเช่นนั้น จากข้อ 2. และ 3. หากสถาบันจะตั้งพรรคการเมือง อย่างเปิดเผย ซึ่งจะระดมคนดี คนเก่ง คนทั้งดีทั้งเก่ง มาทำงานให้กับประเทศชาติได้อย่างมาก และน่าจะได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายซะยิ่งกว่าไทยรักไทย+พลังประชาชน+เพื่อไทย ต่อไป ไม่ต้องมีโครงการหลวงโดยสถาบัน โครงการรัฐโดยรัฐบาลอีกต่อไป มีแต่โครงการที่ดีที่สุดที่จะทำเพื่อประชาชน แล้วทุกอย่างก็ถูกตรวจสอบและรับผิดชอบต่อประชาชน ผ่านรัฐสภา (ว่าแต่ใครจะเป็นฝ่ายค้านเนี่ย)และองค์กรตรวจสอบอื่นๆ

อย่างนี้
จะยุติข้อถกเถียงนี้ได้หรือไม่?
จะยุติความร้าวฉานของทุกคนบนผืนดินแห่งนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้หรือไม่?

1. ไม่ใช่ครับ !!!
2. ใช่ครับ

3. ยุติได้ครับ !!!!


ปล. ถามท่านกลับ !!! แล้ว ถ้าผมไม่ได้เลือก "พรรคที่ท่านว่า" ผมจะมีความผิดไหมครับ ???? แล้วผมสามารถ"วิจารณ์นโยบายหาเสียง" หรือ "ผมชี้ข้อบกพร่องระหว่างทำตามนโยบายได้ไหมครับ"



ด้วยความเคารพ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-08-2011, 07:04 PM
โพสต์ทั้งหมด: #87
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-08-2011 06:13 PM)เปลวไฟในพายุ เขียน:  ถ้าเช่นนั้น จากข้อ 2. และ 3. หากสถาบันจะตั้งพรรคการเมือง อย่างเปิดเผย ซึ่งจะระดมคนดี คนเก่ง คนทั้งดีทั้งเก่ง มาทำงานให้กับประเทศชาติได้อย่างมาก และน่าจะได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายซะยิ่งกว่าไทยรักไทย+พลังประชาชน+เพื่อไทย ต่อไป ไม่ต้องมีโครงการหลวงโดยสถาบัน โครงการรัฐโดยรัฐบาลอีกต่อไป มีแต่โครงการที่ดีที่สุดที่จะทำเพื่อประชาชน แล้วทุกอย่างก็ถูกตรวจสอบและรับผิดชอบต่อประชาชน ผ่านรัฐสภา (ว่าแต่ใครจะเป็นฝ่ายค้านเนี่ย)และองค์กรตรวจสอบอื่นๆ

อย่างนี้
จะยุติข้อถกเถียงนี้ได้หรือไม่?
จะยุติความร้าวฉานของทุกคนบนผืนดินแห่งนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้หรือไม่?

ปัญหาของประเด็นนี้คืออะไรครับ ???

ภาพความดีงาม เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของทุกอย่างเสมอ ของสถาบัน มันอยู่ภายใต้กฎหมายบังคับคือ ม.112 และรัฐธรรมนูญ ม.8 อีกทั้งยังมีการประชาสัมพันธ์ด้านเดียวทุกๆวัน แทบจะทุกชั่วโมง ใช่หรือไม่ ?

ตามสมมติฐานของคุณ ผมก็เชื่อว่าการชนะเลือกตั้งแบบทลายถล่มอะไรนั่นมีโอกาสเป็นจริงสูงครับ... แต่ถามว่านักการเมืองทั่วไปมีสิทธิพิเศษอะไรแบบนั้นได้หรือเปล่า... คุณสามารถวิพากษ์วิจารณ์ตลอดจนโจมตีนักการเมืองทุกๆคนได้ตามปกติ แต่ขืนไปทำอย่างเดียวกับสถาบัน ก็จะโดนขังยาวลืมแน่นอน...

แล้วแบบนี้การจะเอามาเทียบกัน มันถือว่าเป็นการ " แฟร์ " หรือเปล่า...


ปัญหาของขบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช่ว่าต้องการสิ่งที่ดีที่สุดอะไรเลยครับ

เพราะเรื่องแบบนั้นมันเป็นอุดมคติ เป็นจริงได้ยาก แล้วคำว่าดีสำหรับแต่ละคนมันก็ให้นิยามไม่เหมือนกัน

เพียงแต่ว่าเราต้องการอะไรที่มันถูกต้องตามหลักการ เรื่องต่างๆต้องสามารถวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบ แล้วอำนาจก็ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ เรื่องไหนที่ไม่มีใครรับผิดชอบได้ ก็ต้องให้เรื่องนั้นไม่สามารถใช้อำนาจได้ ฯลฯ

ในความเห็นผม ผมว่าพวกคนในขบวนการประชาธิปไตยมันสามารถ " แยกแยะ " ได้น่ะ...

สถาบันก็ส่วนสถาบัน การเมืองก็ส่วนการเมือง แยกกันได้ ประเทศประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุข แล้วเขามีความเป็นประชาธิปไตยมากๆเลยก็มีหลายแห่งด้วยซ้ำ โดยเฉพาะพวกสแกนดิเนเวีย

แต่ปัญหาในไทยก็คือ ตัวระบบของเรามันทำให้เส้นแบ่งตรงนี้มัน " พร่าเลือน " น่ะ พระราชอำนาจควรมีถึงตรงไหน ? โครงการหลวงต้องเป็นยังไง ? สถานะและอำนาจของสถาบัน กับ ระบอบประชาธิปไตย หลายๆอย่างมันทับซ้อนกันน่ะ...

แล้วมันยิ่งแย่ไปกว่านั้นเมื่อ มีกลุ่มพวกที่เรียกว่า " Ultra-royalist " ใช้ข้ออ้างแบบเนี้ย " สถาบันดีเลิศ ประชาธิปไตยห่วยแตก นักการเมืองเลว " ทั้งๆที่เรื่องพวกนี้มันเปรียบกันโดยคนละบรรทัดฐาน แต่ก็ยังจะเอามันมาเทียบกันให้ได้เพื่อทำลายคุณค่าของประชาธิปไตย

ถามว่าคนที่รักประชาธิปไตย ที่เห็นในคุณค่าว่ามนุษย์เท่าเทียมกันเขาจะยอมได้เหรอ...

ปัญหามันก็เลยเกิดขึ้นแบบเนี้ย... มันเป็นปัญหาของอุดมการณ์น่ะ...

ซึ่งจริงๆในระบอบประชาธิปไตยมีที่สำหรับให้กลุ่มคนนิยมเจ้าอยู่แล้วล่ะ เพียงแต่จุดที่พวกอุดมการณ์กษัตริย์นิยมยืนอยู่ มันเป็นจุดที่เป็น " สมบูรณาญาสิทธิราชย์ " น่ะ การจะเห็นพ้องต้องกัน ว่าจะยอมหรือถอย ระหว่างสองแนวคิด มันก็เลยเป็นไปไม่ได้...

การจะยุติเรื่องนี้ มันก็ต้องมาคุยกันด้วยเหตุผลน่ะ ฝ่ายที่นิยมกษัตริย์ก็ต้องถอยออกจากจุดสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นจุดที่เป็นแนวคิดเกี่ยวกับสถานะของกษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เอะอะก็เอากฎหมาย เอาจารีตประเพณี มาขู่ คนมันเจอห้ามมากๆ มันก็ไม่คุยแล้ว รอวันระเบิดอย่างเดียว...

ทางออกของปัญหาต่างๆ ในโลกยุคสมัยใหม่ มันไม่ใช่ว่าต้องทำอะไรที่ทำให้คนมันเห็นพ้องต้องกันไปหมดน่ะ จะเห็นต่างกันก็ได้ แต่ก็คุยกันด้วยเหตุผลตามหลักประชาธิปไตย อะไรดี-ไม่ดีก็มาคุยกัน แค่นี้มันก็อยู่กันได้ละ ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องเห็นดีเห็นงามไปหมดเลย แบบนี้มันคงเป็นไปได้ยากในโลกโลกาภิวัฒน์แห่งนี้ครับ...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-08-2011, 07:20 PM
โพสต์ทั้งหมด: #88
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
1.สถานการณ์หลักเป็นการช่วงชิงการนำประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ระหว่าง สถาบัน กับ พลเมืองธรรมดา (ใช่หรือไม่?)



"""""ผมคิดว่า มันระหว่าง ประชาธิปไตย กับ ไม่ประชาธิปไตยมากกว่าน่ะใครอยู่ฝ่ายไหนคงเห็นกันอยู่แล้ว....""


2.สถาบัน มีจุดแข็ง ที่เป็นศุนย์รวมใจของประชาชน เป็นศุนย์รวมความดี ความงาม เป็นทุกสิ่งที่ดีงามที่สุดของประเทศนี้

""""""""""อันนี้ ไม่ขอตอบครับ"""""""""""""

3.ขณะที่ในระบอบ ประชาธิปไตย เน้นความเท่าเทียม เสมอภาค ผู้ปกครองขึ้นสู่อำนาจโดยประชามติผ่านการเลือกตั้ง มีการถ่วงดุลอำนาจ และการตรวจสอบในรัฐสภาโดยฝ่ายค้าน นอกรัฐสภาโดยองค์กรอิสระ สื่อสารมวลชน และปชช.ทั่วไป

ถ้าเช่นนั้น จากข้อ 2. และ 3. หากสถาบันจะตั้งพรรคการเมือง อย่างเปิดเผย ซึ่งจะระดมคนดี คนเก่ง คนทั้งดีทั้งเก่ง มาทำงานให้กับประเทศชาติได้อย่างมาก และน่าจะได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายซะยิ่งกว่าไทยรักไทย+พลังประชาชน+เพื่อไทย ต่อไป ไม่ต้องมีโครงการหลวงโดยสถาบัน โครงการรัฐโดยรัฐบาลอีกต่อไป มีแต่โครงการที่ดีที่สุดที่จะทำเพื่อประชาชน แล้วทุกอย่างก็ถูกตรวจสอบและรับผิดชอบต่อประชาชน ผ่านรัฐสภา (ว่าแต่ใครจะเป็นฝ่ายค้านเนี่ย)และองค์กรตรวจสอบอื่นๆ

อย่างนี้
จะยุติข้อถกเถียงนี้ได้หรือไม่?
จะยุติความร้าวฉานของทุกคนบนผืนดินแห่งนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้หรือไม่?


"""""""""อันนี้ยอมรับเต็มร้อยครับ...แต่ คนที่แวดล้อมสถาบัน เช่น

องค์มนตรีสุรยุทธ ตอนเป็นนายก ก็แย่ไม่ใช่หรือ?????มีดีกว่าสุรยุทไหม???"""""""""""
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-08-2011, 07:50 PM
โพสต์ทั้งหมด: #89
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
โครงการ พรด. นั้น วิจารณ์ได้แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น วิจารณ์หนักๆ เต็มรูปแบบ เหมือนโครงการรัฐบาลอื่นๆ ไม่ได้
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-08-2011, 08:02 PM
โพสต์ทั้งหมด: #90
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
เดิมก็บอกกันว่า โครงการแบบนี้ตรวจสอบไม่ได้

พอชี้ให้เห็นว่าตรวจสอบได้ ก็ไปประเด็นว่าวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้

พอชี้ให้เห็นอีกว่าวิพากษ์ได้วิจารณ์ได้ ก็ต่อไปอีกว่าได้นิดๆหน่อยๆ

ขอจบดีกว่า ไม่มีประโยชน์ใดที่จะต้องไปตามหาข้อมูลมาอีกแล้วในประเด็นนี้

ส่วนประเด็นอื่นๆก็ตามสบายครับ Huh

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-08-2011, 08:04 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-09-2011 05:08 PM โดย เปลวไฟในพายุ.)
โพสต์ทั้งหมด: #91
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-08-2011 06:36 PM)คมคิด เขียน:  ปล. ถามท่านกลับ !!! แล้ว ถ้าผมไม่ได้เลือก "พรรคที่ท่านว่า" ผมจะมีความผิดไหมครับ ???? แล้วผมสามารถ"วิจารณ์นโยบายหาเสียง" หรือ "ผมชี้ข้อบกพร่องระหว่างทำตามนโยบายได้ไหมครับ"



ด้วยความเคารพ

ถ้าไม่ได้เลือก "พรรคที่ท่านว่า" ไม่มีความผิดครับ การลงคะแนนเลือกตั้งเป็นความลับที่ไม่น่าจะรู้ถึงตัวบุคคล แต่ถึงรู้ก็ไม่เป็นความผิดอยู่ดี ไม่น่าเข้าข่าย 112 หรือถ้าเอาผิดจนได้ คุกไม่น่าจะพอขังนะครับ

อืมม เรื่อง "วิจารณ์นโยบายหาเสียง" หรือ "ผมชี้ข้อบกพร่องระหว่างทำตามนโยบายได้ไหมครับ" ผมก็กังวลเหมือนท่านนะ 112ของเค้าแรงจริงๆ (ท่านนักปรัชญาชายขอบต้องถ่อไปถึง ร้อยเอ็ด ใครกล่าวหา แจ้งความก็ได้ แล้วค่อยพิสูจน์ถูกผิด) ขึ้นกับการตีความ ถ้าครอบจักรวาลอย่างทุกวันนี้ ก็อย่างที่เขียนเม้นต์ไว้แล้ว จะหาใครเป็นฝ่ายค้านละเนี่ย ถ้ามีแต่ ถูกทุกเรื่อง เยี่ยมทุกอย่าง อาจผิดพลาดได้สักวัน

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ ต้องพึ่งการตรวจสอบผลการดำเนินตามนโยบาย เอาที่ชัดๆ จับต้องได้ และ ความรับผิดชอบต่อประชาชนเมื่อไม่ได้ผลงาน ตามกติกาประชาธิปไตยเช่น ยุบสภา ลาออก ให้อีกพรรคขึ้นบริหาร
ปชช.อาจต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับระบบแบบนี้ จนกว่าจะสามารถวิพากษ์วิจารณ์ ได้อย่างเต็มที่ซึ่งผลงานเชิงประจักษ์จะเป็นตัวขับเคลื่อนทั้งด้านบวกและลบ ในทำนองเดียวกับ ที่ฝ่ายประชาธิปไตยเต็มรูปแบบก็คาดหวังให้ประชาชนเติบโตขึ้นเอง โดยวิถีการปกครองของปชช. โดยปชช. เอง สามารถกลั่นกรองนักการเมืองชั้นดีไว้ ไล่นักการเมืองน้ำเสียออก ซึ่งต้องใช้เวลา

George Bernard Shaw เคยว่าไว้ " ประชาธิปไตย ไม่ใช่การปกครองที่ดีที่สุด หากแต่ เป็นการปกครองที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนในประเทศนั้นๆ" ฟังดูงงๆ แต่ใช่เลย แนวคิดระบอบน่าจะถูก แต่คุณภาพของการเมืองและนักการเมือง ขึ้นกับคุณภาพของปชช.ผู้เลือกด้วย ซึ่งต้องใช้เวลา (ไม่ใช่การรัฐประหาร แล้วแต่งตั้ง"คนดี"ขึ้นปกครอง) ผมเองสนับสนุนตามแนวทางนี้อย่างเต็มตัว

เพียงแต่การต้องตอบโจทย์ของคนทั้งสองสีเสื้อ ด้วยไม่ต้องการให้ต้องเข่นฆ่ากัน ผมเสนอให้บุคคลที่สีเสื้อหนึ่งสนับสนุน เข้าสู่กติกาที่คนอีกสีเสื้อยอมรับ

แต่ความเพ้อฝันในลักษณะเช่นนี้ ไม่น่าจะเป็นได้ ด้วยเงื่อนไขบางอย่างกระมัง


หน้าที่ย่อมถือดวง- ประทีปแจ้งแก่มวลชน
เบิกทางแห่งเหตุผล เพื่อหักล้างความงมงาย
หากลมพัดอึงอื้อ จงหยัดถือ แม้นวับหาย
เปลวเพลิงเพียงประกาย ก็จักกลับมาโหมแดง
********************************
อำนาจสูงสุด เป็นของราษฎรทั้งหลาย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-08-2011, 08:18 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-08-2011 08:23 PM โดย savor.)
โพสต์ทั้งหมด: #92
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-08-2011 08:02 PM)RedVW เขียน:  เดิมก็บอกกันว่า โครงการแบบนี้ตรวจสอบไม่ได้

พอชี้ให้เห็นว่าตรวจสอบได้ ก็ไปประเด็นว่าวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้

พอชี้ให้เห็นอีกว่าวิพากษ์ได้วิจารณ์ได้ ก็ต่อไปอีกว่าได้นิดๆหน่อยๆ

ขอจบดีกว่า ไม่มีประโยชน์ใดที่จะต้องไปตามหาข้อมูลมาอีกแล้วในประเด็นนี้

ส่วนประเด็นอื่นๆก็ตามสบายครับ Huh

เป็นคุณแต่ฝ่ายเดียวนะครับที่บอกว่า " ตรวจสอบไม่ได้ "

จากความเห็นอันนี้...

(12-07-2011 03:55 PM)RedVW เขียน:  ๑. ผมเขียนแค่เท่าที่ท่านยกมา แค่นั้นจริงรึ ??? (มุกนี้ประจำ)

๒. เขากำลังทำอะไรอยู่กับโครงการปากพนัง กำลังประเมินใช่หรือไม่ แล้วแบบนี้จะมาอ้างว่าโครงการพวกนี้มันตรวจสอบไม่ได้ได้อย่างไร

ลองไปตามข้อมูลดูให้ทุกด้านไม่ใช่เลือกมาเฉพาะที่จะโจมตีก็จะพบว่าเป็นเรื่องของการบริหารจัดการที่ผิดพลาดไม่รอบคอบของหน่วยงาน

ความไม่ลงตัวของผลประโยชน์ของแต่ละชุมชนมีชุมชนที่ได้และชุมชนที่เสียประโยชน์ ทางออกทางแก้ไขเพื่อให้ผลประโยชน์ลงตัวมีหรือไม่

ตอบว่า มี แต่ติดขัดที่ระบบราชการ (ปัญหาปากพนัง)

ประเด็นสำคัญก็คือไหนว่าโครงการพวกนี้มันประเมินตรวจสอบไม่ได้ไง ทำแล้วมันจะขัด ม.8 และหรือ ม.112 สงสัยพวก NGO, TPBS ฯลฯ คงโดนฟ้องติดคุกหัวโตหมดแล้ว

ส่วนคนอื่นๆเขาบอกว่า โครงการหลวง โครงการพระราชดำริ นั้นไม่สามารถตรวจสอบได้ใน " มาตรฐานเดียว " กับโครงการอื่นๆที่ทำ ทั้งๆที่ใช้ภาษีของประชาชนเหมือนกัน...

ซึ่งการตรวจสอบแบบคนละมาตรฐานนี้ อย่างมากก็เป็นได้แค่การตรวจสอบแบบปลอมๆหลอกๆ ไม่สามารถเอามาเทียบกันได้ว่าอันไหนดีไม่ดี ตามมาตรฐานจริงๆ


อย่างความเห็นของผมอันแรก ผมก็บอกไว้แล้วว่า...

(12-06-2011 10:53 PM)savor เขียน:  1. ผมจำไม่ได้นะว่าเคยเถียงเรื่องนี้กับคุณว่าอย่างไร...

แต่ถ้าจะบอกว่า " หน้าที่ของกษัตริย์คือสร้างความนิยม "

อันนี้ผมก็เห็นว่าคงไม่ใช่ล่ะครับ เพราะหน้าที่การสร้างความนิยมแก่ประชาชนนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาลครับ...

2. ส่วนเรื่องโครงการพระราชดำริ โครงการหลวงต่างๆนั้น

จริงๆแล้วไม่ต้องอ้างว่ารัฐบาลเป็นคนทำเพื่อสร้างความชอบธรรมอะไรหรอกครับ...

