ประกาศ
บอร์ดนี้เปิดให้อ่านได้อย่างเดียวแล้วครับ

กรุณาย้ายเบา ๆ ไปยังบอร์ดชั่วคราวกันก่อนครับ

จิ้ม ๆๆ >> forum.banrasdr.com


หลังจากนั้นจะมีประกาศให้ทราบเป็นระยะ ๆ นะครับ


ไม่ต้องสมัครใหม่ครับ


Post Reply 
IMF. ซาตาน ในคราบนักบุญ
07-14-2011, 11:09 PM
โพสต์ทั้งหมด: #1
IMF. ซาตาน ในคราบนักบุญ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) หรือ ไอเอ็มเอฟ (IMF)

เป็นองค์กรที่รัฐบาลของกลุ่มประเทศพันธมิตรได้ร่วมก่อตั้งขึ้น มีฐานะเป็นทบวงการชำนาญพิเศษของสหประชาชาติ

โดยมีข้อบังคับว่าประเทศที่จะเป็นสมาชิกธนาคารโลก และจะต้องเป็นสมาชิกของ IMF ด้วย เริ่มเปิดดำเนินการ

ในเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 1947 ประเทศที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนการเงินฯ จะต้องเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ

อยู่ก่อนแล้ว ในปัจจุบันมีสมาชิก 185 ประเทศ (มอนเตรเนโกร เป็นสมาชิกอันดับที่ 185 เข้าร่วมเมื่อวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 2007)

วัตถุประสงค์และหน้าที่

วัตถุประสงค์ของการก่อตั้ง IMF คือ จัดการและควบคุมระบบการเงินของโลกและช่วยเหลือประเทศที่เผชิญกับวิกฤต

เศรษฐกิจ โดยจะประสานการทำงานกับกระทรวงการคลัง และแบงก์ชาติของแต่ละประเทศ หน้าที่หลักของ IMF มีอยู่ 3 ประการคือ


จัดระบบการเงินโลก

กำกับกติกาทางเศรษฐกิจของโลก เพื่อให้เกิดความมั่นคงมีเสถียรภาพ

สร้างเงินซึ่งเป็นเงินสำรองระหว่างประเทศ เป็นเงินที่เป็นกลาง ไม่ได้เป็นเงินของประเทศใดประเทศหนึ่ง



ประเทศไทยสมัครเข้าเป็นสมาชิก IMF เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2492 เป็นสมาชิกลำดับที่ 44 โดย

มีโควตาปัจจุบันเท่ากับ 1,081.9 ล้าน SDR คะแนนเสียง 11,069 คะแนน หรือเทียบเท่ากับร้อยละ 0.52

ของคะแนนเสียงทั้งสิ้น นับตั้งแต่เป็นสมาชิก IMF ประเทศไทยเคยได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจาก IMF

ตามโครงการเงินกู้ Stand-by รวม 5 ครั้งด้วยกันในวงเงินรวมทั้งสิ้น 4,431 ล้าน SDR โดยเข้าโครงการ Stand-by

ครั้งแรกเมื่อปี 2521 จำนวนเงิน 45.25 ล้าน SDR ต่อมาในช่วงที่ไทยประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหลัง

วิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่ 2 ระหว่าง พ.ศ. 2524 -2529 ประเทศไทยได้เข้าโครงการ Stand-by 3 ครั้ง

รับจำนวนเงินทั้งหมด 1,486 ล้าน SDR และล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2540 ไทยได้รับความช่วยเหลือจาก

IMF เพื่อใช้แก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเงินเป็นวงเงินทั้งสิ้น 2,900 ล้าน SDR
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
07-14-2011, 11:10 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 07-14-2011 11:10 PM โดย Panya2517.)
โพสต์ทั้งหมด: #2
RE: IMF. ซาตาน ในคราบนักบุญ
ปี 2540 เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการเงินการคลัง
สาเหตุของวิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540
1. เกิดจากปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์ คือระบบกลไกเศรษฐกิจ และการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ผิดพลาด

เช่น วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปี 2540 อีก สาเหตุหนึ่งคือ การผิดพลาดในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ

มหภาคในส่วนที่รับผิดชอบโดยธนาคารแห่ง ประเทศไทย คือ การใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่และปล่อย

ให้เงินทุนเคลื่อนย้ายเสรี โดยขาดการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ผลดีของระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ คือ

ช่วยให้มีการควบคุมเสถียรภาพด้านราคา แต่มีผลเสียต่อดุลบัญชีเดินสะพัด กล่าวคือ การกำหนดอัตรา

แลกเปลี่ยนคงที่ ในขณะที่ระดับเงินเฟ้อในประเทศปรับตัวสูงขึ้น เท่ากับว่ารัฐบาลช่วยให้ราคาสินค้า

นำเข้าได้เปรียบในการแข่งขันกับสินค้าใน ประเทศ ทำให้ประสิทธิภาพของนโยบายการเงินในการควบคุม

ปริมาณเงินด้อยลง กล่าวคือ ตั้งแต่ประเทศไทยเปิด BIBF ในปี 2536 มี เงินทุนไหลเข้ามาในประเทศ