เพราะเรื่องนี้หากยังมีสถานะอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันคือ ไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบ เอาผิด หรือโจมตี ได้ในมาตรฐานเดียวกับโครงการอื่นๆที่ทำโดยรัฐบาล

จะเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยทำ หรือรัฐบาลเผด็จการทำ จะรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ หรือเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์ รัฐบาลทหารอย่างสุรยุทธ์มาทำ มันก็ผิดอยู่ดีครับ...


แล้วเอาจริงๆก็คือ คุณคิดว่ารัฐบาลจะสามารถปฏิเสธ โต้แย้ง โครงการพระราชดำริ ( ที่ไม่ว่าจะถูกเสนอผ่านมาทางมูลนิธิชัยพัฒนา หรือจะเป็นสำนักราชเลขาฯ ) ได้อย่างเต็มที่หรือ ???

ผมคิดว่า " ไม่ " นะ... ( เรื่อง floodway ตามความเห็นคุณ sompon เลย )

ถ้าคุณจะคิดเองเออเองว่า โต้ประเด็นได้เก่งเสียเต็มประดา ภูมิใจ แบบนั้นก็ตามสบายครับ...

มาดูความจริงสิครับ... ที่คุณโต้มามีอันไหนที่โต้ได้แบบใสๆมั่งไหมครับ ? มีแต่ตะแบงไปเรื่อย " วิจารณ์ได้แต่ต้องระมัดระวัง " แบบนี้เรียกวิจารณ์เหรอครับ ???


ผมว่าเถียงกับคุณมันก็ไม่น่าสนใจแล้วเหมือนกัน เนื่องจากคุณไม่ตอบคำถามผมซักที

อ้างอิง:สมมติว่าให้รัฐบาลมีโครงการนะ ที่ห้ามคุณตรวจสอบตามมาตรฐานทั่วๆไป ห้ามวิจารณ์ถึงต้นกำเนิดของแนวคิดโครงการ และการตรวจสอบเองก็ต้องทำอย่างระมัดระวังด้วย เพราะมีกฎหมายอาญาควบคุมไม่ให้คุณละเมิด ซึ่งถ้าคุณละเมิดอะไรไป ก็มีสิทธิ์โดนจับติดคุก 15 ปี

ถามว่าถ้าโครงการตามนโยบายของรัฐมีสภาพเป็นแบบนี้นะ คุณรับได้หรือเปล่า ???

อ้างอิง:เอาแบบง่ายๆนะครับ...

ผมเอาข้อมูลการทำงานทุกอย่างของมาร์ค จากรายการทีวี " เชื่อมั่นประเทศไทยฯ " แล้วก็เว็บไซต์ ปชป. รวมกับเว็บส่วนตัว

แล้วก็มาสรุปว่า " มาร์คเป็นนักการเมืองที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย "

ถามว่า คุณจะเชื่อผมหรือเปล่าครับ ???

ไม่ตอบ แสดงว่าคุณยอมรับเรื่องพวกนี้ได้ใช่ไหมครับ... ถ้ารับได้ก็โอเคครับ ผมจะได้รู้ในมาตรฐานของคุณ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-08-2011, 08:34 PM
โพสต์ทั้งหมด: #93
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-08-2011 08:04 PM)เปลวไฟในพายุ เขียน:  
(12-08-2011 06:36 PM)คมคิด เขียน:  ปล. ถามท่านกลับ !!! แล้ว ถ้าผมไม่ได้เลือก "พรรคที่ท่านว่า" ผมจะมีความผิดไหมครับ ???? แล้วผมสามารถ"วิจารณ์นโยบายหาเสียง" หรือ "ผมชี้ข้อบกพร่องระหว่างทำตามนโยบายได้ไหมครับ"



ด้วยความเคารพ

ถ้าไม่ได้เลือก "พรรคที่ท่านว่า" ไม่มีความผิดครับ การลงคะแนนเลือกตั้งเป็นความลับที่ไม่น่าจะรู้ถึงตัวบุคคล แต่ถึงรู้ก็ไม่เป็นความผิดอยู่ดี ไม่น่าเข้าข่าย 112

อืมม เรื่อง "วิจารณ์นโยบายหาเสียง" หรือ "ผมชี้ข้อบกพร่องระหว่างทำตามนโยบายได้ไหมครับ" ผมก็กังวลเหมือนท่านนะ 112ของเค้าแรงจริงๆ (ท่านนักปรัชญาชายขอบต้องถ่อไปถึง ร้อยเอ็ด ใครกล่าวหา แจ้งความก็ได้ แล้วค่อยพิสูจน์ถูกผิด) ขึ้นกับการตีความ ถ้าครอบจักรวาลอย่างทุกวันนี้ ก็อย่างที่เขียนเม้นต์ไว้แล้ว จะหาใครเป็นฝ่ายค้านละเนี่ย ถ้ามีแต่ ถูกทุกเรื่อง เยี่ยมทุกอย่าง อาจผิดพลาดได้สักวัน

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ ต้องพึ่งการตรวจสอบผลการดำเนินตามนโยบาย เอาที่ชัดๆ จับต้องได้ และ ความรับผิดชอบต่อประชาชนเมื่อไม่ได้ผลงาน ตามกติกาประชาธิปไตยเช่น ยุบสภา ลาออก ให้อีกพรรคขึ้นบริหาร
ปชช.อาจต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับระบบแบบนี้ จนกว่าจะสามารถวิพากษ์วิจารณ์ ได้อย่างเต็มที่ซึ่งผลงานเชิงประจักษ์จะเป็นตัวขับเคลื่อนทั้งด้านบวกและลบ ในทำนองเดียวกับ ที่ฝ่ายประชาธิปไตยเต็มรูปแบบก็คาดหวังให้ประชาชนเติบโตขึ้นเอง โดยวิถีการปกครองของปชช. โดยปชช. เอง สามารถกลั่นกรองนักการเมืองชั้นดีไว้ ไล่นักการเมืองน้ำเสียออก ซึ่งต้องใช้เวลา

George Bernard Shaw เคยว่าไว้ " ประชาธิปไตย ไม่ใช่การปกครองที่ดีที่สุด หากแต่ เป็นการปกครองที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนในประเทศนั้นๆ" ฟังดูงงๆ แต่ใช่เลย แนวคิดระบอบน่าจะถูก แต่คุณภาพของการเมืองและนักการเมือง ขึ้นกับคุณภาพของปชช.ผู้เลือกด้วย ซึ่งต้องใช้เวลา (ไม่ใช่การรัฐประหาร แล้วแต่งตั้ง"คนดี"ขึ้นปกครอง) ผมเองสนับสนุนตามแนวทางนี้อย่างเต็มตัว

เพียงแต่การต้องตอบโจทย์ของคนทั้งสองสีเสื้อ ด้วยไม่ต้องการให้ต้องเข่นฆ่ากัน ผมเสนอให้บุคคลที่สีเสื้อหนึ่งสนับสนุน เข้าสู่กติกาที่คนอีกสีเสื้อยอมรับ

แต่ความเพ้อฝันในลักษณะเช่นนี้ ไม่น่าจะเป็นได้ ด้วยเงื่อนไขบางอย่างกระมัง

ขอบคุณครับ !!

จริงๆผมชอบ บทความแบบนี้นะ !! มันชี้ช่องทางออก (ซึ่งตอบไปในตัวคำถามมาด้วย) + เชิงข้อมูลแบบ คุณ ซาวอร์ คุณถ่องแท้ คุณโฟลค์ น้าบลิ๊ง (คนนี้มวยซุม (ฮา) !!! แล้วก็แนวคิดแบบ คนธรรมดา ตีนติดดิน แบบ คุณสมพร มันทำให้การคิดวิเคราะห์ตาม ได้ประโยชน์อย่างยิ่ง !!!(สำหรับผมนะ^ ^) ไม่ใช้โผล่มาอัดไปที่โครงการนู้นนี้นั้น !!! แล้วก็ให้หาข้อมูลมาโต้ (แต่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าเสื่ยงหรือเปล่า เช่น กรณี "นักปรัชญาชายขอบ" ถ้าใครเคยอ่านก็จะรู้ !!! ) ผมยกตัวอย่างง่ายๆ "โครงการฝนหลวง" ผมเคยอ่านข้อมูลจากเวปปิด แต่ ผมสามารถยกตัวอย่างได้แค่ไหนล่ะครับ !!! "ใครการันตีให้ใครได้หรอ" ช่วงเวลานี้ !!!!!!!!!

สรุป แนวทาง ที่คุณเปลวไฟ (น้องเปลวสีเงิน (ฮา) ล้อเล่นฮัฟ !> <) ว่าไว้ ผมบอกได้เลยว่า"เห็นด้วยล้านเปอเซนต์"ถ้าทำแล้วออกมาสงบสุขทุกฝ่ายเช่นที่กล่าวไว้ !!!!! แต่ ....... "ขึ้นอยู่กับความเสรีภาพ สิทธิ หน้าที่ ที่ต้องเท่าเทียมกันไม่ใช่หรือ ??????" แต่ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ..



"ใครจะการันตีให้ใครได้ครับ" !!!


ด้วยความเคารพ

ปล. ยินดีที่ได้รู้จักฮัฟ !!! ^ ^
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-09-2011, 12:26 AM
โพสต์ทั้งหมด: #94
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-08-2011 02:55 PM)sompon เขียน:  joecth2003

เอางี้น่ะ

๑ ชาวบ้านส่งจดหมายถึงราชเลขา

๒ ราชเลขาส่งหนังสือถึง คณะกรรมการประสานงาน(หน่วยงานรัฐ)

๓ คณะกรรมการประสานงาน ส่งหนังสือให้กรมชลประทานจัดการ


"""""""""""""""""ราชเลขามีหน้าที่อะไร...มันไม่แปลกเลยหรือ จะเรียกว่า สั่ง คำสั่ง หรือ ประสานงานก้ได้

"""""""""""""


ราชเลขามีหน้าที่ รับหนังสือชาวบ้านแล้ว ส่งหนังสือไปที่คณะกรรมการประสานงาน ให้มีการสร้างโน่นสร้างนี่หรือ ทำไมต้องเป็น ราชเลขา ถ้าชาวบ้านส่งหนังสือไปหารัฐบาลโดยตรง จะมีผลต่างกับส่งไปให้ราชเลขาหรือไม่???

ประเทศไทยควรมี คณะกรรมการถาวรแบบนี้ มันสะท้อนประสิทธิภาพงานรัฐหรือไม่????

สั่ง ๑ ก. บอกไว้เพื่อให้ทําหรือให้ปฏิบัติเป็นต้น เช่น ครูสั่งให้นักเรียนทำ การบ้าน แม่สั่งให้ถูบ้าน; บอกไว้อาลัยในการที่จะจากไป เช่น ฝนสั่งฟ้า ทศกัณฐ์สั่งเมือง อิเหนาสั่งถ้ำ สิ้นเสียงก็สิ้นสั่ง ตายไม่ทันสั่ง.
สั่งลา ก. บอกไว้อาลัยในการที่จะจากไป เช่น เขาสั่งลาลูกเมียก่อน เดินทางไปต่างประเทศ เขาตายโดยไม่ได้สั่งลา.



"""""""""""""""""บอกไว้เพื่อให้ทําหรือให้ปฏิบัติเป็นต้น """""""""""""""""""""""""""

เอางี้น่ะ ตามบายโลด ไม่ไหวจะคุย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-09-2011, 01:51 AM
โพสต์ทั้งหมด: #95
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-08-2011 08:02 PM)RedVW เขียน:  เดิมก็บอกกันว่า โครงการแบบนี้ตรวจสอบไม่ได้

พอชี้ให้เห็นว่าตรวจสอบได้ ก็ไปประเด็นว่าวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้

พอชี้ให้เห็นอีกว่าวิพากษ์ได้วิจารณ์ได้ ก็ต่อไปอีกว่าได้นิดๆหน่อยๆ

ขอจบดีกว่า ไม่มีประโยชน์ใดที่จะต้องไปตามหาข้อมูลมาอีกแล้วในประเด็นนี้

ส่วนประเด็นอื่นๆก็ตามสบายครับ Huh

มันเป็นความเห็นจากหลายๆคนน่ะ

โครงการ พรด. ต้องมองภาพรวมว่าเป็นยังไง

แต่อยางไรก็ตาม ในกระทู้นี้ ข้อมูลมันก็มากพอที่คนมีปัญญาจะคิดเองได้ว่าอะไรเป็นอะไร

""๑๑๒ มันคลุมเครือ จนไม่มีใครสามารถฟันธงได้ แม้ ศาลเองยังเห็นไม่ตรงกัน(คดีวีระ ขั้นต้นหลุด) ฉนั้น วิจารณได้แค่ไหนอยางไร มันก็แล้วแต่
ความเห็นของแต่ละบุคคล........ซึ่ง โครงการ รัฐบาล เราสามารถวิจารณ์ได้อย่างเต็มที่""""""""

โครงการเขื่อนปากพนังนั้น เราวิจารณ์ได้ในขอบเขตจำกัดจนไม่ส่งผลอะไรเลย

เขื่อนปากพนัง กับ เขื่อนบางปะกง ใช้หลักการเดียวกัน และมีปัญหาเหมือนกัน ต้องเปิดเขื่อนเหมือนกัน... ถ้ามีการวิจารอยางเต็มที่ ตรวจสอบอย่างเต็มที่ ก็น่าจะมีเขื่อนแบบนี้แค่เขื่อนเดียว ยึ่งการตรวจสอบด้วยแล้ว จากกระบวนการที่ ราชเลขาทำหนังสือมาที่
คณะกรรมการประสานงาน....ใครจะตรวจสอบได้อย่างไร??? และ ในวัฒนธรรมไทย ใครจะกล้า

"""""""""""แม้การตอบกระทู้แบบนี้ของฝ่ายประชาธิปไตย มันก็ยากเต็มทนน่ะ...มันมีสลิ่มเนียนมาหาเรื่องเต็มไปหมด พลาดนิดเดียว มันไปแจ้งความแน่นอน""""
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-09-2011, 08:43 AM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-09-2011 05:27 PM โดย เปลวไฟในพายุ.)
โพสต์ทั้งหมด: #96
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-08-2011 08:34 PM)คมคิด เขียน:  ขอบคุณครับ !!

จริงๆผมชอบ บทความแบบนี้นะ !! มันชี้ช่องทางออก (ซึ่งตอบไปในตัวคำถามมาด้วย) + เชิงข้อมูลแบบ คุณ ซาวอร์ คุณถ่องแท้ คุณโฟลค์ น้าบลิ๊ง (คนนี้มวยซุม (ฮา) !!! แล้วก็แนวคิดแบบ คนธรรมดา ตีนติดดิน แบบ คุณสมพร มันทำให้การคิดวิเคราะห์ตาม ได้ประโยชน์อย่างยิ่ง !!!(สำหรับผมนะ^ ^)

สรุป แนวทาง ที่คุณเปลวไฟ (น้องเปลวสีเงิน (ฮา) ล้อเล่นฮัฟ !> <) ว่าไว้ ผมบอกได้เลยว่า"เห็นด้วยล้านเปอเซนต์"ถ้าทำแล้วออกมาสงบสุขทุกฝ่ายเช่นที่กล่าวไว้ !!!!! แต่ ....... "ขึ้นอยู่กับความเสรีภาพ สิทธิ หน้าที่ ที่ต้องเท่าเทียมกันไม่ใช่หรือ ??????" แต่ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ..



"ใครจะการันตีให้ใครได้ครับ" !!!


ด้วยความเคารพ

ปล. ยินดีที่ได้รู้จักฮัฟ !!! ^ ^

ขอบคุณเช่นกันครับ
เป็นเพียงความเพ้อฝันที่ไม่อาจเป็นจริง
ปิ๊งขึ้น ท่ามกลางวิวาทะในวงอาหารวันรวมญาติ
ผมเริ่มตระหนักว่า เราอยู่ในท่ามกลางปัญหาที่ใหญ่มากที่สุดของยุคสมัย
คือ
เราจะอยู่กับคนที่มีฐานคิด และ ความเชื่อแตกต่างจากเรามาก อาจเรียกได้ว่าคนละขั้ว ได้อย่างไร
ในอารมณ์โกรธถึงที่สุด เราพร้อมยอมตายเพื่อสิ่งที่เราเชื่อ ในมุมกลับก็พร้อมที่จะประหัตประหารอีกฝ่ายที่ขัดขวางความเชื่อนั้น ใช่หรือไม่ ถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้ที่เราไม่รู้จัก

แต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนที่เราตัดไม่ตาย ขายไม่ขาด เราจะอยู่กันอย่างไร?

ผมและพ่อ เราสีแดงเต็มตัวและหัวใจ "ยิ่งรัก" ยิ่งลักษณ์ ขึ้นทุกวัน
ขณะที่
แม่ พีชาย น้องสาว โดยเฉพาะน้องเขยที่ภูมิอกภูมิใจกับปฏิบัติการยึดสนามบินมาแล้ว เขารักชาติมากกกก กลับเห็น ยิ่งลักษณ์ ว่า "ยิ่งเละ" ขึ้นทุกวัน

กล่าวได้ว่าทุกวันนี้ พยายามหลีกเลี่ยงที่จะพาดพิงกัน งานเลี้ยงไม่สนุกเหมือนเคยมา 5 ปีแล้ว ต่างคิดว่าประเทศน่าจะสงบสุข พัฒนากว่านี้ ถ้าไม่มีคนอย่างพวกมรึงง อยากให้พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีพวกมรึงงง
ยังไม่คิดถึง 15 ล้านเสียง กับ 11 ล้านเสียงเลยนะเนี่ย

มันเป็นเรื่องน่าเศร้า

ดังที่กฤษณามูรติเคยกล่าวไว้ทำนองนี้ว่า คนเราเหมือนกัน แต่ความเชื่อแบ่งแยกพวกเขา

ขอบคุณที่ร่วมเสวนา
ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ


หน้าที่ย่อมถือดวง- ประทีปแจ้งแก่มวลชน
เบิกทางแห่งเหตุผล เพื่อหักล้างความงมงาย
หากลมพัดอึงอื้อ จงหยัดถือ แม้นวับหาย
เปลวเพลิงเพียงประกาย ก็จักกลับมาโหมแดง
********************************
อำนาจสูงสุด เป็นของราษฎรทั้งหลาย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-09-2011, 04:33 PM
โพสต์ทั้งหมด: #97
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
โครงการต่าง ๆ ไม่ว่าที่รัฐบาลชุดต่าง ๆ คิดทำขึ้น ล้วนมีทั้งได้ผล และล้มเหลว ตามแต่วิสัยทัศน์ของใคร จะหยิบเอาส่วนใดมาวิพากย์วิจารณ์
โครงการส่งเสริมชาวเขาให้ปลูกพืชเมืองหนาว แทนฝิ่น ทั่วโลกนำไปเป็นแบบอย่าง ยังมีผู้สามารถวิจารณ์ ในแง่ลบจนได้ ! ! !

ชอบใจคุณ เปลวไฟในพายุที่ว่า ".....ผมและพ่อ เราสีแดงเต็มตัวและหัวใจ "ยิ่งรัก" ยิ่งลักษณ์ ขึ้นทุกวัน ขณะที่ แม่ พีชาย น้องสาว โดยเฉพาะน้องเขยที่ภูมิอกภูมิใจกับปฏิบัติการยึดสนามบินมาแล้ว เขารักชาติมากกกก เห็น ยิ่งลักษณ์ ว่า "ยิ่งเละ" ขึ้นทุกวัน...."

ชอบใจที่ ความเห็นต่างกันแต่อยู่ในบ้านเดียวกันได้อย่าสงบสุข ในมุมมองที่ต่างกัน ชั่งต่างกันกับ 15ล้าน กับ 11ล้าน เสียง ที่กัดกันจะเป็นจะตาย โดยที่ลืม 10ล้านเสียงสนิท


ชอบมาก :-
George Bernard Shaw เคยว่าไว้ " ประชาธิปไตย ไม่ใช่การปกครองที่ดีที่สุด หากแต่ เป็นการปกครองที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนในประเทศนั้นๆ" ฟังดูงงๆ แต่ใช่เลย แนวคิดระบอบน่าจะถูก แต่คุณภาพของการเมืองและนักการเมือง ขึ้นกับคุณภาพของปชช.ผู้เลือกด้วย ซึ่งต้องใช้เวลา


และเห็นด้วยว่า" ประชาธิปไตย ที่มีคุณภาพ นั้นจะต้องมาจากประชาชนที่มีคุณภาพ" ตามที่ท่าน ว. วชิรเมธีว่า

ขำที่ "จำนวน" ประชาชน จะถูกนำมาอ้างอิงเสมอ ๆ เป็นประจำ โดยอ้างประชาธิปไตยที่บัญญัติว่า คน ต้องเท่าเทียมกัน ( สิทธิ - เสรีภาพ )
( ไม่มีวิธีวัดคุณภาพของคน ที่มีสิทธิ์ ในการคัดเลือก " คน" กันได้อย่างไร กระมัง ? ? จึงต้องให้เลือก เลือก และเลือก กันไปเรื่อย ๆ อีกนานกี่ปี จะเลือก"คน"เป็นด้วยตนเอง โดยที่ไม่มีใครฝึกสอน ชี้แนะ )

จริงแล้ว อยากได้ ผู้บริหาร หรือ ผู้นำประเทศ จากผู้ที่ที่เตรียมตัว เตรียมพร้อม ได้รับการฝึกฝนอบรมมาแล้ว มากกว่า คนที่ จับพลัดจับผลู ( ฟลุ๊ค..... มือใหม่หัดขับ )มาเป็นผู้นำประเทศ รู้สึกว่า มันเสี่ยงไปหน่อย ! ! !

( ความคิดเช่นนี้ ...... ส่วนหนึ่งคง จากความไม่แน่ใจในคุณภาพของ สส.ผู้ที่โหวดลงมติ ด้วยกระมัง ....อิ อิ )

ต้องการคน ที่ซื่อสัตย์ สุจริต และ เสียสละที่แท้จริง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-09-2011, 04:56 PM
โพสต์ทั้งหมด: #98
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
มนุษย์ทุกผู้ทุกเหล่าต่างก็เท่าเทียมกันครับ...

คือไม่ว่าใครจะสูงต่ำดำขาวกว่ากัน... ก็ไม่ได้มีอะไรยืนยันว่าคนๆนั้นสมควรเป็นผู้ปกครองหรือผู้ใต้ปกครอง

และนี่คือพื้นฐานของหลักความเสมอภาค ซึ่งเป็นหลักที่สำคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตย และทำให้มันเป็นการปกครองที่เปี่ยมไปด้วยความชอบธรรมมากที่สุด


ต่อให้ผู้นำจะเก่งกาจ บริหารได้ดีขนาดไหน หากต้องแลกมาด้วยการที่ต้องลดศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของตัวเองลงไป

นี่เป็นเรื่องที่ผมและอีกหลายๆคนจะไม่มีวันยอมครับ...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-09-2011, 06:00 PM
โพสต์ทั้งหมด: #99
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-08-2011 07:04 PM)savor เขียน:  
(12-08-2011 06:13 PM)เปลวไฟในพายุ เขียน:  ถ้าเช่นนั้น จากข้อ 2. และ 3. หากสถาบันจะตั้งพรรคการเมือง อย่างเปิดเผย ซึ่งจะระดมคนดี คนเก่ง คนทั้งดีทั้งเก่ง มาทำงานให้กับประเทศชาติได้อย่างมาก และน่าจะได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายซะยิ่งกว่าไทยรักไทย+พลังประชาชน+เพื่อไทย ต่อไป ไม่ต้องมีโครงการหลวงโดยสถาบัน โครงการรัฐโดยรัฐบาลอีกต่อไป มีแต่โครงการที่ดีที่สุดที่จะทำเพื่อประชาชน แล้วทุกอย่างก็ถูกตรวจสอบและรับผิดชอบต่อประชาชน ผ่านรัฐสภา (ว่าแต่ใครจะเป็นฝ่ายค้านเนี่ย)และองค์กรตรวจสอบอื่นๆ

อย่างนี้
จะยุติข้อถกเถียงนี้ได้หรือไม่?
จะยุติความร้าวฉานของทุกคนบนผืนดินแห่งนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้หรือไม่?

ปัญหาของประเด็นนี้คืออะไรครับ ???

ภาพความดีงาม เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของทุกอย่างเสมอ ของสถาบัน มันอยู่ภายใต้กฎหมายบังคับคือ ม.112 และรัฐธรรมนูญ ม.8 อีกทั้งยังมีการประชาสัมพันธ์ด้านเดียวทุกๆวัน แทบจะทุกชั่วโมง ใช่หรือไม่ ?

ตามสมมติฐานของคุณ ผมก็เชื่อว่าการชนะเลือกตั้งแบบทลายถล่มอะไรนั่นมีโอกาสเป็นจริงสูงครับ... แต่ถามว่านักการเมืองทั่วไปมีสิทธิพิเศษอะไรแบบนั้นได้หรือเปล่า... คุณสามารถวิพากษ์วิจารณ์ตลอดจนโจมตีนักการเมืองทุกๆคนได้ตามปกติ แต่ขืนไปทำอย่างเดียวกับสถาบัน ก็จะโดนขังยาวลืมแน่นอน...

แล้วแบบนี้การจะเอามาเทียบกัน มันถือว่าเป็นการ " แฟร์ " หรือเปล่า...


ปัญหาของขบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช่ว่าต้องการสิ่งที่ดีที่สุดอะไรเลยครับ

เพราะเรื่องแบบนั้นมันเป็นอุดมคติ เป็นจริงได้ยาก แล้วคำว่าดีสำหรับแต่ละคนมันก็ให้นิยามไม่เหมือนกัน

เพียงแต่ว่าเราต้องการอะไรที่มันถูกต้องตามหลักการ เรื่องต่างๆต้องสามารถวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบ แล้วอำนาจก็ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ เรื่องไหนที่ไม่มีใครรับผิดชอบได้ ก็ต้องให้เรื่องนั้นไม่สามารถใช้อำนาจได้ ฯลฯ

ในความเห็นผม ผมว่าพวกคนในขบวนการประชาธิปไตยมันสามารถ " แยกแยะ " ได้น่ะ...

สถาบันก็ส่วนสถาบัน การเมืองก็ส่วนการเมือง แยกกันได้ ประเทศประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุข แล้วเขามีความเป็นประชาธิปไตยมากๆเลยก็มีหลายแห่งด้วยซ้ำ โดยเฉพาะพวกสแกนดิเนเวีย

แต่ปัญหาในไทยก็คือ ตัวระบบของเรามันทำให้เส้นแบ่งตรงนี้มัน " พร่าเลือน " น่ะ พระราชอำนาจควรมีถึงตรงไหน ? โครงการหลวงต้องเป็นยังไง ? สถานะและอำนาจของสถาบัน กับ ระบอบประชาธิปไตย หลายๆอย่างมันทับซ้อนกันน่ะ...

แล้วมันยิ่งแย่ไปกว่านั้นเมื่อ มีกลุ่มพวกที่เรียกว่า " Ultra-royalist " ใช้ข้ออ้างแบบเนี้ย " สถาบันดีเลิศ ประชาธิปไตยห่วยแตก นักการเมืองเลว " ทั้งๆที่เรื่องพวกนี้มันเปรียบกันโดยคนละบรรทัดฐาน แต่ก็ยังจะเอามันมาเทียบกันให้ได้เพื่อทำลายคุณค่าของประชาธิปไตย

ถามว่าคนที่รักประชาธิปไตย ที่เห็นในคุณค่าว่ามนุษย์เท่าเทียมกันเขาจะยอมได้เหรอ...

ปัญหามันก็เลยเกิดขึ้นแบบเนี้ย... มันเป็นปัญหาของอุดมการณ์น่ะ...

ซึ่งจริงๆในระบอบประชาธิปไตยมีที่สำหรับให้กลุ่มคนนิยมเจ้าอยู่แล้วล่ะ เพียงแต่จุดที่พวกอุดมการณ์กษัตริย์นิยมยืนอยู่ มันเป็นจุดที่เป็น " สมบูรณาญาสิทธิราชย์ " น่ะ การจะเห็นพ้องต้องกัน ว่าจะยอมหรือถอย ระหว่างสองแนวคิด มันก็เลยเป็นไปไม่ได้...

การจะยุติเรื่องนี้ มันก็ต้องมาคุยกันด้วยเหตุผลน่ะ ฝ่ายที่นิยมกษัตริย์ก็ต้องถอยออกจากจุดสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นจุดที่เป็นแนวคิดเกี่ยวกับสถานะของกษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เอะอะก็เอากฎหมาย เอาจารีตประเพณี มาขู่ คนมันเจอห้ามมากๆ มันก็ไม่คุยแล้ว รอวันระเบิดอย่างเดียว...

ทางออกของปัญหาต่างๆ ในโลกยุคสมัยใหม่ มันไม่ใช่ว่าต้องทำอะไรที่ทำให้คนมันเห็นพ้องต้องกันไปหมดน่ะ จะเห็นต่างกันก็ได้ แต่ก็คุยกันด้วยเหตุผลตามหลักประชาธิปไตย อะไรดี-ไม่ดีก็มาคุยกัน แค่นี้มันก็อยู่กันได้ละ ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องเห็นดีเห็นงามไปหมดเลย แบบนี้มันคงเป็นไปได้ยากในโลกโลกาภิวัฒน์แห่งนี้ครับ...

ผมเห็นด้วยว่า ไม่ว่าเหตุการณ์ต่อเนื่องในหลายปีนี้จะเริ่มต้นมาอย่างไร

แต่บัดนี้นี้พัฒนาเป็นความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์แล้ว

แรงกิริยาจากความคิดสุดโต่งของกลุ่ม ultraroyalist ได้กระตุ้น แรงปฏิกิริยาจากอีกฟากฝั่งอย่างได้ผลจริงๆ จนน่าจะเป็นที่รู้สึกได้ของชนชั้นนำ

รอเพียงเวลาที่เหมาะสม

ข้อเสนอแนะของ อ.สมศักดิ์ และ นิติราษฎร์ ในการแก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญในหมวดว่าด้วยสถาบันฯ น่าจะได้มีโอกาสนำมาอภิปรายอย่างกว้างขวางต่อไป


หน้าที่ย่อมถือดวง- ประทีปแจ้งแก่มวลชน
เบิกทางแห่งเหตุผล เพื่อหักล้างความงมงาย
หากลมพัดอึงอื้อ จงหยัดถือ แม้นวับหาย
เปลวเพลิงเพียงประกาย ก็จักกลับมาโหมแดง
********************************
อำนาจสูงสุด เป็นของราษฎรทั้งหลาย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-09-2011, 07:17 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-09-2011 07:28 PM โดย เปลวไฟในพายุ.)
โพสต์ทั้งหมด: #100
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-09-2011 04:33 PM)วอน เขียน:  โครงการต่าง ๆ ไม่ว่าที่รัฐบาลชุดต่าง ๆ คิดทำขึ้น ล้วนมีทั้งได้ผล และล้มเหลว ตามแต่วิสัยทัศน์ของใคร จะหยิบเอาส่วนใดมาวิพากย์วิจารณ์
โครงการส่งเสริมชาวเขาให้ปลูกพืชเมืองหนาว แทนฝิ่น ทั่วโลกนำไปเป็นแบบอย่าง ยังมีผู้สามารถวิจารณ์ ในแง่ลบจนได้ ! ! !

ชอบใจคุณ เปลวไฟในพายุที่ว่า ".....ผมและพ่อ เราสีแดงเต็มตัวและหัวใจ "ยิ่งรัก" ยิ่งลักษณ์ ขึ้นทุกวัน ขณะที่ แม่ พีชาย น้องสาว โดยเฉพาะน้องเขยที่ภูมิอกภูมิใจกับปฏิบัติการยึดสนามบินมาแล้ว เขารักชาติมากกกก เห็น ยิ่งลักษณ์ ว่า "ยิ่งเละ" ขึ้นทุกวัน...."

ชอบใจที่ ความเห็นต่างกันแต่อยู่ในบ้านเดียวกันได้อย่าสงบสุข ในมุมมองที่ต่างกัน ชั่งต่างกันกับ 15ล้าน กับ 11ล้าน เสียง ที่กัดกันจะเป็นจะตาย โดยที่ลืม 10ล้านเสียงสนิท


ชอบมาก :-
George Bernard Shaw เคยว่าไว้ " ประชาธิปไตย ไม่ใช่การปกครองที่ดีที่สุด หากแต่ เป็นการปกครองที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนในประเทศนั้นๆ" ฟังดูงงๆ แต่ใช่เลย แนวคิดระบอบน่าจะถูก แต่คุณภาพของการเมืองและนักการเมือง ขึ้นกับคุณภาพของปชช.ผู้เลือกด้วย ซึ่งต้องใช้เวลา


และเห็นด้วยว่า" ประชาธิปไตย ที่มีคุณภาพ นั้นจะต้องมาจากประชาชนที่มีคุณภาพ" ตามที่ท่าน ว. วชิรเมธีว่า

ขำที่ "จำนวน" ประชาชน จะถูกนำมาอ้างอิงเสมอ ๆ เป็นประจำ โดยอ้างประชาธิปไตยที่บัญญัติว่า คน ต้องเท่าเทียมกัน ( สิทธิ - เสรีภาพ )
( ไม่มีวิธีวัดคุณภาพของคน ที่มีสิทธิ์ ในการคัดเลือก " คน" กันได้อย่างไร กระมัง ? ? จึงต้องให้เลือก เลือก และเลือก กันไปเรื่อย ๆ อีกนานกี่ปี จะเลือก"คน"เป็นด้วยตนเอง โดยที่ไม่มีใครฝึกสอน ชี้แนะ )

จริงแล้ว อยากได้ ผู้บริหาร หรือ ผู้นำประเทศ จากผู้ที่ที่เตรียมตัว เตรียมพร้อม ได้รับการฝึกฝนอบรมมาแล้ว มากกว่า คนที่ จับพลัดจับผลู ( ฟลุ๊ค..... มือใหม่หัดขับ )มาเป็นผู้นำประเทศ รู้สึกว่า มันเสี่ยงไปหน่อย ! ! !

( ความคิดเช่นนี้ ...... ส่วนหนึ่งคง จากความไม่แน่ใจในคุณภาพของ สส.ผู้ที่โหวดลงมติ ด้วยกระมัง ....อิ อิ )

ทั้งนี้คุณวอนต้องตระหนักนะครับว่า
ประโยคของ Shaw แม้จะบอกความจริงว่าคุณภาพของประชาธิปไตยขึ้นอยู่กับปชช.ผู้เลือก
แต่ก็มีนัยยะ ที่เคารพความเป็นปัจเจก สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาคของแต่ละบุคคลในประเทศนั้นๆอย่างเท่าเทียมกัน 1สิทธิ์ 1เสียงเท่ากัน นั่นคือ ควรยอมรับผลประชามตินั้น
อันนี้ผมคิดต่อ แล้วการเมืองของปชช.สามัญชนคนเดินดิน ก็จะพัฒนาโดยตัวของมันเอง ซึ่งต้องใช้เวลา ถ้าจับหลักให้ถูก ไม่ควรพึ่งอำนาจวิเศษ หรือทางลัดรัฐประหารแต่อย่างใด ซึ่งทำให้ 80 ปีที่ผ่านมา เราเหมือนกลับไปจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ขอเห็นแย้งอีกประเด็นที่ว่า
"จริงแล้ว อยากได้ ผู้บริหาร หรือ ผู้นำประเทศ จากผู้ที่ที่เตรียมตัว เตรียมพร้อม ได้รับการฝึกฝนอบรมมาแล้ว มากกว่า คนที่ จับพลัดจับผลู ( ฟลุ๊ค..... มือใหม่หัดขับ )มาเป็นผู้นำประเทศ รู้สึกว่า มันเสี่ยงไปหน่อย ! ! ! "

ผมเกรงว่า มาตรฐานความเก่ง ความดี เป็นสัมพัทธ์ ไม่ใช่สัมบูรณ์ครับ เนื่องจากไม่มีใครที่เก่งทุกศาสตร์ ดีงามอย่างสมบูรณ์ 100% มนุษย์ก็มีดีดีชั่วชั่ว ด้านมืด ด้านสว่างกันทุกคนไป(เฉพาะประเด็นนี้ น่าคิดว่า สำหรับคนที่จะพยายามหา"คนดี"มาปกครองประเทศทำไมจึงไม่นิมนต์พระอรหันต์มาปกครองประเทศซะเลย) มันจึงขึ้นกับมุมมอง ความเชื่อ ผูกกับความรู้สึก ความนิยม ความสัมพันธ์ส่วนตัว รวมทั้งผลประโยชน์ค่อนข้างมาก จะเถียงกันไม่จบนะครับ ในสังคมระบอบประชาธิปไตย จึงใช้จำนวนประชามติ (1คน1สิทธิ์ 1เสียงเท่ากัน)ในการรับรองการขึ้นสู่อำนาจปกครอง ซึ่งการอยู่ร่วมกันของหมู่ชนจำนวนมาก มีความคิดความต้องการที่หลากหลาย ความยอมรับของคนจำนวนมากมีความสำคัญที่สุด เพียงแต่การขับเคลื่อนบางประเด็นแม้จะเห็นชอบโดยคนส่วนมาก ก็อาจยังไม่รอบด้านหรือกระทบกับคนส่วนน้อย อันนี้ต้องต่อรอง พูดคุยหาทางออกที่ดีที่สุดครับ นี่คือหน้าที่ของฝ่ายค้าน ตามหลัก Majority rule แต่ต้องคำนึงถึง Minority rights ด้วย

คุณวอนกำลังสับสนนะครับ เหมือนพธม.ที่เรียกร้องประชาธิปไตย แต่สนับสนุนแนวคิดลากตั้ง"คนดี"ปกครองประเทศ ซึ่งเรียกว่า อภิชนาธิปไตย เป็นการปกครองโดยอภิชนกลุ่มพิเศษ ที่ปกครองไพร่ อ่ะครับ

ส่วนที่ผมเสนอหมายความว่า ไม่ควรมีการปิดกั้น ไม่ว่าด้วยชาติกำเนิดจะสูงจะต่ำ จะดำจะขาว จะรวยจะจน จะโง่จะฉลาด จะศาสนาใด ลัทธิ ความเชื่อใด ในการเสนอตัวเข้ารับการคัดเลือก[/color] ผมเชื่อของผมว่าปชช.มีวิจารณญาณของตนเอง ประชาชนไม่โง่ครับ


หน้าที่ย่อมถือดวง- ประทีปแจ้งแก่มวลชน
เบิกทางแห่งเหตุผล เพื่อหักล้างความงมงาย
หากลมพัดอึงอื้อ จงหยัดถือ แม้นวับหาย
เปลวเพลิงเพียงประกาย ก็จักกลับมาโหมแดง
********************************
อำนาจสูงสุด เป็นของราษฎรทั้งหลาย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-09-2011, 10:16 PM
โพสต์ทั้งหมด: #101
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
"จริงแล้ว อยากได้ ผู้บริหาร หรือ ผู้นำประเทศ จากผู้ที่ที่เตรียมตัว เตรียมพร้อม ได้รับการฝึกฝนอบรมมาแล้ว มากกว่า คนที่ จับพลัดจับผลู ( ฟลุ๊ค..... มือใหม่หัดขับ )มาเป็นผู้นำประเทศ รู้สึกว่า มันเสี่ยงไปหน่อย ! ! ! "


""""""""""จริงแล้ว ถ้า ปขต. มันต่อเนื่อง ไอ้ตะเหี้ยมัน รปห. มันก็เกิดกระบวนการนี้อยู่แล้ว จาก สส. มาเป็น ผู้ช่วย รมต. กรรมาธิการ

รมต. รองนายก นายก""""""""""""""

ถ้าการเมือง ปชต. ต่อเนื่อง สังคมมองการเมืองในแง่ดี มีค่านิยมต่อการเมืองในมุมที่ดี คนเก่ง คนดี มาเล่นการเมืองเยอะๆ บ้านเมืองก็เจริญ