จำนวนมาก ทำให้ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทย พยายามดูดซับ

ปริมาณเงินที่มากเกินไป โดยการขายพันธบัตรการดำเนินนโยบายเช่นนี้ทำให้อัตราดอกเบี้ยภายในประเทศที่

สูงอยู่แล้ว ไม่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยให้มีการนำเงินทุนเข้ามามากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดขบวนการเศรษฐกิจฟองสบู่ในที่สุด

2. เกิดจากปัจจัยที่ไม่ใช่ทางเศรษฐศาสตร์
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
07-14-2011, 11:11 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 07-14-2011 11:18 PM โดย Panya2517.)
โพสต์ทั้งหมด: #3
RE: IMF. ซาตาน ในคราบนักบุญ
แบ่งย่อยๆ ในวิกฤติปี 40 ได้อีกคือ
1. พฤติกรรมของธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน

1.1 การจัดหาแหล่งเงินทุนและการบริหารสินเชื่อที่ไม่มีประสิทธิภาพ

นับตั้งแต่รัฐบาลอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนทำธุรกรรม BIBF (วิ เทศธนกิจ)

แต่แทนที่สถาบันการเงินจะระดมเงินทุนจากเงินฝากภายในประเทศ กลับนิยมกู้เงินจากต่างประเทศ

มาปล่อยกู้ในประเทศ เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในต่างประเทศอยูในระดับต่ำและต่ำกว่าอัตรา

ดอกเบี้ยเงินฝาก รวมทั้งไม่ต้องกังวลเรื่องความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

พฤติกรรมของสถาบันการเงินดังกล่าวทำให้สัดส่วนหนี้ต่อทุนอยู่ในระดับสูง ทำให้เกิดความเสี่ยง

ในการบริหารสภาพคล่อง และเกิดความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ประกอบกับสถาบันการเงิน

ปล่อยสินเชื่อกระจุกตัวอยู่ในตลาดที่มีสภาพฟองสบู่ในระดับสูง คือ ตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น

ดังนั้น เมื่อเกิดวิกฤตในตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น จึงมีผลกระทบต่อสภาพคล่องของสถาบัน

การเงิน รวมทั้งนำไปสู่การสะสมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของสถาบันการเงินในที่สุด

1.2 พฤติกรรมของผู้บริหารสถาบันการเงินที่มีการบริหารงานในลักษณะที่คอร์รัปชั่น

โดย การช่วยเหลือญาติพี่น้องหรือนักการเมืองด้วยการให้สินเชื่อในกลุ่ม ผู้บริหาร ญาติ ธุรกิจ

ในเครือมากเกินไป หรือให้สินเชื่อในโครงการที่มีผลตอบแทนต่ำ การตกแต่งบัญชี หรือการสร้างลูกหนี้ปลอม
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
07-14-2011, 11:11 PM
โพสต์ทั้งหมด: #4
RE: IMF. ซาตาน ในคราบนักบุญ
วิกฤตการณ์ค่าเงิน (Currency Crisis)
เป็น วิกฤตการณ์ที่ประเทศถูกโจมตีค่าเงินจากนักเก็งกำไรค่าเงินทำให้ประเทศที่ใช้ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่

ต้องลดค่าเงินลง เป็นเหตุให้ธนาคารกลางต้องพยายามตรึงค่าเงินและต้องเสียทุนสำรองระหว่าง ประเทศ และต้อง

ใช้นโยบายปรับอัตราดอกเบี้ยในประเทศให้อยู่ในระดับสูง เพื่อป้องกันเงินทุนไหลออกและป้องกันการถูกโจมตีค่าเงิน

เช่น วิกฤตที่เกิดขึ้นในประเทศไทยปี 2540



คณะ รัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทยร่วมลง

นามในหนังสือแสดงเจตจำนงขอกู้เงิน เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2540 และคณะกรรมการบริหาร IMF ได้อนุมัติวงเงินให้กู้

แก่ประเทศไทยรวม 2.9 พันล้าน SDR หรือเทียบเท่าประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ สรอ. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2540

โดยเป็นโครงการเงินกู้แบบ Stand-by Arrangement ที่มีระยะเวลาเบิกถอน 34 เดือน จนถึงเดือนมิถุนายน 2543

แต่เนื่องจากฐานะดุลการชำระเงินดีขึ้นมาก รัฐบาลไทยจึงตัดสินใจไม่เบิกถอนเงินกู้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2542 ทั้งนี้

Financing Package มีจำนวนรวมถึง 17.2 พันล้านดอลลาร์ สรอ.

โดยเป็นความช่วยเหลือจาก IMF 4.0 พันล้านดอลลาร์ สรอ. JEXIM 4.0 พันล้านดอลลาร์ สรอ. World Bank 1.5 พันล้านดอลลาร์ สรอ.