ไมใช่นักการเมืองมีแต อันธพาล นักเลง ผู้รับเหมาะ ตลกกะล่อนบนหลังคารถ


"""""""""""""""ใคร.. ไอ้เหี้ยที่ไหน ทำให้การเมืองเป็นแบบนี้"""""""""""
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-10-2011, 11:29 AM
โพสต์ทั้งหมด: #102
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ถ้าเจ้าดีทุก ๆ พระองค์ ก็ดีไปค่ะ
แต่ถ้าข้อความตามบรรทัดบนผิดล่ะ แป่วววว

Heart
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-10-2011, 05:21 PM
โพสต์ทั้งหมด: #103
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
".....เฉพาะประเด็นนี้ น่าคิดว่า สำหรับคนที่จะพยายามหา"คนดี"มาปกครองประเทศทำไมจึงไม่นิมนต์พระอรหันต์มาปกครองประเทศซะเลย....."
ไม่คิดว่า จะมีคำกล่าวเช่นนี้จากคุณ เปลวไฟในพายุ และซ้ำคุณยังข้าม" คุณภาพ" อันมีสำคัญยิ่งในการบริหารประเทศ ของปราชญ์ ที่คณยกมาอ้างอิงอีกด้วย นิยาม" คนดี" ในบริบทของคาพยพของสังคม ต่าง ๆ ล้วน ต่างกัน เราจึง ได้ " คนดี" ของประชาชน แต่ไม่ใช่" คนดีของชาติ" สักที
ถูกตามที่คุณ sompon ว่า เราปฏิวัติกันบ่อยเกิน ( ไม่ชอบศัพท์ที่คุณใช้ เพราะ ทหารก็คนไทย ญาติพี่น้องของเรา ๆ เอง หาใช่ใครอื่นจากแดนอื่นใดไม่ ! ! )
ในขณะที่ ไม่มีใครสักคน ที่รัก ต้องการประชาธิปไตย ที่ยั่งยืน ไม่มีใครองค์กรใด ช่วยบอกช่วยสอน ให้ ประชาชนรู้ข้อมูลของคนที่ตนเลือกให้ไปทำงานแทน และสามารถกลั่นกรองข้อมูลนั้นๆ ได้ด้วยตนเอง

ขอตำหนินักประชาธิปไตย ที่เมื่อมีรัฐบาลโดยจากประชาชน แล้ว ไม่เคยพยายามสร้างให้ประชาสังคมเข้มแข็ง มีคุณภาพสูงขึ้นบ้างเลย ทุกคน ทุกคณะต้องการแต่ " เสียง หรือ คะแนน" แล้วก็ ขะโมยสิทธิ์ ของประชาชนไปใช้อย่างสนุกสนาน ลืมประชาชนไปหมดสิ้น

มีประชาชนสักกี่คน ที่สนใจพฤติกรรม ของ นักการเมือง ที่ตนเลือกเข้าไปในสภา... ขอรับ คุณ sompon เราจึงได้แต่ "นักเลือกตั้ง" แทน "นักการเมือง" และไม่มีใครโทษตนเองเลย ที่หลงเชื่อ ".....ไมใช่นักการเมืองมีแต อันธพาล นักเลง ผู้รับเหมา ตลกกะล่อนบนหลังคารถ......" ทุกสมัย เช่นที่คุณ sompon ว่า เสมอมา ! ! ! !

ต้องการคน ที่ซื่อสัตย์ สุจริต และ เสียสละที่แท้จริง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-10-2011, 06:07 PM
โพสต์ทั้งหมด: #104
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
คุณวอน.

คุนมีปัญหาด้านการสรุปข้อมูลหรือป่าวววว ผมว่าผมเขียนไปหมดแล้วน่ะ

๑ การเลือกตั้งเราสามารถเลือก คนที่ดีที่สุดที่มีให้เราเลือก หรือคนที่เลวน้อยที่สุดที่มีให้เราเลือก มันไม่มีอรหันต์มาเสนอตัวสมัครให้เราเลือกนี่คับ

๒ การเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่น้อยที่สุดสำหรับประชาธิปไตย ที่ต้องมีเพิ่มเติมคือการตรวจสอบ การมีส่วนร่วม่ของประชาชน

๓ รัฐบาลปู ก็เห็นด่า เห็นตรวจสอบกันระงม ทั้งแดง ทั้งเหลือง

คุณวอนไปอยู่ที่ไหนมา เพียงแต่ส่วนมากเป็นการตรวจสอบในระบบเราชการและทางสือเท่านั้น ไม่ลงลึกเท่าที่ควร

แถวบ้านผม บางแห่ง ชาวบ้านจะไปยืนดูเขาทำถนนเลยน่ะ

แล้วบอกคนรับเหมาว่า ต้องอัดดินให้แน่น ต้องวางตะแกรงเหล็กให้ดี

ต้องเทคอนกรีตให้หนาพอ...ผล ได้ถนนที่ดี

แต่บางแห่ง ชาวบ้านไม่กล้า กลัว ก็ได้ถนนพังๆ



"""""""""""""""""ปัญหา ประชาธิปไตยไทยผมเห็น หลักๆอยู่สองปัญหาคือ"""

๑ คูณภาพ นักการเมืองที่แย่ มันมีสาเหตุมาจาก แก๊งเหี้ย ตัดตอนนักการเมืองที่ดี ไม่ให้เกิด ด้วยกา รปห. ยัดข้อหาขังคุก ยิงทิ้ง ฉนั้น นักการเมืองที่เหลืออยู่ มันต้องเป็นนักการเมืองฝ่ายเหี้ย มันเลยเหี้ย

๒ การตรวจสอบการมีส่วนร่วมของประชน...ที่ถูกทำลายโดยแก๊งเหี้ย

การคอรัปชั่น ส่วนมากมันไม่ได้ลึกลับซับซ้อนเลย จับง่ายจะตาย ไม่ว่า ถนนผิดสเปก ก่อสร้างผิดสเปก แค่สว่านตัวเดียวก็จับคอรัปชั่นได้

การฮั๊วประมูล มันทำไม่ได้ถ้า ไม่มีอิทธิพลมาเกียวข้อง เพียงแต่ว่า...ใครจะกล้าไปโวย ใครจะกล้าไปร้องเรียน โดนเก็บลูกเดียว (คุณวอนกล้าไหมล่ะ)

แก๊งไอ้เหี้ย มันเป็นผู้สร้างระบอบนี้ขึ้นมา ทำไม มาเล สิงคโปร์ คนถึงกลัวกฏหมายล่ะ


""""""""""""""""""""เมื่อแก๊งเหี้ย มันทำลาย นักการเมืองที่ดี ทำลายระบบตรวจสอบการเมือง ก็คือ แก๊งเหี้ยมันทำลายประชาธิปไตย ทำลายอนาคตของชาต จนแหลกยับเยินอย่างที่เห็น""""""""""""

ปัญหาประเทศไทยมันอยู่ที่แก๊งเหี้ยครับ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-10-2011, 06:17 PM
โพสต์ทั้งหมด: #105
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-10-2011 05:21 PM)วอน เขียน:  ".....เฉพาะประเด็นนี้ น่าคิดว่า สำหรับคนที่จะพยายามหา"คนดี"มาปกครองประเทศทำไมจึงไม่นิมนต์พระอรหันต์มาปกครองประเทศซะเลย....."
ไม่คิดว่า จะมีคำกล่าวเช่นนี้จากคุณ เปลวไฟในพายุ และซ้ำคุณยังข้าม" คุณภาพ" อันมีสำคัญยิ่งในการบริหารประเทศ ของปราชญ์ ที่คณยกมาอ้างอิงอีกด้วย นิยาม" คนดี" ในบริบทของคาพยพของสังคม ต่าง ๆ ล้วน ต่างกัน เราจึง ได้ " คนดี" ของประชาชน แต่ไม่ใช่" คนดีของชาติ" สักที
ถูกตามที่คุณ sompon ว่า เราปฏิวัติกันบ่อยเกิน ( ไม่ชอบศัพท์ที่คุณใช้ เพราะ ทหารก็คนไทย ญาติพี่น้องของเรา ๆ เอง หาใช่ใครอื่นจากแดนอื่นใดไม่ ! ! )

อ่านประโยคตัวแดงแล้วอยากจะขำ...

ก็ชาตินี่แหละคือ " ประชาชน "

คนดีของประชาชน นั่นก็คือคนดีของชาติ

ถ้าคนดีของชาติไม่ใช่คนดีของประชาชนแล้วล่ะก็...

ก็อยากจะถามว่า ไอ้คนดีที่ว่าเนี่ย มันมาจากขุมนรกไหนกันแน่ ?
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-11-2011, 02:37 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-11-2011 03:35 PM โดย วอน.)
โพสต์ทั้งหมด: #106
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
คุณsomponครับ "...๑ การเลือกตั้งเราสามารถเลือก คนที่ดีที่สุดที่มีให้เราเลือก หรือคนที่เลวน้อยที่สุดที่มีให้เราเลือก มันไม่มีอรหันต์มาเสนอตัวสมัครให้เราเลือกนี่คับ
๒ การเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่น้อยที่สุดสำหรับประชาธิปไตย ที่ต้องมีเพิ่มเติมคือการตรวจสอบ การมีส่วนร่วม่ของประชาชน
๓ รัฐบาลปู ก็เห็นด่า เห็นตรวจสอบกันระงม ทั้งแดง ทั้งเหลือง .."


ไม่เข้าใจว่า คำตอบของคุณ osmpon ข้างบนนี้ เป็นคำตอบข้อสงสัยของผมที่ว่า "....มีประชาชนสักกี่คน ที่สนใจพฤติกรรม ของ นักการเมือง ที่ตนเลือกเข้าไปในสภา... ขอรับ คุณ sompon เราจึงได้แต่ "นักเลือกตั้ง" แทน "นักการเมือง" และไม่มีใครโทษตนเองเลย ที่หลงเชื่อ ".....ไมใช่นักการเมืองมีแต อันธพาล นักเลง ผู้รับเหมา ตลกกะล่อนบนหลังคารถ......" ทุกสมัย เช่นที่คุณ sompon ว่า เสมอมา ! ! ! !

การมีส่วนร่วมของประชาน และการมีการตรวจสอบ ของประชาชนอย่างเข้มข้น ตามตัวอย่างที่คุณยกขึ้นมาอ้างนั้น หากมีจริง ก็เป็นบุญของท้องถิ่นนั้น ๆอย่างมากทีเดียว แต่ที่ได้เห็นมาแล้ว ส่วนมาก ไม่เป็นอย่างที่คุณ sompon ว่ามาเลย การโกงเริ่มตั้งแต่ การออกแบบ การกำหนดราคากลาง ฮั้วยื่นซองประมูล การควบคุมการก่อสร้าง การตรวจรับ และการถ่วงเวลาการจ่ายเงินค่าก่อสร้าง คุณ sompon บอกไม่สลับซับซ้อน และง่ายจะตายไป แต่ความจริง ไม่ง่ายเลยที่ประชาชนจะสอดแทรกตนเข้าไปในกระบวนการ โกงของ นักการเมือง และข้าราชการ

หากชุมชนเข้มแข็ง เช่นที่คุณ sompon ว่า มานั้น ผลงานก็น่าจะดีในระดับหนึ่งเท่านั้นเอง คุณเองยังยอมรับว่า ....คุณวอนไปอยู่ที่ไหนมา เพียงแต่ส่วนมากเป็นการตรวจสอบในระบบเราชการและทางสือเท่านั้น ไม่ลงลึกเท่าที่ควร.......


ประเด็น ข้อ 2 เห็นด้วยครับ ว่า ประชาธิปไตย เป็นกระบวนการปกครองที่ ไม่ใช่ดีที่สุด หากแต่เลวน้อยที่สุด
แต่ ประชาชนต้องเข้มแข็ง

คุณอ่านให้ดีจะเห็นว่า ผม สนับสนุน การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ( แต่ไม่เห็นรัฐบาลใดได้พยายามสร้าง......สักที แม้แต่คุณ somponก็มัวแต่โทษ การปฏิวัติ ๆ ๆ ๆ ๆ ทั้ง ๆที่มีนโยบายกระจายอำนาจลงไปให้ตำบล หมู่บ้านนานแล้ว แต่ประชาชนก็ไม่ยัก "แข็ง" สักที ...เพราะอะไร คงไม่ใช่เพราะการปฏิว้ติ น้ะครับ ! ! ! )
สำหรับข้อ 3 ที่คุณ sompon น้อยใจ ว่ารัฐบาลปู ถูกระดม ด่าระงม ทั้งเหลือง - แดง นั้น ไม่ขอวิจารณ์ เพราะ ไม่บังอาจตรวจสอบและด่า รัฐบาลนี้เลย ตั้งใจตั้งแต่วันแรกแล้วว่า จะรอ ให้รัฐบาลท่านปู ( มือใหม่ หัดขับ) ได้ทำงานไปสักหกเดือน จึงค่อยวิจารณ์ จึงมีบ้างเพราะเกิดวิกฤติน้ำท่วม ที่ได้ติงบ้างบางเรื่องบางประเด็น ที่คิดว่า น่าทำ แต่ท่านไม่ได้ทำ ก็ไม่ว่ากระไรกัน เมื่อได้ใช้สิทธิ์ ส่วนบุคคล"บ่น" นิดหน่อย ก็ผ่าน ๆไป
ถึงเวลานี้ คงจะไม่ทันได้วิจารณ์ แล้วมั้ง เพราะ ข่าวสับสนว่า มีการไปซักซ้อมกันที่สิงคโปร์ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีกันก่อนครบหกเดือน ? ?
คุณ sompon คงลืม ไปว่า มาเลย์ สิงคโปร์ เคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ มานานหลายปี อังกฤษเขาฝึกฝนประชาชนให้เคารพ เคร่งครัด ต่อระเบียบ กฏหมาย ต่างกับคนไทย ที่อิสระเสรี จนเคยตัว จนนึกว่า ประชาธิปไตย มีแต่ เสรีภาพ อิสระภาพ ของตนเอง

ขอบคุณ คุณ savor ที่บอกมาว่า ประชาชน คือ ประเทศชาติ สมเป็นนักนิติการเมืองโดยแท้
คุณ จึงมี นักการเมือง "ที่ดีของ( ท้องถิ่น) ชาติ"แล้ว .... จึงไม่ต้องขวนขวาย บ่นหานักการเมือง ที่ดีกว่าที่ประชาชนเลือก และตามบัญชีรายชื่อ ที่พรรคเลือกเหล่านี้ อีกแล้ว ใช่ป้ะ

เว็บ tpd.in.th ไม่ต้องไปสนใจ เพราะคนดี ๆ เหล่านี้ล้วนแต่ได้รับการจัดสรร และส่งมาจากสวรรค์ ทั้งนั้น ......ถูกไหมครับ

ต้องการคน ที่ซื่อสัตย์ สุจริต และ เสียสละที่แท้จริง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-11-2011, 09:50 PM
โพสต์ทั้งหมด: #107
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-11-2011 02:37 PM)วอน เขียน:  คุณsomponครับ "...๑ การเลือกตั้งเราสามารถเลือก คนที่ดีที่สุดที่มีให้เราเลือก หรือคนที่เลวน้อยที่สุดที่มีให้เราเลือก มันไม่มีอรหันต์มาเสนอตัวสมัครให้เราเลือกนี่คับ
๒ การเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่น้อยที่สุดสำหรับประชาธิปไตย ที่ต้องมีเพิ่มเติมคือการตรวจสอบ การมีส่วนร่วม่ของประชาชน
๓ รัฐบาลปู ก็เห็นด่า เห็นตรวจสอบกันระงม ทั้งแดง ทั้งเหลือง .."


ไม่เข้าใจว่า คำตอบของคุณ osmpon ข้างบนนี้ เป็นคำตอบข้อสงสัยของผมที่ว่า "....มีประชาชนสักกี่คน ที่สนใจพฤติกรรม ของ นักการเมือง ที่ตนเลือกเข้าไปในสภา... ขอรับ คุณ sompon เราจึงได้แต่ "นักเลือกตั้ง" แทน "นักการเมือง" และไม่มีใครโทษตนเองเลย ที่หลงเชื่อ ".....ไมใช่นักการเมืองมีแต อันธพาล นักเลง ผู้รับเหมา ตลกกะล่อนบนหลังคารถ......" ทุกสมัย เช่นที่คุณ sompon ว่า เสมอมา ! ! ! !

การมีส่วนร่วมของประชาน และการมีการตรวจสอบ ของประชาชนอย่างเข้มข้น ตามตัวอย่างที่คุณยกขึ้นมาอ้างนั้น หากมีจริง ก็เป็นบุญของท้องถิ่นนั้น ๆอย่างมากทีเดียว แต่ที่ได้เห็นมาแล้ว ส่วนมาก ไม่เป็นอย่างที่คุณ sompon ว่ามาเลย การโกงเริ่มตั้งแต่ การออกแบบ การกำหนดราคากลาง ฮั้วยื่นซองประมูล การควบคุมการก่อสร้าง การตรวจรับ และการถ่วงเวลาการจ่ายเงินค่าก่อสร้าง คุณ sompon บอกไม่สลับซับซ้อน และง่ายจะตายไป แต่ความจริง ไม่ง่ายเลยที่ประชาชนจะสอดแทรกตนเข้าไปในกระบวนการ โกงของ นักการเมือง และข้าราชการ

หากชุมชนเข้มแข็ง เช่นที่คุณ sompon ว่า มานั้น ผลงานก็น่าจะดีในระดับหนึ่งเท่านั้นเอง คุณเองยังยอมรับว่า ....คุณวอนไปอยู่ที่ไหนมา เพียงแต่ส่วนมากเป็นการตรวจสอบในระบบเราชการและทางสือเท่านั้น ไม่ลงลึกเท่าที่ควร.......


ประเด็น ข้อ 2 เห็นด้วยครับ ว่า ประชาธิปไตย เป็นกระบวนการปกครองที่ ไม่ใช่ดีที่สุด หากแต่เลวน้อยที่สุด
แต่ ประชาชนต้องเข้มแข็ง

คุณอ่านให้ดีจะเห็นว่า ผม สนับสนุน การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ( แต่ไม่เห็นรัฐบาลใดได้พยายามสร้าง......สักที แม้แต่คุณ somponก็มัวแต่โทษ การปฏิวัติ ๆ ๆ ๆ ๆ ทั้ง ๆที่มีนโยบายกระจายอำนาจลงไปให้ตำบล หมู่บ้านนานแล้ว แต่ประชาชนก็ไม่ยัก "แข็ง" สักที ...เพราะอะไร คงไม่ใช่เพราะการปฏิว้ติ น้ะครับ ! ! ! )
สำหรับข้อ 3 ที่คุณ sompon น้อยใจ ว่ารัฐบาลปู ถูกระดม ด่าระงม ทั้งเหลือง - แดง นั้น ไม่ขอวิจารณ์ เพราะ ไม่บังอาจตรวจสอบและด่า รัฐบาลนี้เลย ตั้งใจตั้งแต่วันแรกแล้วว่า จะรอ ให้รัฐบาลท่านปู ( มือใหม่ หัดขับ) ได้ทำงานไปสักหกเดือน จึงค่อยวิจารณ์ จึงมีบ้างเพราะเกิดวิกฤติน้ำท่วม ที่ได้ติงบ้างบางเรื่องบางประเด็น ที่คิดว่า น่าทำ แต่ท่านไม่ได้ทำ ก็ไม่ว่ากระไรกัน เมื่อได้ใช้สิทธิ์ ส่วนบุคคล"บ่น" นิดหน่อย ก็ผ่าน ๆไป
ถึงเวลานี้ คงจะไม่ทันได้วิจารณ์ แล้วมั้ง เพราะ ข่าวสับสนว่า มีการไปซักซ้อมกันที่สิงคโปร์ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีกันก่อนครบหกเดือน ? ?
คุณ sompon คงลืม ไปว่า มาเลย์ สิงคโปร์ เคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ มานานหลายปี อังกฤษเขาฝึกฝนประชาชนให้เคารพ เคร่งครัด ต่อระเบียบ กฏหมาย ต่างกับคนไทย ที่อิสระเสรี จนเคยตัว จนนึกว่า ประชาธิปไตย มีแต่ เสรีภาพ อิสระภาพ ของตนเอง

ขอบคุณ คุณ savor ที่บอกมาว่า ประชาชน คือ ประเทศชาติ สมเป็นนักนิติการเมืองโดยแท้
คุณ จึงมี นักการเมือง "ที่ดีของ( ท้องถิ่น) ชาติ"แล้ว .... จึงไม่ต้องขวนขวาย บ่นหานักการเมือง ที่ดีกว่าที่ประชาชนเลือก และตามบัญชีรายชื่อ ที่พรรคเลือกเหล่านี้ อีกแล้ว ใช่ป้ะ

เว็บ tpd.in.th ไม่ต้องไปสนใจ เพราะคนดี ๆ เหล่านี้ล้วนแต่ได้รับการจัดสรร และส่งมาจากสวรรค์ ทั้งนั้น ......ถูกไหมครับ

1. รู้ได้อย่างไรว่า " ประชาชนเขาไม่ตรวจสอบรัฐบาล "

ตัวอย่างชัดๆ เช่น รัฐบาลทักษิณ 1 บริหารได้ดีมาก เศรษฐกิจดี นโยบายทั้งเศรษฐกิจและสังคมเป็นผล ประชาชนจึงเลือกตั้งเข้าไปแบบถล่มทลาย จนได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียวครั้งแรกในประวัติศาสตร์

หรือตัวอย่างต่อมาก็ได้ รัฐบาลมาร์ค ได้เป็นรัฐบาลเพราะตัวช่วยจากอำนาจพิเศษ บริหารประเทศแหลกเหลว นโยบายไร้สาระ ไข่ชั่งกิโลขาย ประชาชนก็เลยทำโทษไม่เลือก ได้เสียงน้อยลงกว่าเดิม

2 กรณีนี้ไม่ใช่ตัวอย่างว่าประชาชนก็ตรวจสอบรัฐบาลอยู่ตลอดเวลาหรือ ???

2. ประชาธิปไตยเป็นการปกครองที่ดีที่สุดอย่างไม่มีทางเถียงได้ในเวลานี้ครับ

โดยเฉพาะเมื่อนับเรื่อง " ความชอบธรรม " ในความเป็นมนุษย์ ที่มนุษย์ทุกผู้ต้องเท่าเทียมกัน...

การปกครองระบอบอื่นๆ เช่น ระบอบเจ้า หรือระบอบเผด็จการ อาจยอมให้เด็กอมมือ เด็กทารก เข้ามาปกครองประเทศได้ ทั้งๆที่ไม่มีหลักประกันอะไรเลย แค่เป็นผู้สืบสายเลือดของผู้ปกครองคนก่อน คุณไม่คิดว่าเป็นเรื่องน่าสมเพชบ้างหรือครับที่คนทั้งประเทศจะต้องฝากชีวิตไว้กับเด็กทารก

3. ผมบอกไว้ตามข้อ 1. แล้วครับว่าประชาชนก็หาคนดีของตัวเอง พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆตลอดเวลา...

แต่คนดีที่ว่านั้น " ต้องมาตามวิถีทางประชาธิปไตย " เท่านั้นครับ...

ส่วนพวกที่ไม่ได้มาตามวิธีประชาธิปไตย ต่อให้อ้างว่าดีแค่ไหน มันก็ไม่ต่างจากปิศาจจากขุมนรกครับ...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-12-2011, 10:00 AM
โพสต์ทั้งหมด: #108
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
รู้สึกเริ่มแตกเป็นอีกประเด็น
แต่ขออาศัยกระทู้คุณ savor มาคุยกันในรูปแบบการปกครองซะหน่อย เพราะรูสึกคุณวอนยังคงสับสน

หัวข้อประชาธิปไตย
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(การแบ่งระบอบฉบับภาษาอังกฤษจะเป็นมาตรฐานสากลกว่ามาก เนื่องจากของไทยๆจะมีถ้อยคำประดิษฐ์อยู่มาก)

ระบอบการปกครอง
คณาธิปไตย
คุณธรรมนิยม
เจ้าขุนมูลนาย
โจราธิปไตย
จักรวรรดิ
ชนเผ่า
ฐานนิยม
เทวาธิปไตย
รัฐอิสลาม
ธนาธิปไตย
บรรษัทนิยม
ประชาธิปไตย
ประชาธิปไตยทางตรง
ประชาธิปไตยทางอ้อม
ฝูงชน
ฟาสซิสต์
ยนตราธิปไตย
รัฐสังคมนิยม
รัฐคอมมิวนิสต์
ระบบใช้อำนาจเด็ดขาด
เผด็จการ
อำนาจนิยม/เผด็จการทหาร
เผด็จการเบ็ดเสร็จ
ราชาธิปไตย
สมบูรณาญาสิทธิราชย์
ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
ราชาธิปไตยโดยประชานิยม
วิชาการนิยม
วิทยาการนิยม
ศักดินา
เศรษฐยาธิปไตย
สมุหาธิปไตย
สาธารณรัฐ
สหพันธรัฐ
สมาพันธรัฐ
อนุรัฐ
อิสรนิยม
อนาธิปไตย
อภิชนาธิปไตย
อัตตาธิปไตย
อำมาตยาธิปไตย
เอกาธิปไตย

ประชาธิปไตย (อังกฤษ: democracy) คือ ระบอบการปกครองของรัฐ ซึ่งบริหารอำนาจรัฐมาจากเสียงข้างมากของพลเมือง โดยพลเมืองอาจใช้อำนาจของตนโดยตรงหรือผ่านผู้แทนที่ตนเลือกไปใช้อำนาจแทนก็ได้ หรืออาจถือตามคำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา อับราฮัม ลินคอล์น ที่ว่า ประชาธิปไตยเป็น การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน นับเป็นรูปแบบการปกครองที่เกิดขึ้น ณ นครรัฐกรีกโบราณในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรุงเอเธนส์ภายหลังการก่อจลาจลเมื่อ 508 ปีก่อนคริสตกาล[1]
ในทฤษฎีทางการเมือง คำว่า "ประชาธิปไตย" สามารถหมายถึงทั้งระบอบการปกครองและปรัชญาการเมือง ซึ่งถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้ ประชาธิปไตยจะยังไม่มีการนิยามที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วกันก็ตาม[2] แต่ก็ได้ปรากฏให้เห็นหลักการสองหลักการที่ให้การนิยามคำว่า "ประชาธิปไตย" แล้ว คือ ความเสมอภาคและอิสรภาพ[3][4][5] หลักการดังกล่าวถูกสะท้อนให้เห็นผ่านทางความเสมอภาคทางกฎหมายของพลเมืองทุกคน และมีสิทธิเข้าถึงอำนาจโดยเท่าเทียมกัน ส่วนอิสรภาพได้มาจากสิทธิและเสรีภาพตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งจะได้รับการคุ้มครองเสมอกันโดยรัฐธรรมนูญ[4][5]

ศัพท์มูลวิทยา

คำว่า democracy ในภาษาอังกฤษมีรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณว่า "ดีมอคระเทีย" (กรีก: δημοκρατία (help·info), dēmokratía) ซึ่งหมายถึง "การปกครองโดยประชาชน" (popular government)[13] อันเป็นคำประสมระหว่างคำว่า "ดีมอส" (กรีก: δῆμος, demos) หมายถึง ประชาชน และ "คราทอส" (กรีก: κράτος, kratos) หมายถึง การปกครอง หรือ พละกำลัง
ส่วนในภาษาไทย คำว่า ประชาธิปไตย ประกอบด้วยคำว่า "ประชา" ซึ่งหมายถึง "ปวงชน" และ "อธิปไตย" ซึ่งหมายถึง "ความเป็นใหญ่" เมื่อรวมกันจึงหมายถึง "ความเป็นใหญ่ของปวงชน" ส่วนพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายว่า "แบบการปกครองที่ถือมติปวงชนเป็นใหญ่"[14]

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E...5%E0%B8%A2


คำนิยามมาตรฐานข้างต้นจาก Wikipedia เน้นให้เห็นความสำคัญของ
มติมหาชน ว่าเป็นที่มาของอำนาจรํฐ และพันธะสัญญาร่วมกันว่าจะอยู่ภายใต้อำนาจนั้น(สัญญประชาคม)

คุณวอนอย่าได้สงสัยในประเด็นมติมหาชนไปเลย


ประเด็นที่ยังเป็นจุดอ่อนของระบอบประชาธิปไตยนี้ยังมีอยู่แน่ แต่ต้องค่อยแก้ไขกันไป ด้วยพวกเราทุกคนนี่แหละ ถ้ายังจะปกครองกันในระบอบนี้

ถ้อยคำประดิษฐ์ที่น่าเศร้าใจเพื่อทำลายคุณค่าของมติมหาชนมีมากมายซึ่งต้องตามให้ทัน

"เลือกตั้ง 2 นาทีสถาปนาเผด็จการ 4 ปี" หลายคนฟังแล้วรู้สึกโดน
แต่ผมฟังได้แต่ปลง คิดได้อย่างไร คนพูดหรือคิดเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นความคิดภายในที่ไม่ยอมรับหลักสิทธิ เสมอภาคและเสรีภาพอย่างชัดเจน ซ้ำยังเป็นพวกแพ้แล้วไม่มีน้ำใจนักกีฬา เมื่อคนที่ตนเองเชียร์ไม่ได้รับเลือก เป็นวาทะของผู้ที่แพ้ในกติกา แล้วจงใจเหยียบย่ำกติกา อยากใช้กระบวนการใหม่เช่นให้แต้มต่อ 70/30 เป็นต้น

อันที่จริงการจรดปากกาขีดกากบาทอาจใช้เวลาเพียง 2นาที แต่กระบวนการตรึกตรองก่อนจรดปากกานั้นอย่างน้อยก็ 45 วันก่อนแล้วในช่วงที่พรรคการเมืองนำเสนอนโยบาย หรืออาจย้อยหลังไปเป็นปีๆ พิจารณาจากผลงานที่แล้วมาว่า "ดีแต่พูด"หรือไม่

แต่ถ้าคุณวอนเห็นว่าระบอบประชาธิปไตย ไม่เหมาะสมก็ให้นำเสนอ ระบอบใหม่ที่คิดว่าน่าจะเหมาะสม ถ้ามีผู้สนับสนุนจำนวนมากพอ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละครับ เช่น เสนอให้คนดี คนที่ถูกเตรียมการมาเป็นอย่างดี ขั้นต่ำต้องจบอ๊อกซฟอร์ด ปกครอง ก็เป็นอภิชนาธิปไตย (Aristocracy) ถ้าคิดว่าควรจะปกครองโดยคนคนเดียวเป็นใหญ่ในใต้หล้า ก็เป็นสมบูรณาญาสิทธิราช (Monarchy)

ศึกษา ไตร่ตรองให้แน่ๆ แล้วนำเสนอเลยครับ แต่
อย่าสับสนเอง แอบอ้างใช้ชื่อประชาธิปไตยแต่สอดไส้เป็นอย่างอื่น จะทำให้ตนเอง คนอื่นและสังคมสับสนได้ครับ


หน้าที่ย่อมถือดวง- ประทีปแจ้งแก่มวลชน
เบิกทางแห่งเหตุผล เพื่อหักล้างความงมงาย
หากลมพัดอึงอื้อ จงหยัดถือ แม้นวับหาย
เปลวเพลิงเพียงประกาย ก็จักกลับมาโหมแดง
********************************
อำนาจสูงสุด เป็นของราษฎรทั้งหลาย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-12-2011, 11:25 AM
โพสต์ทั้งหมด: #109
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
คุณวอน.

สั้นๆน่ะ.. ในระบบที่แก๊งเหี้ยครองเมืองแบบเดี๋ยวนี้ นักการเมืองที่ดีเกิดไม่ได้ เหมือน ต้นไม้ที่ขึ้นในทะเลทรายมีแต่ต้นกระบองเพชร กับ ไม้ประโยชน์น้อย

""""""""ปัญหามันเกิดเพราะแก๊งเหี้ย ถ้าประชาชนไม่ไล่แก๊งเหี้ย มันก็เป็นแบบนี้"""""


เสื้อแดงกำลังไล่แก๊งเหี้ยอยู่ ............
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-12-2011, 02:58 PM
โพสต์ทั้งหมด: #110
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ถ้าคุณสามารถยอมรับในความเป็นเสียงข้างน้อยของคุณได้เมื่อไหร่ วันนั้น ประชาธิปไตย จึงเบ่งบาน

แต่ ถ้าคุณยังหลงงมงายกับความเชื่อที่ว่า เราคือเสียงข้างมากจะทำอะไรก็ได้ อันนี้มันความคิดเผด็จการแอบแฝง

การจะแก้ไข "กฏหมาย" ก็ ต้องให้ "คน" ไปแก้ใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้น แก้ไขที่ "คน" ก่อนดีมั้ย ทุกวันนี้ พวกเรา ทะเลาะกัน เพียงแค่ว่า "เชื่อ" กับ "ไม่เชื่อ" แค่นั้นเอง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-12-2011, 04:01 PM
โพสต์ทั้งหมด: #111
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-12-2011 02:58 PM)Phornthep เขียน:  ถ้าคุณสามารถยอมรับในความเป็นเสียงข้างน้อยของคุณได้เมื่อไหร่ วันนั้น ประชาธิปไตย จึงเบ่งบาน

แต่ ถ้าคุณยังหลงงมงายกับความเชื่อที่ว่า เราคือเสียงข้างมากจะทำอะไรก็ได้ อันนี้มันความคิดเผด็จการแอบแฝง

ปัญหาในวันนี้ ไม่ใช่เกิดจากเสียงส่วนใหญ่จะทำอะไรก็ได้....

แต่.ปัญหามันอยู่ที่ เสียงข้างน้อยใช้อำนาจ ตะเหี้ย ศาล ต่อสู้กับเสียงข้างมากที่นิยม..ต้องการประชาธิปไตย

"สิ่งที่เสื้อแดงเรียกร้องมันเป็นเหตุเป็นผลตามคติประชาธิปไตยสากล

แต่ฝ่ายคลั่ง่จ้าวเรียกร้อง.. รปห. นายก ม.เจ็ด เลือกตั้งเจ็ดสิบสามสิบ
ถวายคืน พระราชอำนาจ

""""""""""ปัญหามันอยู่ที่เสียงส่วนน้อย พวกคลั่งจ้าว น่ะ""""""
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-13-2011, 08:43 AM
โพสต์ทั้งหมด: #112
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-12-2011 04:01 PM)sompon เขียน:  
(12-12-2011 02:58 PM)Phornthep เขียน:  ถ้าคุณสามารถยอมรับในความเป็นเสียงข้างน้อยของคุณได้เมื่อไหร่ วันนั้น ประชาธิปไตย จึงเบ่งบาน

แต่ ถ้าคุณยังหลงงมงายกับความเชื่อที่ว่า เราคือเสียงข้างมากจะทำอะไรก็ได้ อันนี้มันความคิดเผด็จการแอบแฝง

ปัญหาในวันนี้ ไม่ใช่เกิดจากเสียงส่วนใหญ่จะทำอะไรก็ได้....

แต่.ปัญหามันอยู่ที่ เสียงข้างน้อยใช้อำนาจ ตะเหี้ย ศาล ต่อสู้กับเสียงข้างมากที่นิยม..ต้องการประชาธิปไตย

"สิ่งที่เสื้อแดงเรียกร้องมันเป็นเหตุเป็นผลตามคติประชาธิปไตยสากล

แต่ฝ่ายคลั่ง่จ้าวเรียกร้อง.. รปห. นายก ม.เจ็ด เลือกตั้งเจ็ดสิบสามสิบ
ถวายคืน พระราชอำนาจ

""""""""""ปัญหามันอยู่ที่เสียงส่วนน้อย พวกคลั่งจ้าว น่ะ""""""

แล้ว คนที่
ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร
ไม่เอานายกพระราชทาน
ส่งเสริมมติจากการเลือกตั้งและการลงมติผ่านรัฐสภา
ศรัทธาสถาบันพระมหากษัตริย์

จะอยู่ตรงไหนของสังคม และ คนเหล่านี้ นับว่าเป็น เสียงข้างน้อย หรือมาก

เพราะ เรา ไม่ได้มีเสียงข้างน้อย หรือ เสียงข้างมาก โดยสมบูรณ์ จะมีก็ เพียง เฉพาะเรื่องใด เรื่องนึง เท่านั้น

ผมเชื่อว่า คนไทย แทบจะทั้งประเทศ ไม่เอารัฐประหาร ในขณะที่ คนไทยแทบจะทั้งประเทศยังคงต้ัองการให้มีสถาบันกษัตริย์ คงอยู่

ทีนี้ ถ้า คนที่มีความต้องการ อย่างที่ว่า เค้า มี สถานะเป็น ประชาธิปไตย หรือ เผด็จการ เหรอครับ

การจะแก้ไข "กฏหมาย" ก็ ต้องให้ "คน" ไปแก้ใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้น แก้ไขที่ "คน" ก่อนดีมั้ย ทุกวันนี้ พวกเรา ทะเลาะกัน เพียงแค่ว่า "เชื่อ" กับ "ไม่เชื่อ" แค่นั้นเอง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-13-2011, 12:06 PM
โพสต์ทั้งหมด: #113
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-13-2011 08:43 AM)Phornthep เขียน:  
(12-12-2011 04:01 PM)sompon เขียน:  
(12-12-2011 02:58 PM)Phornthep เขียน:  ถ้าคุณสามารถยอมรับในความเป็นเสียงข้างน้อยของคุณได้เมื่อไหร่ วันนั้น ประชาธิปไตย จึงเบ่งบาน

แต่ ถ้าคุณยังหลงงมงายกับความเชื่อที่ว่า เราคือเสียงข้างมากจะทำอะไรก็ได้ อันนี้มันความคิดเผด็จการแอบแฝง

ปัญหาในวันนี้ ไม่ใช่เกิดจากเสียงส่วนใหญ่จะทำอะไรก็ได้....

แต่.ปัญหามันอยู่ที่ เสียงข้างน้อยใช้อำนาจ ตะเหี้ย ศาล ต่อสู้กับเสียงข้างมากที่นิยม..ต้องการประชาธิปไตย

"สิ่งที่เสื้อแดงเรียกร้องมันเป็นเหตุเป็นผลตามคติประชาธิปไตยสากล

แต่ฝ่ายคลั่ง่จ้าวเรียกร้อง.. รปห. นายก ม.เจ็ด เลือกตั้งเจ็ดสิบสามสิบ
ถวายคืน พระราชอำนาจ

""""""""""ปัญหามันอยู่ที่เสียงส่วนน้อย พวกคลั่งจ้าว น่ะ""""""

แล้ว คนที่
ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร
ไม่เอานายกพระราชทาน
ส่งเสริมมติจากการเลือกตั้งและการลงมติผ่านรัฐสภา
ศรัทธาสถาบันพระมหากษัตริย์

จะอยู่ตรงไหนของสังคม และ คนเหล่านี้ นับว่าเป็น เสียงข้างน้อย หรือมาก

เพราะ เรา ไม่ได้มีเสียงข้างน้อย หรือ เสียงข้างมาก โดยสมบูรณ์ จะมีก็ เพียง เฉพาะเรื่องใด เรื่องนึง เท่านั้น

ผมเชื่อว่า คนไทย แทบจะทั้งประเทศ ไม่เอารัฐประหาร ในขณะที่ คนไทยแทบจะทั้งประเทศยังคงต้ัองการให้มีสถาบันกษัตริย์ คงอยู่

ทีนี้ ถ้า คนที่มีความต้องการ อย่างที่ว่า เค้า มี สถานะเป็น ประชาธิปไตย หรือ เผด็จการ เหรอครับ

ผมชอบอะไรที่มันชัดเจนน่ะฉนั้น

๑ ไอ้ที่คุนว่า"""แต่ ถ้าคุณยังหลงงมงายกับความเชื่อที่ว่า เราคือเสียงข้างมากจะทำอะไรก็ได้ อันนี้มันความคิดเผด็จการแอบแฝง"""""

..คุณหมายถึงฝ่ายใด... ฝ่ายพท. เสื้อแดง ไปทำอะไรนอกค่านิยมประชาธิปไตยสากลโลกหรือเปล่า(จะว่าร้อนตัวก็ได้น่ะ) เห็นมีแต่สลิ่ม คลั่งจ้าว เสื้อเหลือง ทำนอกค่านิยมประชาธิปไตยสากล

๒ "รัก"" คลั่ง....มันแยกออกง่ายนิดเดียว ไอ้ที่เรียกร้อง รปห. นายก ม.เจ็ด เลือกตั้งเจ็ดสิบสามสิบถวายคืน พระราชอำนาจ มันเรียกว่า"คลั่ง"แล้ว

แถมคลั่งแบบไร้สมองซะด้วย...ไม่ได้ดูประวัติศาตร์เลยว่า.. ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ก่อน ๒๔๗๕ มันไร้ประสิทธิภาพเพียงใด ยึ่งต้นลอห้าย้อนหลังขึ้นไป เรียกว่า โครตบัดซบเลยก็ว่าได้
ส่วนพวกคลั่งจ้าวมีมากแค่ไหน ก็ดูได้ จากผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

๓ ประชาธิปไตย มันหมายความว่าอะไร??? ถ้าอำนาจอธิปไตยมันอยู่ในมือประชาชนเต็มร้อย มันก็ประชาธิปไตยเต็มร้อย แต่ทุกประเทศ มันมีตัวแบ่งมากบ้างน้อยบ้านแล้วแต่ แม้อังกฤษเองก็ไม่เต็มร้อย แต่ไกล้ร้อย
เพราะมี จารีตประเภนี ต่อสถาบัน มาเป็นตัวแบ่ง อำนาจนี้ไป

เมกาเอง ก็มีตัวแบ่ง ไป เช่น กลุ่มล็อบบี้ยิสต่างๆ


""""""""""""""""""""ผมผิดหวังมากที่คนไทยจำนวนมากจากเปลือกนอกดูจะมีการศึกษา

แต่ดันไม่รู้ว่า..รัก.กับ คลั่ง มันต่างกันอย่างไร....ประชาธิปไตย มันคืออะไร??

"""""""""""
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-13-2011, 12:10 PM
โพสต์ทั้งหมด: #114
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-13-2011 08:43 AM)Phornthep เขียน:  
(12-12-2011 04:01 PM)sompon เขียน:  
(12-12-2011 02:58 PM)Phornthep เขียน:  ถ้าคุณสามารถยอมรับในความเป็นเสียงข้างน้อยของคุณได้เมื่อไหร่ วันนั้น ประชาธิปไตย จึงเบ่งบาน

แต่ ถ้าคุณยังหลงงมงายกับความเชื่อที่ว่า เราคือเสียงข้างมากจะทำอะไรก็ได้ อันนี้มันความคิดเผด็จการแอบแฝง

ปัญหาในวันนี้ ไม่ใช่เกิดจากเสียงส่วนใหญ่จะทำอะไรก็ได้....

แต่.ปัญหามันอยู่ที่ เสียงข้างน้อยใช้อำนาจ ตะเหี้ย ศาล ต่อสู้กับเสียงข้างมากที่นิยม..ต้องการประชาธิปไตย

"สิ่งที่เสื้อแดงเรียกร้องมันเป็นเหตุเป็นผลตามคติประชาธิปไตยสากล

แต่ฝ่ายคลั่ง่จ้าวเรียกร้อง.. รปห. นายก ม.เจ็ด เลือกตั้งเจ็ดสิบสามสิบ
ถวายคืน พระราชอำนาจ

""""""""""ปัญหามันอยู่ที่เสียงส่วนน้อย พวกคลั่งจ้าว น่ะ""""""

แล้ว คนที่
ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร
ไม่เอานายกพระราชทาน
ส่งเสริมมติจากการเลือกตั้งและการลงมติผ่านรัฐสภา
ศรัทธาสถาบันพระมหากษัตริย์

จะอยู่ตรงไหนของสังคม และ คนเหล่านี้ นับว่าเป็น เสียงข้างน้อย หรือมาก

เพราะ เรา ไม่ได้มีเสียงข้างน้อย หรือ เสียงข้างมาก โดยสมบูรณ์ จะมีก็ เพียง เฉพาะเรื่องใด เรื่องนึง เท่านั้น

ผมเชื่อว่า คนไทย แทบจะทั้งประเทศ ไม่เอารัฐประหาร ในขณะที่ คนไทยแทบจะทั้งประเทศยังคงต้ัองการให้มีสถาบันกษัตริย์ คงอยู่

ทีนี้ ถ้า คนที่มีความต้องการ อย่างที่ว่า เค้า มี สถานะเป็น ประชาธิปไตย หรือ เผด็จการ เหรอครับ

ศรัทธาแบบไหนล่ะครับ ???

ศรัทธาและต้องการให้มีสถาบันกษัตริย์แบบ สวีเดน , เดนมาร์ก , ญี่ปุ่น

หรือศรัทธาแบบ " กึ่งสมบูรณาญาสิทธิราชย์ " แบบประชาธิปไตยอย่างไทยๆ ที่เคยเป็นมา...

ปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร...

ปัญหาคือ คนกลุ่มแรกที่ต้องการให้มีสถาบันแบบสากล จะโดนกล่าวหาว่า " ล้มเจ้า " ไปหมดครับ

โดยการสร้างชุดความคิดที่ว่า จะรักสถาบันต้องรักในแบบที่สอง ต้องรักในแบบที่เป็นกึ่งๆสมบูรณาญาฯ เท่านั้น...

เช่นนี้มันถูกต้องแล้วหรือ...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-13-2011, 12:22 PM
โพสต์ทั้งหมด: #115
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
แถมให้..

ส่วนใครจะรักใครชอบใคร ผมไม่อยากสนใจ เพราะ ความรัก

มันเป็นเรื่องไม่แน่นอน ไม่เป็นเหตุเป็นผล มันขึ้นอยู่กับหลายเหตุหลายปัจจัยทั้งมีเหตุผลที่แท้จริง

ชัดเจน หรือเหตุผลที่ยังพิสูจน์ไม่ได้

ผมสนใจในแง่.๑ อะไรจริง อะไรเท็จ ๒ อะไรคือความยุติธรรม ๓ ผลประโยชน์ของส่วนรวมต้องอยู่เหนือผลประโยชน์ใดๆ ๔ อำนาจอธิปไตยอยู่ที่ประชาชนแล้ว แค่ไหนอย่างไร อะไรที่ยังขาดอยู่
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-13-2011, 12:26 PM
โพสต์ทั้งหมด: #116
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...


โดยการสร้างชุดความคิดที่ว่า จะรักสถาบันต้องรักในแบบที่สอง ต้องรักในแบบที่เป็นกึ่งๆสมบูรณาญาฯ เท่านั้น...

เช่นนี้มันถูกต้องแล้วหรือ...
[/quote]

บางคนมันอ้างพ่อขุนรามเลยน่ะนั่น คุณ savor ดูเอาเถอะ

พ่อขุนรามคงไม่ใช่กึ่งสมบูรณาญาสิทธิราช กระมังคัฟฟฟฟฟ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-13-2011, 12:54 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-13-2011 12:55 PM โดย savor.)
โพสต์ทั้งหมด: #117
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-13-2011 12:26 PM)sompon เขียน:  
(12-13-2011 12:10 PM)savor เขียน:  โดยการสร้างชุดความคิดที่ว่า จะรักสถาบันต้องรักในแบบที่สอง ต้องรักในแบบที่เป็นกึ่งๆสมบูรณาญาฯ เท่านั้น...

เช่นนี้มันถูกต้องแล้วหรือ...

บางคนมันอ้างพ่อขุนรามเลยน่ะนั่น คุณ savor ดูเอาเถอะ

พ่อขุนรามคงไม่ใช่กึ่งสมบูรณาญาสิทธิราช กระมังคัฟฟฟฟฟ

ทั้งๆที่สถาบันกษัตริย์ไทยในปัจจุบันก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับพ่อขุนรามฯเลย...

แล้วความจริงความรู้สึกของคนไทยต่อสถาบันในสมัยก่อน ก็ไม่ได้เป็นแบบซาบซึ้งน้ำหูน้ำตาไหลอย่างปัจจุบันด้วย แต่จะเป็นแบบ " ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน " คือเจ้าก็อยู่ส่วนเจ้า ไพร่ก็อยู่ส่วนไพร่ มากกว่า...

( ไม่เชื่อลองมีคนไปเรียกกษัตริย์ในสมัยสมบูรณาญาฯว่า " พ่อ " ดูสิ โชคดีหน่อยก็แค่โดนโบย ซวยหน่อยก็คอขาดล่ะ )

แต่ทำไมถึงต้องมีการพูดกรอกหูอยู่ตลอดว่า " สถาบันกษัตริย์ผูกพันกับไทยมายาวนาน คนไทยใกล้ชิดสถาบันมานับร้อยนับพันปี " เพราะสถาบันกษัตริย์ในสมัยก่อนกับเวลานี้มันไม่เหมือนกัน อยู่คนละราชวงศ์กันแล้ว เผลอๆบรรพบุรุษผมก็ไม่ได้อยู่ในอาณาจักรของพ่อขุนรามด้วยซ้ำ

แล้วทำไมถึงเอามาโยงกัน ??? ทำไมต้องสร้างชุดความคิดผิดๆอะไรแบบนี้ ???
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-13-2011, 01:52 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-13-2011 02:05 PM โดย วอน.)
โพสต์ทั้งหมด: #118
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
อ่านมาตั้งร้อย ความเห็น ยังสรุป ไม่ได้เลยว่า " ควาถูกต้อง" ของคุณ somponคุณ savor มันอยู่ตรงไหนของสังคม เห็นแต่การอ้างเสียงข้างมาก ซึ่ง แท้จริงแล้ว ใครบอกได้บ้างว่า ใช่ - ไม่ใช่ ในเมื่อยังไม่มีประชามติในเรื่องนี้อย่างชัดเจน

ก่อนลืม อยากถามคุณ sompon ว่า มาตรา 7 ที่ท่านอ้างอิง และใช้ด่าอภิสิทธิ์ กันมาตลอดเวลานี้นั้น มีบัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ 2540 จริง ไหม ? ? ? ?

หรือ อภิสิทธิ์ คิดขึ้นมาเอง เมื่ออภิสิทธิ์ เสนอต่อสังคม แต่ในหลวงไม่เห็นชอบด้วย ท่านตรัสว่า มันไม่เป็นประชาธิปไตย

คุณ sompon คิดไหมว่า ทำไมรัฐธรรมนูญ( ฉบับของประชาชน) บัญญัติ สิ่งที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยลงไปไว้ คุณsompon และผู้ร่างรัฐธรรมนูญ เข้าใจ "ประชาธิปไตย" จริงๆแล้วหรือไม่อย่างไร ? ? ?


คุณ savor ก้อถนัดเล่นคำซ้ะเหลือเกิน สมเป็นนักการเมืองและนักนิติศาสตร์ ทีระดับทีเดียว จนไม่รู้ว่า คนไทยทั้งประเทศเขารู้กันทั่วว่า สมัยรามคำแหง กับรัตนโกสินทร์ เป็นคนละราชวงศ์ แต่ที่ประชาชนเกือบหมด( เชื่อว่า.....เกือบหมดเป็นส่วนใหญ่ของประชากรไทย ) ทั้งประเทศ ที่เลื่อมใสศัทธาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หาใช่เพราะการสืบสันตติวงศ์ หาใช่เพราะความใกล้ชิดเคยชินกับราชวงศ์มานานเป็นร้อย - พันปีไม่

ประชาชนจำนวนไม่ใข่น้อยที่ เกิดไม่ทันวันที่พระราชา รัชชการที่ ๙ พระองค์นี้ขึ้นครองราชตามมติคณะรัฐมนตรีด้วยซ้ำ

แต่ด้วยพระกรณียกิจ และความเสียสละใหญ่หลวง ที่ในหลวงพระองค์นี้บำเพ็ญต่อ ประชากรทั้งประเทศ ไม่เลือกเพศชั้น วรรณะ ศาสนา ประจักษ์ แก่ประชากรทั้งหมดชัดเจน

ทุกคนที่แม้จะเคยได้รับผล หรือ ไม่เคยรับผลจกงานของพระองค์ท่าน ก็ต่างรู้สึก และรักภักดีต่อในหลวงท่าน จากงานของพระองค์ท่าน ที่ยังประจักษ์ชัด คงไม่ใช่ผลการประชาสัมพันธ์ หรอกครับ

ติดใจ ความเห็น ที่ 109 ของท่าน sompon ที่ว่า "......สั้นๆน่ะ.. ในระบบที่แก๊งเหี้ยครองเมืองแบบเดี๋ยวนี้ นักการเมืองที่ดีเกิดไม่ได้ เหมือน ต้นไม้ที่ขึ้นในทะเลทรายมีแต่ต้นกระบองเพชร กับ ไม้ประโยชน์น้อย...."

งง...ขอรับ ไม่เข้าใจความหมายแท้จริง ว่า ปัจจุบัน เรามีรัฐบาลที่เป็น " แก๊งเหี้ย" บริหารอยู่นี้ จริง ๆหรือ ? ?
เรา" เคย" มีนักการเมือง ที่ " ดี" จริงหรือ ? ?
และมีนักการเมืองที่ดี เกิดมาบ้างแล้วหรือ ? ?

ประชาชนเขาลงมติเลือกรัฐบาล"เพื่อไทย" ตามนโยบาย ที่พรรคเพื่อไทยบอกให้สัญญาไว้ว่า
1.”สร้างรายได้”ผ่านทางโครงการ เมกะโปรเจกท์ การลงทุนภาครัฐ เพื่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่ม
2. โครงการ พักหนี้เกษตรกรและคนยากจน วงเงินหนี้ไม่เกิน 5 แสน บาท
3.นโยบายรับจำนำข้าว จะช่วยให้ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้น
4.การปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท
5. การสร้างหลักประกันบัณฑิตจบใหม่ มีเงินเดือนเริ่มต้นที่ 15,000บาท
6.นโยบายกองทุนตั้งตัวได้ ให้ผู้ประกอบการายย่อยใหม่ ๆให้เริ่มต้นธุรกิจ โดยวางเงินงบประมาณไว้ 1,000ล้านบาท ( ไม่ใช่เป็นการแจกเงิน )
7. ปัญหาภาคขนส่ง
ก. รถไฟรางคู่กระจายไปทั่วภูมิภาค
ข. รถไฟฟ้า 10สาย จ่าย 20 บาท
ค. รถไฟความเร็วสูง จากกรุงเทพ – เชียงใหม่ โคราช หัวหิน
ง. แอร์พอร์ตลิ้งค์ เชื่อมไปถึงฉะเชิงเทรา ชลบุรี พัทยา
8.เพิ่มรายได้เกษตรกร
ก. รัฐลงทุนเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อเพิ่มผลผลิต
ข. จะนำระบบ ไอ ที บริหารจัดการเรื่องข้าว เพื่อไม่ให้ผลผลิตล้นตลาด
ค.ด้านราคา จะใช้ระบบจำนำ โดยประกันราคาข้าวเปลือกที่ 1.5หมื่นบาท และข้าวหอมมะลิที่ 2 หมื่น บาท
ง. ยึดนโยบาย เครดิตการฺด์เกษตรกร เพื่อให้ซื้อปัจจัยการผลิต
8.ตอนนี้ประชาชนมีเงินออมมาก แต่ไม่กล้าจ่าย เพราะไม่มั่นใจ ดังนั้นจึงต้องคิดถึงการลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 23% ในปีแรก และลดลงเหลือ 20% ในปีที่สอง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวในตอนท้ายยืนยันว่า หากได้เป็นรัฐบาล สามอย่างแรกที่จะทำคือ 1. การลดภาษีนิติบุคคล 2. เพิ่มรายได้เกษตรกร และ 3. บัตรเครดิตเกษตรกร

กล่าวรับรองที่สภาสตรีแห่งชาติ ว่าจะให้งบประมาณแก่ สภาสตรี จังหวัดละ 100ล้านบาท
10 มิ.ย. 54

ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ได้เลือก "เหี้ย" ให้มาบริหารประเทศสักหน่อย ประชาชนคงปล่อยให้ผสมพันธุ์กันในสระหน้าทำเนียบต่อไป โดยไม่รบกวนล่ะมั้ง

ประชาชนเขาต้องการสิ่งที่ ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย เสนอ ไม่ได้ต้องการสิ่งที่ เสื้อแดงเสนอ จึงได้ลงประชามติเลือกพรรคเพื่อไทย...........รู้ไว้เสียด้วย...อิ อิ

ต้องการคน ที่ซื่อสัตย์ สุจริต และ เสียสละที่แท้จริง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-13-2011, 02:56 PM
โพสต์ทั้งหมด: #119
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ก็ถ้าข้ออ้างที่ว่า คนแทบทั้งหมดในประเทศรักสถาบัน เป็นเพราะความศรัทธาจากก้นบึ้งในจิตใจ ไม่ต้องมีการบีบบังคับใดๆทั้งสิ้น...

ถ้าข้ออ้างนี้เป็นจริงทั้งหมดเลยนะ...

แล้วจะมี ม.112 ไว้ทำไม ?

แล้วจะมีรัฐธรรมนูญมาตรา 8 ไว้ทำไม ?

แล้วจะมีการประชาสัมพันธ์ด้านเดียวทำไม ?

ก็ในเมื่อต่อให้ไม่มีสิ่งเหล่านี้แล้ว ประชาชนก็ยังคงรักเคารพสถาบันเหมือนเดิมมิใช่หรือ...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-14-2011, 12:04 AM
โพสต์ทั้งหมด: #120
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ผมเชื่อ(ของผมเอง)ว่าคุณวอน เป็น เสื้อแดงน่ะ เพราะเนียนมาทำให้เสื้อแดงเกลียดสลิ่ม...เอาไว้ว่างๆ ผมจะทำแบบคุณวอนมั่ง๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ เปลืองสมองน้อยแต่ได้ผลมาก ดีกว่าอุตส่าหาข้อมูลมาตอบโต้อีก ถ้ามีแบบคุณวอนเยอะๆ เสื้อแดงเต็มเมืองแน่ๆ

เอ..แต่พักนี้ คุณเดฟหายไปน่ะ...(ขานี้ ไอคิวสูงลิ่ว สุภาพเหมือนคุณวอนอีกตางหากชักคิดถึง)

๑ ประชามติ ไม่ว่าบรรยากาศไหนก็ตาม...ผมก็ยังอยากดูน่ะ ความนิยมอะไรก็แล้วแต่ มันเป็นอนัตา ไม่

จีรังยั่งยืน มีขึ้นมีลงน่ะ ผมก็มนุษย์ ธรรมชาติมนุษย์ก็อยากรู้เหมือนกันและว่าอะไรเป็นอะไร

๒ ไม่มีรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนแท้ๆดอกคับ แม้แต่ ปี๔๐ มันต้องประณีประนอมกันมาทั้งนั้น

คงไม่มีใครโง่ไปคิดว่า รธน๔๐ เป็นประชาธิปไตย ร้อยเปอร์เซ็นใช่ไหม

๓ ส่วนเรื่องอื่นคุณ savor ตอบในคห๑๑๙ ไปแล้ว( ด้วยความอืดอัด๕๕๕๕)


"""""""""""""""คุณวอนเก่งจัง ที่สรรหาคำถาม ที่ง่ายๆ หมูๆ แต่

ตอบโครตยากในบอร์ด บ้านราษฏร"""""""""""""""""""แถมตอบแล้วต้องตรวจทานแก้กันสี่ห้ารอบ

แต่เอาเหอะ คิดว่าเป็น การลับสมอง
ว่ะ แต่ไม่ใช้สำหรับคุณวอนน่ะ เพราะ

สำหรับคุณวอน คุณเดฟ อะไรๆ ก็รู้อยู่แก่ใจแล้วหละ ผมก็ตอบไปงั้น

เผื่อสลิ่มหลงเข้ามามั่ง แล้ว บอร์ดเราจะได้ลับสมองกันด้วย ไว้ไปโต้กับสลิ่ม
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-14-2011, 12:08 AM
โพสต์ทั้งหมด: #121
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ใครอย่าไปกดลบให้ คุณวอน คุณเดฟเลย

เดี๋ยวแกก็ขำขี้แตกขี้แตน
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-14-2011, 08:23 AM
โพสต์ทั้งหมด: #122
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-13-2011 02:56 PM)savor เขียน:  ก็ถ้าข้ออ้างที่ว่า คนแทบทั้งหมดในประเทศรักสถาบัน เป็นเพราะความศรัทธาจากก้นบึ้งในจิตใจ ไม่ต้องมีการบีบบังคับใดๆทั้งสิ้น...

ถ้าข้ออ้างนี้เป็นจริงทั้งหมดเลยนะ...

แล้วจะมี ม.112 ไว้ทำไม ?

แล้วจะมีรัฐธรรมนูญมาตรา 8 ไว้ทำไม ?

แล้วจะมีการประชาสัมพันธ์ด้านเดียวทำไม ?

ก็ในเมื่อต่อให้ไม่มีสิ่งเหล่านี้แล้ว ประชาชนก็ยังคงรักเคารพสถาบันเหมือนเดิมมิใช่หรือ...

นั่นนะซิ !

เครื่องมือเหล่านี้ใครเป็นผู้ใช้

ใช้เพื่อประโยชน์ของใคร

ใช้ไปทำไม

ถ้าตอบได้ถูกต้องก็มุ่งไปที่นั่นเลย

เครื่องมือทุกอย่าง มีทั้งคุณและโทษ มันอยู่ที่ผู้ใช้

ไม่ต้องมาย้อนถามผมกลับเพราะผมไม่รู้และเช่นเดียวกันไม่รู้ก็ไม่ตอบก็ได้จะได้ทราบกันว่า..

ที่กำลังทำอยู่เป็นเพียง ตีวัวกระทบคราด

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-14-2011, 09:16 AM
โพสต์ทั้งหมด: #123
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-13-2011 12:10 PM)savor เขียน:  
(12-13-2011 08:43 AM)Phornthep เขียน:  
(12-12-2011 04:01 PM)sompon เขียน:  
(12-12-2011 02:58 PM)Phornthep เขียน:  ถ้าคุณสามารถยอมรับในความเป็นเสียงข้างน้อยของคุณได้เมื่อไหร่ วันนั้น ประชาธิปไตย จึงเบ่งบาน

แต่ ถ้าคุณยังหลงงมงายกับความเชื่อที่ว่า เราคือเสียงข้างมากจะทำอะไรก็ได้ อันนี้มันความคิดเผด็จการแอบแฝง

ปัญหาในวันนี้ ไม่ใช่เกิดจากเสียงส่วนใหญ่จะทำอะไรก็ได้....

แต่.ปัญหามันอยู่ที่ เสียงข้างน้อยใช้อำนาจ ตะเหี้ย ศาล ต่อสู้กับเสียงข้างมากที่นิยม..ต้องการประชาธิปไตย

"สิ่งที่เสื้อแดงเรียกร้องมันเป็นเหตุเป็นผลตามคติประชาธิปไตยสากล

แต่ฝ่ายคลั่ง่จ้าวเรียกร้อง.. รปห. นายก ม.เจ็ด เลือกตั้งเจ็ดสิบสามสิบ
ถวายคืน พระราชอำนาจ

""""""""""ปัญหามันอยู่ที่เสียงส่วนน้อย พวกคลั่งจ้าว น่ะ""""""

แล้ว คนที่
ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร
ไม่เอานายกพระราชทาน
ส่งเสริมมติจากการเลือกตั้งและการลงมติผ่านรัฐสภา
ศรัทธาสถาบันพระมหากษัตริย์

จะอยู่ตรงไหนของสังคม และ คนเหล่านี้ นับว่าเป็น เสียงข้างน้อย หรือมาก

เพราะ เรา ไม่ได้มีเสียงข้างน้อย หรือ เสียงข้างมาก โดยสมบูรณ์ จะมีก็ เพียง เฉพาะเรื่องใด เรื่องนึง เท่านั้น

ผมเชื่อว่า คนไทย แทบจะทั้งประเทศ ไม่เอารัฐประหาร ในขณะที่ คนไทยแทบจะทั้งประเทศยังคงต้ัองการให้มีสถาบันกษัตริย์ คงอยู่

ทีนี้ ถ้า คนที่มีความต้องการ อย่างที่ว่า เค้า มี สถานะเป็น ประชาธิปไตย หรือ เผด็จการ เหรอครับ

ศรัทธาแบบไหนล่ะครับ ???

ศรัทธาและต้องการให้มีสถาบันกษัตริย์แบบ สวีเดน , เดนมาร์ก , ญี่ปุ่น

หรือศรัทธาแบบ " กึ่งสมบูรณาญาสิทธิราชย์ " แบบประชาธิปไตยอย่างไทยๆ ที่เคยเป็นมา...

ปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร...

ปัญหาคือ คนกลุ่มแรกที่ต้องการให้มีสถาบันแบบสากล จะโดนกล่าวหาว่า " ล้มเจ้า " ไปหมดครับ

โดยการสร้างชุดความคิดที่ว่า จะรักสถาบันต้องรักในแบบที่สอง ต้องรักในแบบที่เป็นกึ่งๆสมบูรณาญาฯ เท่านั้น...

เช่นนี้มันถูกต้องแล้วหรือ...

เอาเป็นว่า ด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม ฝ่ายนึงเห็นว่า ไม่ควรจะมี แต่ อีกฝ่ายนึงเห็น ให้มีต่อไป ผมถามว่า อะไรคือ ถูกต้อง

ความจริงในบ้านเรา คือ คนยังคงรักและศรัทธาและต้องการให้ดำรงอยู่ต่อไป โดยไม่ได้สนใจว่า มันจะกระทบอะไรกับ คำว่า "ประชาธิปไตย อย่างถูกต้อง" หรือ ไม่ ผมเชื่อว่า คนคิดแบบนี้ "มี" และ "มีเยอะ" ด้วย ถ้า เรื่องนี้ มีการลงประชามติ แล้ว พบว่า ฝ่ายที่ต้องการให้ สถาบันนี้ดำรงอยู่ มี มากกว่า นั่นหมายความว่า เสียงข้างมาก ใช่หรือไม่ และ เสียงข้างน้อยที่อ้างว่า การมีอยู่นั้น ส่งผลร้ายกับความเป็นประชาธิปไตย จะเป็นเสียงข้างน้อย ใช่ หรือไม่ และ จะยอมรับผลการตัดสินใจ ได้หรือไม่

ผมไม่เถียงว่า มันตรงตามหลักประชาธิปไตยหรือเปล่า แต่ ผมแย้งแค่ว่า ถ้าคนส่วนใหญ่เค้ายังต้องการให้ สถาบันนี้ดำรงอยู่ เสียงข้างน้อย จะยอมรับหรือไม่

สมมติว่า พวกคุณยอมรับ แต่ ขอสิทธิในการวิพากย์ วิจารณ์ ขอตรวจสอบ แล้ว ปรากฏว่า เสียงส่วนใหญ่เค้าไม่ให้ล่ะ ท่านจะเอายังไง

ท่านจะบอกว่า คนส่วนใหญ่ เป็น เผด็จการ งั้น เหรอ --- ก็ ได้ นะ แต่ ก็ เสียงส่วนใหญ่ ก็ สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยแล้วนี่ครับ

ประชาธิปไตย คือ มติของเสียงส่วนใหญ่ โดย ไม่จำเป็นต้องถูกต้อง 100% นะครับ

การจะแก้ไข "กฏหมาย" ก็ ต้องให้ "คน" ไปแก้ใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้น แก้ไขที่ "คน" ก่อนดีมั้ย ทุกวันนี้ พวกเรา ทะเลาะกัน เพียงแค่ว่า "เชื่อ" กับ "ไม่เชื่อ" แค่นั้นเอง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-14-2011, 10:07 AM
โพสต์ทั้งหมด: #124
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ถูกต้องเช่นที่คุณ RedVW ว่า เครื่องมือ ทุกชนิด ทุกอย่าง มันจึ้นอยู่กับ " ผู้ใช้"
ได้เห็นพฤติกรรม "ตีวัวกระทบคราด" มาตลอดเวลานานเป็นปี ๆ แต่ไม่ได้ยิน นักการเมืองหรือ สมุน พูดถึงเป้าหมายแฝงเร้น ( hidden agenda)หรือความจริงใจของตนชัด ๆ แม้ในเว็บบ้านราษฎร์นี้ก็ตาม
ตอบคุณ savor ในคำถามที่ว่า ม. 112 มีไว้ทำไม ?
ตอบ ......มีไว้ปกป้องสถาบันไง.....คุณ saovr ไม่รู้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ ว่า ในระหว่างคนรัก ย่อมมีคนไม่รักปนอยู่เป็นธรรมดา คนทั้งร้อยพัน ไม่ใช่โจร แต่ต้องมีบทกฎหมายลงโทษโจร เช่นเดียวกัน
คบเป็นเพื่อนกัน คงมีเงื่อนไขต่อกันว่า ทั้งสองฝ่าย ต้องให้ความเคารพต่อ พ่อ - แม่ ของกันและกัน
คุณ savor ทนให้ ที่เพื่อนรัก ด่าพ่อ - แม่ต่อหน้าตนได้ หากแต่คิด ( เอาเอง) ว่ายังมีคนไทยอีกมาก ที่ไม่ยอมให้ใคร ด่า พ่อ - แม่ตน มั้งครับ
ที่ยกมานี้ เพียงตุ๊กตาที่ให้เห็นเป็นตัวอย่างถึง นิสัย สันดาน ของคนไทย เท่านั้นเอง กรุณาเลิกอ้าง " สากล" เหมือนพวก ด๊อคเตอร์ จบจากเมืองนอกทั้งหลายเลยครับ

ประเพณี วัฒนธรรม ชีวิต ความเป็นอยู่ อาหารการกินอยู่หลับนอนคนไทย แตกต่างกับฝรั่ง ไกลกันมาก

สากล ใช่ว่า จะดีไปซ้ะทุกอย่าง ก็หาไม่ ที่ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง ไม่ควรนำมาใช้ในบ้านเรา แยอะ แยะ มากมาย ( แม้บางอย่าง ผมเองก็ชอบ แต่เมื่อมันไม่เหมาะกับภูมิอากาศ และ ประเพณี วัฒนธรรม ไทย ที่มีรากฐานมาจาก พุทธศาสนา ก็เห็นว่า ไม่น่านำเอามาใช้ในบ้านเมืองเรา )

การมี ม. 8 .......ที่ได้มีบัญญัตติไว้ ก้อเป็นไปตามความประสงค์ของประชาชนส่วนใหญ่นั่นเอง

ยังไม่พบความเห็น ของ สสร.ท่านใด สมัยใด ค้าน ม.8 ที่มีบัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ ฉะบับประชาชน และทุก ๆฉะบับเลย (อยากฟังเหตุผล ของผู้ค้าน ที่ต้องการยกเลิกมาตรา 8 )

ประเด็นต่าง ๆ ถูกลากออกไปจากเนื้อหาของกระทู้ไกลมากเกินไปแล้ว ขอบคุณทั้ง คุณ savor & คุณsompon

ต้องการคน ที่ซื่อสัตย์ สุจริต และ เสียสละที่แท้จริง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-14-2011, 12:17 PM
โพสต์ทั้งหมด: #125
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ความรักนะครับ... มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ บังคับกันไม่ได้...

มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์และทัศนคติของแต่ละคน ต่อสิ่งที่ตัวเองได้พบเจอ...

บางคนเรารักมากมาย แต่อีกหลายคนกลับเกลียดแสนเกลียด เขาก็มีเหตุผลของเขา


แม้แต่ศาลเอง ก็เคยพูดถึง " นิยามความรัก " ไว้ในคำพิพากษาคดีหมอเสริมแล้ว...

ว่าเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้...

ความรักที่เกิดจากการบีบบังคับ มันจะเรียกว่า ความรัก " โดยแท้จริง " ได้หรือ...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-14-2011, 10:10 PM
โพสต์ทั้งหมด: #126
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
คุณวอน คุณ พรเทพ คูนRedVW


น่าจะเข้าใจว่า บอร์ดบ้านราษนั้น ต้องโพสอย่างมีความรับผิดชอบ ทั้งต่อตัวเองและต่อส่วนรวม.""

จะให้เหมือนเว็บที่เข้าพล็อกซี่ไปโพสอย่าง

นปช ยูเอสเอ........ยูทูป.(บางหน้า) หรือไอเอฟ

ก็คงไม่ได้ เพราะที่ว่ามา........โพสง่ายๆ โพสสะใจโดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย คุณจะให้คุณsavor หรือผม ไปโพสที่เว็บพวกนั้นไหมล่ะ....จะเอาถึงกึ๋นแค่ไหนก็ได้
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-15-2011, 08:43 AM
โพสต์ทั้งหมด: #127
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-14-2011 10:10 PM)sompon เขียน:  คุณวอน คุณ พรเทพ คูนRedVW


น่าจะเข้าใจว่า บอร์ดบ้านราษนั้น ต้องโพสอย่างมีความรับผิดชอบ ทั้งต่อตัวเองและต่อส่วนรวม.""

จะให้เหมือนเว็บที่เข้าพล็อกซี่ไปโพสอย่าง

นปช ยูเอสเอ........ยูทูป.(บางหน้า) หรือไอเอฟ

ก็คงไม่ได้ เพราะที่ว่ามา........โพสง่ายๆ โพสสะใจโดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย คุณจะให้คุณsavor หรือผม ไปโพสที่เว็บพวกนั้นไหมล่ะ....จะเอาถึงกึ๋นแค่ไหนก็ได้

ถูกต้องครับ ต้องมีความรับผิดชอบ ทั้งตนเอง ส่วนรวมและผู้อื่น

หลายๆ URL ที่ว่ามานั้นเรื่องของความรับผิดชอบคงจะต่ำจนถึงไม่มีเลยก็น่าจะกล่าวได้ มันขึ้นกับพฤติกรรมส่วนบุคคลมากเกินไป

แต่ขอเตือนไว้นะครับ Proxy หรือแม้แต่ Secure shell ไม่ได้หมายถึงปลอดภัย ตราบใดที่ ICT คุมการจราจรอยู่ ทำตัวเป็น Man in the middle บวกกับ พรบ คอมฯ สิ่งเหล่านี้น่ากลัวยิ่งกว่า ม.8 หรือ ม.112 ที่พวกคุณให้ความสนใจ

สิ่งที่พยายามนำเสนออยู่เสมอก็คือข้อมูลที่มีที่มาที่ไปนำมาประกอบกับความเห็นส่วนบุคคลเพื่อให้เห็นอีกด้านหนึ่งซึ่งส่วนตัวมีความรู้สึกว่าหลายท่านแถวนี้มองข้ามไป

ไม่ต้องการแพ้ชนะ จะว่าคลั่ง... จะหัวเราะเยาะ จะเสียดสีดูถูกอย่างไร ก็แล้วแต่บุคคลนั้นๆ ผมยังเชื่อว่าผู้อ่านส่วนหนึ่งที่จะได้ประโยชน์

บ้านเราเป็นประชาธิปไตย แม้จะไม่เต็มใบแต่เราก็ยังเลือกคนที่เราต้องการได้ กฏหมายต่างๆก็แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ มันเป็นเพียงแค่เครื่องมือเท่านั้น ขณะนี้เราได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว ก็ต้องพัฒนากันต่อไป สิ่งที่ต้องช่วยกันไม่ให้เข้ามาหยุดยั้งกระบวนการประชาธิปไตยก็คือต่อต้าน "รัฐประหาร"

ม.8 หรือ ม.112 หากไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเอามาใช้เป็นเครื่องมือทั้งสองฝ่ายโดยฝ่ายหนึ่งใช้รักษาฐานอำนาจขณะที่อีกฝ่ายใช้ล้มล้างระบบ ซึ่งผู้ที่อยู่ตรงกลางคือ ประชาชน หากรู้ทันไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใด กฏหมายนั้นมันก็เป็นเพียงแค่หมึกบนกระดาษ

[ภาพ: volkswagen_animated_avatar_100x100_54582.gif]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-15-2011, 02:26 PM
โพสต์ทั้งหมด: #128
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
จะบอกว่าเป็นแค่หมึกบนเศษกระดาษหรืออะไรก็ตามแต่...

แต่การ " บังคับให้รัก " นั้นคือของจริงครับ...

( ไม่เชื่อลองไปตะโกนว่า " ไม่รัก... " ในที่สาธารณะดูสิครับ )

แบบนี้มันถูกต้องแล้วหรือ ???


แล้วถ้าคุณอยากได้กรณีแบบมีที่มาที่ไป

คุณก็เรียกร้องให้ยกเลิก 112 ก่อนสิครับ...

ผมเชื่อว่ามีหลายๆคนพร้อมจะอธิบายเลย

ทั้งกรณี 6 ตุลาฯ กรณีซาอุฯ หรืออย่างล่าสุดโทรเลข wikileaks ฯลฯ

ถ้าไม่เรียกร้องให้ยกเลิกเรื่องแบบนี้ แล้วมาบอกให้อธิบาย

มันก็ไม่ต่างจากที่ อ.สมศักดิ์ บอกไว้ข้างต้นนั่นแหละครับ " เอาปืนจ่อหัว แล้วยังมาถามอีกว่าหล่อหรือเปล่า ? " คนสติดีๆที่ไหนเขาจะทำครับ...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-15-2011, 04:29 PM
โพสต์ทั้งหมด: #129
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
คุณ RedVW ถ้าจะเอาให้ปลอดภัยสุดๆ เขียนกระทู้แล้วเมล์ ไปให้เพื่อนๆที่อยู่ต่างประเทศโพสให้ก็ได้ เอาให้จั๋งหนับเลยทีเดียว แล้วผมลอกอืนเข้าไปดีเบทอย่างเดียว

คุณเริ่มตาสว่างแล้วนี้ รู้ซะด้วยว่ามีคนใช้กฏหมายในทางที่ผิด

แต่ ยังไม่ตรงประเด็นนัก..เอาประเด็นง่ายๆแล้วกันคุณควรพิจารณาว่า

กฏหมายแต่ละฉบับ มันมีประโยชน์มีโทษแก่ประชาชนแค่ไหนอย่างไร

คุณควรศึกษาให้มากๆ(ถ้ามีโอกาศ) ว่า บทบาทใคร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร
อนาคตประเทศเราควรเป็นอยางไร

"""""""""""ผมจะมี่อคติกับใครทำไมก็เมื่อแต่ละฝ่ายไม่ได้มีใครเป็นญาติโยมผมเลย""""""""""

สมัยนี้แล้ว ใครทำชั่วช้าสามาณ ใครใส่ร้ายป้ายสีใคร ใครฆ่าใครแล้วโยนความผิดให้คนอื่น มันเปิดเผยหมดแล้ว ปอกเปลือกลอกคราบจนล่อนจ้อนแล้ว

""""""""""""ประชาชนรู้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ วิญญูชนรับไม่ได้ดอกครับ"""
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-17-2011, 12:57 PM
โพสต์ทั้งหมด: #130
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-15-2011 02:26 PM)savor เขียน:  จะบอกว่าเป็นแค่หมึกบนเศษกระดาษหรืออะไรก็ตามแต่...

แต่การ " บังคับให้รัก " นั้นคือของจริงครับ...

( ไม่เชื่อลองไปตะโกนว่า " ไม่รัก... " ในที่สาธารณะดูสิครับ )

แบบนี้มันถูกต้องแล้วหรือ ???


แล้วถ้าคุณอยากได้กรณีแบบมีที่มาที่ไป

คุณก็เรียกร้องให้ยกเลิก 112 ก่อนสิครับ...

ผมเชื่อว่ามีหลายๆคนพร้อมจะอธิบายเลย

ทั้งกรณี 6 ตุลาฯ กรณีซาอุฯ หรืออย่างล่าสุดโทรเลข wikileaks ฯลฯ

ถ้าไม่เรียกร้องให้ยกเลิกเรื่องแบบนี้ แล้วมาบอกให้อธิบาย

มันก็ไม่ต่างจากที่ อ.สมศักดิ์ บอกไว้ข้างต้นนั่นแหละครับ " เอาปืนจ่อหัว แล้วยังมาถามอีกว่าหล่อหรือเปล่า ? " คนสติดีๆที่ไหนเขาจะทำครับ...

ไม่มีใครบังคับท่านได้หรอกครับ รักไม่รัก ทุกคนทุกท่านเลือกได้

ถ้าเลือกไม่ได้จริงๆ อย่างที่ว่า ป่านนี้ท่านคงไม่ได้อยู่สบายๆ แบบนี้หรอกจริงไหม?

ไม่มีใครบังคับท่านกราบไหว้บูชา ท่านไม่ทำก็ไม่มีใครจับท่านได้

แต่ที่เขาต้องปกป้องเพราะ สถาบันออกมาตอบโต้ไม่ได้

ถ้าไม่มีกฎหมายคุ้มครอง ก็จะมีแต่ถูกโจมตี ใส่ร้าย ป้ายสี

เรียกได้ว่าโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียว แล้วถ้าปราศจาก 112 ท่านคิดว่าจะเป็นเช่นไร?

แล้วกฎหมายหมิ่นมีมาตั้งแต่ 2475 ไม่ใช่รึ

ไม่ทำผิดอยู่ดีๆ จะมีคนไปเชิญไปนอนในกรงไหม?
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-17-2011, 03:25 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-17-2011 03:28 PM โดย savor.)
โพสต์ทั้งหมด: #131
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-17-2011 12:57 PM)joecth2003 เขียน:  ไม่มีใครบังคับท่านได้หรอกครับ รักไม่รัก ทุกคนทุกท่านเลือกได้

ถ้าเลือกไม่ได้จริงๆ อย่างที่ว่า ป่านนี้ท่านคงไม่ได้อยู่สบายๆ แบบนี้หรอกจริงไหม?

ไม่มีใครบังคับท่านกราบไหว้บูชา ท่านไม่ทำก็ไม่มีใครจับท่านได้

แต่ที่เขาต้องปกป้องเพราะ สถาบันออกมาตอบโต้ไม่ได้

ถ้าไม่มีกฎหมายคุ้มครอง ก็จะมีแต่ถูกโจมตี ใส่ร้าย ป้ายสี

เรียกได้ว่าโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียว แล้วถ้าปราศจาก 112 ท่านคิดว่าจะเป็นเช่นไร?

แล้วกฎหมายหมิ่นมีมาตั้งแต่ 2475 ไม่ใช่รึ

ไม่ทำผิดอยู่ดีๆ จะมีคนไปเชิญไปนอนในกรงไหม?

ไหนลองไปตะโกนว่า " ไม่รัก... " ในที่สาธารณะสิครับ จะโดนจับข้อหา 112 หรือเปล่า ???

ดูคดีโชติศักดิ์ " ไม่ยืน " ไม่แสดงความเคารพ ไม่ได้อาฆาตมาดร้ายเลย ทำไมโดน 112 ครับ ???

ทำไมสถาบันหรือประมุขแห่งรัฐของประเทศอื่นๆ เขาไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายตอบโต้อย่างรุนแรงแบบนี้ครับ ???

ก็เพราะเขาถือว่า " การกระทำ " นั่นแหละคือการตอบโต้อย่างดีที่สุด ถ้าสถาบัน/ประมุขทำดีจริง ข้อโจมตีเหล่านั้นก็ไม่ต่างจากเสียงลอยไปตามลม ไม่นานมันก็จางหายไปเอง...


แล้วที่คุณยกตัวอย่างมาวรรคนี้...

อ้างอิง:แต่ที่เขาต้องปกป้องเพราะ สถาบันออกมาตอบโต้ไม่ได้

ถ้าไม่มีกฎหมายคุ้มครอง ก็จะมีแต่ถูกโจมตี ใส่ร้าย ป้ายสี

เรียกได้ว่าโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียว แล้วถ้าปราศจาก 112 ท่านคิดว่าจะเป็นเช่นไร?

ผมว่ามัน " ตลกมาก " นะ...

คุณบอกว่าสถาบันจำเป็นต้องมีนั่นมีนี่ เพราะเดี๋ยวจะโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียว

โปรดกลับไปดูก่อนครับ บรรดาการโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้านเดียว สารคดีต่างๆ ข่าวสองทุ่ม

หนำซ้ำยังกำกับด้วย ม.112 รัฐธรรมนูญ ม.8 ห้ามเห็นต่าง ห้ามวิจารณ์ มิเช่นนั้นมีโอกาสที่จะโดนจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี

อันนี้ไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า " เป็นการกระทำอยู่ฝ่ายเดียว " แบบที่คุณว่าอย่างนั้นหรือ...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-17-2011, 04:10 PM
โพสต์ทั้งหมด: #132
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ถ้าเป็นเมื่อ สองสามปี ก่อน ช่วงที่ผม ปากกล้า ในเรื่องนี้ ป่านนี้ กระทู้นี้ โดนเืตือนหรือแบนไปแล้ว

เวลาทำให้ทุกคนกล้าขึ้น กล้าที่จะสู้ต่อ ความไม่เป็นเสรีประชาธิปไตย อำนาจนอกระบบ

เวลาผ่านมา คนแบบผม เมื่อสมัยสองสามปีก่อน มีเยอะขึ้น โอ้ววววว แล้วอีกสองสามปีข้างหน้า

ประเทศนี้คงได้เปลี่ยนชื่อประเทศใหม่แล้วสินะ ^^ อิอิอิอิอิอิ

เบื่อแล้ว อาณาจักรของคนคนเดียว เปลี่ยนมาเป็นอาณาจักรของประชาชนดีกว่า โว้้วววววววววว
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-17-2011, 06:12 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-17-2011 06:15 PM โดย วอน.)
โพสต์ทั้งหมด: #133
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
savor # 131 .............."ไหนลองไปตะโกนว่า " ไม่รัก... " ในที่สาธารณะสิครับ จะโดนจับข้อหา 112 หรือเปล่า ???....."

สำคัญ ตรงที่ เทศะ ครับ ไม่มีใครจับคุณหรอก ที่ตะโกนถ้อยคำเช่นนั้นในป่า หรือ ในหมู่พวกคุณ แต่ บางสถานที่คุณอาจโดนกระทืบ ก่อน โดน ม. 112 โดยบางคนที่เห็นต่างกับคุณอย่างมาก ก็เป็นไปได้

ม. 112 ไว้ป้องกัน คนที่ไร้สาระและเหตุผล เช่นนี้แหละครับ

ทำไมสถาบันหรือประมุขแห่งรัฐของประเทศอื่นๆ เขาไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายตอบโต้อย่างรุนแรงแบบนี้ครับ ???

ขอเรียนตรง ๆว่า เบื่อ ข้ออ้างกฎหมาย ของประเทศอื่น ๆ จริง ๆ อ้างส่วนที่ต้องการ ซื่อ ๆ ตาใส แต่ ในส่วนที่ตนไม่ต้องการ ที่มีบัญญัติ ในกฎหมายของประเทศอื่น ๆ อีกมากมายหลายบาท ไม่ยักนำเอามาใช้ หรืออ้าอิง กันเลย เป็นต้นการโกหกในสภา ประเทศอื่นบางประเทศ มีบทลงโทษ แต่ ไทยเราโก้มาก สส. โกหกกันได้ในสภา อย่างหน้าเฉยตาเฉย บางประเทศ ออกจากบ้านต้องใช้ผ้าคลุมหน้าคลุมหัว ทำไมไม่เอามาใช้มั่งเล่า

แปลกจริง ๆ คุณ savor ทำเป็น ไม่รู้จัก กำพืดตนเองไปได้

ไม่รู้มั่งเลยหรือว่า ประเทศไทย ภูมิอากาศ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนพลเมือง กำเนิดของประเทศไทยเป็นมาอย่างไร ความเชื่อ และ ประเพณีสืบทอดมาอย่างไร ชีวิต การกินอยู่ ล้วนแตกต่างกันกับฝรั่งสิ้นเชิง ที่คุณ savor คิดว่า ดีกว่าคนไทย ! ! ( แต่ผมเบื่อหน่าย )
สิ่งง่าย ๆ การยอมรับ นับถือให้เกียรติผู้อื่น( ฝ่ายตรงข้าม ) ไทย กับ ฝรั่ง ยังไม่เหมือนหรือเทียมเท่ากันเลยครับ การฝึกอบรม นะ ใช่ในระดับหนึ่ง แต่ ต้นตอสำคัญ( สันดาน)นั้น ภูมิอากาศมีส่วนเป็นอย่างมากในการที่จะสอนให้คนยอมรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน

ฝรั่ง ถูกธรรมชาติสั่งสอนมาตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก ๆ ให้ต้องนั่ง ถกเถียง แสดงความคิดเห็นต่อกันอยู่ได้เป็นวัน ๆ โดย ที่ต่างคนต่าง หลบ ไปไหนไม่ได้ ( เพราะ อากาศนอกห้อง....มันหนาวจัด) ต้องทนนั่งฟัง โดยภูมิอากาศบังคับให้ต้องทำ แต่เมืองไทย - คนไทยเรา อย่าหวังว่า จะมีผู้อดทนได้ขนาดนั้น แม้นคุณ savor เองก็เถอะ ไม่มีอารมณ์ ไทย ก็แปลกคนล่ะ


เลิกอ้างเมืองนอกได้แล้ว กฎหมาย ย่อมต้องตราขึ้นบนฐานของ ประเพณี วัฒนธรรม ของแต่ละชาติ หาเหมือนกันไม่

อัปลักษณ์สุด ๆ ที่ ไม่ยัก อ้าง หรือ ลอก ของดี ๆ ที่เขามีมาใช้กันมั่งเลย

ต้องการคน ที่ซื่อสัตย์ สุจริต และ เสียสละที่แท้จริง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-17-2011, 06:31 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 12-17-2011 06:35 PM โดย savor.)
โพสต์ทั้งหมด: #134
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
(12-17-2011 06:12 PM)วอน เขียน:  savor # 131 .............."ไหนลองไปตะโกนว่า " ไม่รัก... " ในที่สาธารณะสิครับ จะโดนจับข้อหา 112 หรือเปล่า ???....."

สำคัญ ตรงที่ เทศะ ครับ ไม่มีใครจับคุณหรอก ที่ตะโกนถ้อยคำเช่นนั้นในป่า หรือ ในหมู่พวกคุณ แต่ บางสถานที่คุณอาจโดนกระทืบ ก่อน โดน ม. 112 โดยบางคนที่เห็นต่างกับคุณอย่างมาก ก็เป็นไปได้

ม. 112 ไว้ป้องกัน คนที่ไร้สาระและเหตุผล เช่นนี้แหละครับ

ทำไมสถาบันหรือประมุขแห่งรัฐของประเทศอื่นๆ เขาไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายตอบโต้อย่างรุนแรงแบบนี้ครับ ???

ขอเรียนตรง ๆว่า เบื่อ ข้ออ้างกฎหมาย ของประเทศอื่น ๆ จริง ๆ อ้างส่วนที่ต้องการ ซื่อ ๆ ตาใส แต่ ในส่วนที่ตนไม่ต้องการ ที่มีบัญญัติ ในกฎหมายของประเทศอื่น ๆ อีกมากมายหลายบาท ไม่ยักนำเอามาใช้ หรืออ้าอิง กันเลย เป็นต้นการโกหกในสภา ประเทศอื่นบางประเทศ มีบทลงโทษ แต่ ไทยเราโก้มาก สส. โกหกกันได้ในสภา อย่างหน้าเฉยตาเฉย บางประเทศ ออกจากบ้านต้องใช้ผ้าคลุมหน้าคลุมหัว ทำไมไม่เอามาใช้มั่งเล่า

แปลกจริง ๆ คุณ savor ทำเป็น ไม่รู้จัก กำพืดตนเองไปได้

ไม่รู้มั่งเลยหรือว่า ประเทศไทย ภูมิอากาศ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนพลเมือง กำเนิดของประเทศไทยเป็นมาอย่างไร ความเชื่อ และ ประเพณีสืบทอดมาอย่างไร ชีวิต การกินอยู่ ล้วนแตกต่างกันกับฝรั่งสิ้นเชิง ที่คุณ savor คิดว่า ดีกว่าคนไทย ! ! ( แต่ผมเบื่อหน่าย )
สิ่งง่าย ๆ การยอมรับ นับถือให้เกียรติผู้อื่น( ฝ่ายตรงข้าม ) ไทย กับ ฝรั่ง ยังไม่เหมือนหรือเทียมเท่ากันเลยครับ การฝึกอบรม นะ ใช่ในระดับหนึ่ง แต่ ต้นตอสำคัญ( สันดาน)นั้น ภูมิอากาศมีส่วนเป็นอย่างมากในการที่จะสอนให้คนยอมรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน

ฝรั่ง นั่งทะเลาะ ถกเถียงกันอยู่ได้เป็นวัน ๆ โดย ที่ต่างคนต่าง หลบ ไปไหนไม่ได้ ( เพราะ อากาศนอกห้อง....มันหนาวจัด) ต้องทนนั่งฟัง โดยภูมิอากาศบังคับให้ต้องทำ แต่เมืองไทย - คนไทยเรา อย่าหวังว่า จะมีผู้อดทนได้ขนาดนั้น แม้นคุณ savor เองก็เถอะ ไม่มีอารมณ์ ไทย ก็แปลกคนล่ะ


เลิกอ้างเมืองนอกได้แล้ว กฎหมาย ย่อมต้องตราขึ้นบนฐานของ ประเพณี วัฒนธรรม ของแต่ละชาติ หาเหมือนกันไม่

อัปลักษณ์สุด ๆ ที่ ไม่ยัก อ้าง หรือ ลอก ของดี ๆ ที่เขามีมาใช้กันมั่งเลย

ตลกน่าครับ...

สมมติมีคนที่ไม่นิยมระบอบกษัตริย์จริงๆ เขาจะเป็นคนไร้สาระและเหตุผลได้อย่างไรครับ ???

ทุกๆประเทศประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุข เขาก็เปิดโอกาสให้คนที่นิยมสาธารณะได้แสดงความคิดเห็นด้วยกันทั้งนั้น...

เห็นต่างอย่างไร ก็ว่ากันด้วยเหตุผล นี่คืออารยะเขาทำกันครับ...

ไม่ใช่ไปไล่จับคนเห็นต่างเข้าคุก อันนี้ยิ่งเป็นการสนับสนุนการกระทำแบบป่าเถื่อนของพวกคลั่งเจ้าที่ต้องการไปกระทืบคนเข้าไปอีก...


ส่วนที่คุณอ้างประเพณี อันนี้ผมก็เคยโต้แย้งไปหลายครั้ง ซึ่งเท่าที่ผ่านมาคุณก็ไม่มีปัญญามาหาเหตุผลโต้แย้งผมต่อเลยซักครั้ง ก็ไม่รู้จะมาอ้างอีกทำไม...

ก็จะบอกให้อีกทีละกัน...

มันไม่มีประเพณีไหนหรอกครับ ที่มันจะถูกอนุญาตให้มีอยู่ได้ หากเนื้อหาของมันเป็นการละเมิดหลักประชาธิปไตย

ยิ่งประเพณีที่ห้ามคนวิจารณ์ ห้ามคนเห็นต่าง ยิ่งไม่มีใหญ่เลย...

เพราะไม่งั้นเกาหลีเหนือมันก็อ้างได้สิครับว่า เป็นประเพณีของประเทศที่เกาหลีเหนือจะต้องเป็นเผด็จการภายใต้ตระกูลคิม

พม่าก็อ้างได้ว่าเป็นเผด็จการทหาร เพราะเป็นประเพณี

แบบนี้มันถูกแล้วหรือ ???

อันประเพณี วัฒนธรรม มันเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับรสนิยม ความชอบ ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของคนในสังคมเวลานั้นครับ...

ประเพณีไม่ใช่สิ่งที่ถาวรเปลี่ยนแปลงไม่ได้แต่อย่างไรเลย...

ผมยกตัวอย่างเอาแบบง่ายๆ ประเพณีที่จะต้องมีการรักสถาบันแบบน้ำหูน้ำตาไหล เทิดทูนสถาบันไว้เหมือนพ่อแม่เนี่ย...

ในสมัยอดีตที่ผ่านมามันเป็นเช่นนั้นหรือ...

สมมติง่ายๆ ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ลองมีคนไปเรียกกษัตริย์ว่า " พ่อ " ดูสิครับ... พนันได้เลยว่า " โชคดีหน่อยก็แค่หลังลาย แต่ถ้าซวยก็คอขาดล่ะ "

แล้วแบบนี้คุณยังคิดว่าประเพณีเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้อีกหรือ...

เลิกอ้างประเพณีได้แล้วครับ มัน " น่าสมเพช " เหมือนกับคนที่ไม่มีปัญญาจะหาเหตุผลอะไรมาโต้แย้งเขาแล้ว...
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-18-2011, 01:41 PM
โพสต์ทั้งหมด: #135
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
คนที รปห.ผมจะใช้คำว่า""ไอ้เหี้ย""เป็นคำแทน คำว่า นายพล นายนาคับ


"""""""""""๑๑๒ เป็น วัฒนธรรมและประเภนีไทย"""""""""""

๑ ตอนไอ้เหี้ยสฤษดิ์ รปห. แล้วเพื่อโทษ จาก สามปีเป็นเจ็ดปี

มันเพิ่มเพราะ วัฒนธรรม"ไทย" หรือ????

๒ ตอนไอ้เหี้ยสงัด รปห.เกิด รัฐบาลไอ้เหี้ยธานิน ได้เพิ่มโทษเข้าไปอีก
เป็น สามถึงสิบห้าปี มันวัฒนธรรม"ไทย"หรือ??

สรุป......วัฒนธรรมไทย แมร่งยืดได้หดได้อยู่แล้วนี่ จะหดมั่งมันจะแปลกตรงไดน

๓ ประเทศไทย พื้นที สามร้อยล้านไร่ ประชากรหกสิบกว่าล้าน
"""อะไรคือวัฒนธรรมไทย"""""สมมุติเทพมันวัฒนธรรมฮินดู
แถม การสักการะสิ่งใดนอกจากอัลเลาะ เป็นความผิดมโหฬารของ
มุสลิมเป็นล้านคนในไทย เพราะเป็นการตั้งภาคีเสมออัลเลาะ
มุสลิมเป็นล้าน ไม่ใช่คนไทยหรือ์????
.......ยังจะชาวพุทธแท้ๆที่ปฏิเสธฮินดูอีก คริสเตียนอีก ชาวเขาที่ถือผีอีก




"""""""""""""""""""""""เรื่องวัฒนธรรมไทยเป็นเรื่องที่แถไปวันๆ"""""""
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-18-2011, 02:30 PM
โพสต์ทั้งหมด: #136
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...
ประเด็นนี้น่าคุยด้วย (พอไหว) ...

คุณ วอน วอน "การยืนในโรงหนัง" ...นับว่าเป็น "เทศะ" ไหมฮัฟ !!!


ต่อมา ขอบเขต "ของประเพณีไทยๆ" !!! คุณจำกัดไว้ที่ "การตั้งคำถามของพวกเห็นต่าง" หรือเปล่า ???????

เช่น ...หัวข้อกระทู้ "คุณ วอน วอน ว่าการใช้คำนี้ (เมเนเจอร์)"ในการเขียนบทความ "มันเหมาะ กับ ประเพณี และ เทศะ" ตรงไหน ?????????

หรือ เห็นว่าเพื่อ "ปกป้องสถาบัน"จะใช้ข้อมูล,ความรู้สึก,ถ้อยคำแบบไหนก็ได้ ...

เชื่อเหอะ"คุณก็ไม่ต่างกับผม"หรอก !! ^ ^
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
12-18-2011, 06:24 PM
โพสต์ทั้งหมด: #137
RE: "พระองค์ท่านไปทำอะไรให้พวกมึง?" คำถามยอดฮิตของพวกคลั่งเจ้า...