ADB 1.2 พันล้านดอลลาร์ สรอ. และธนาคารกลางในภูมิภาค 6.5 พันล้านดอลลาร์ สรอ.
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
07-14-2011, 11:12 PM
โพสต์ทั้งหมด: #5
RE: IMF. ซาตาน ในคราบนักบุญ
จะเห็นได้ว่า เมื่อเราเข้ากู้เงินกับ IMF เป็นธรรมดาครับ ที่เราจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนใขที่

IMF ได้กำหนดใว้ครับ การปรับโครงสร้างตามที่ธนาคารโลก และ IMF กำหนด ได้กลายเป็นเครื่องมือของแผนการเปิดตลาดเสรี

ที่ทำกันทั่วทั้งโลกที่สาม ในทุกประเทศที่มีหนี้สินรุงรัง ไม่ว่าที่ใด แผนการปรับโครงสร้างมักมีลักษณะดังนี้



-ตัดรายจ่ายของรัฐบาลลงอย่างฮวบฮาบ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ และลดอุปสงค์ในทุนจากต่างประเทศ โดยในทางปฏิบัติ

มาตรการนี้ย่อมหมายถึงการลดลบประมาณสาธารณะสุข การศึกษา และสวัสดิการ



-เปิดเสรีในการนำเข้าสินค้า และยกเลิกข้อจำกัดการลงทุนของต่างชาติ เพื่อทำให้ภาคอุตสาหกรรมในประเทศมีประสิทธิ

ภาพสูงขึ้น เพราะได้เผชิญการแข่งขันจากต่างชาติ

(สังเกตุได้จาก การลงทุนในภาคของห้างสรรพสินค้าในบ้านเรานะครับ เพื่อนๆสังเกตุใหม ตั้งแต่ปี 40 เป็นต้นมา ห้างโลตัส คาร์ฟู

บิ๊กซี ฯลฯ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เพราะมาตรการยกเลิกการลงทุนของต่างชาตินี่เองครับ)



-แปรรูปรัฐวิสาหกิจ ให้เป็นของเอกชน และยกเลิกกฏระเบียบอย่างจริงจัง เพื่อกระตุ้นการจัดสรรค์ และใช้ทรัพยากรการผลิต

อย่างมีประสิทธภาพมากขึ้น โดยอาศัยกลไกการตลาด มากกว่าคำสั่งของรัฐบาล

อันนี้ประเทศไทยเราแปรรูปรัฐวิสาหกิจไปเยอะแล้วครับ การแปรรูปมีทั้งผลดี-ผลเสีย เพื่อนๆลองนึกตามนะครับ การชุมนุม

ของกลุ่ม พันธมิตร รัฐวิสาหกิจมาร่วมเยอะมาก เพราะเขาคิดว่า เขากำลังจะถูกลอยแพ การแปรรูป คือการเปิดให้นักลงทุน สามารถเข้าจับจองหุ้น

ในรัฐวิสาหกิจนั้นๆได้ครับ จากที่เมื่อก่อน รัฐบาลถือหุ้นใหญ่ ปัญหาอีกอย่างคือ ผู้ถือหุ้นใหญ่มีความเป็นธรรมขนาดใหน เหมือนกับที่มีข้อกล่าวหาว่า

คนในพรรคไทยรักไทย ส่วนใหญ่ถือหุ้นใหญ่ใน ปตท.นั่นล่ะครับ(ต้องพิสูจน์ความจริงกันต่อไป)



-ลดค่าเงินเพื่อให้สินค้าส่งออกแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ได้เงินดอลลาร์มาชำระหนี้ได้มากขึ้น




-ลด หรือจำกัดค่าจ้าง และยกเลิก หรือทำให้กลไกคุ้มครองแรงงานอ่อนแอลง เช่นยกเลิกอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งถูกมองว่าเป็นกำแพงเหล็ก

ที่กั้นขวางการเคลื่อนใหว ของทุนทั้งใน และนอกประเทศ ให้เพื่อนๆลองนึกตามผมนะครับ ประเทศใหน ค่าแรงขั้นต่ำถูก นักลงทุน จะสนใจไปลงทุน

ในประเทศนั้น เพราะว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ถูก ทำให้ลดต้นทุนการผลิต ได้เยอะทีเดียวครับ

ประชาชนทุกคน ทุกๆองกร จำต้องได้รับค่าจ้างในการทำงาน โดยองกรหลักคือ ข้าราชการ

และข้าราชการเอง ก็ต้องมีกำหนดการของค่าแรง ไม่ว่า จะวุฒิ ป. 6 - ปริญญาเอก ก็ต้องมีค่าแรงขั้นต่ำ เป็นหลักพื้นฐานในการพิจารณาในการประเมิน

ค่าวัดอัตตาแรงงานในแต่ละวุฒิการ ศึกษา

นั่นหมายความว่า การที่รัฐจะมีเงินรายจ่ายให้กับราชการหรือใครก็ตามแต่ที่ทำงานให้รัฐนั้นๆ จะต้องมีค่าแรงพื้นฐานซึ่งกำหนดได้ด้วยรัฐหรือรัฐบาล

ว่าจะให้มีค่าแรงขั้นต่ำเท่าใด ( ค่าแรงขั้นต่ำ แปลว่า ผู้ที่มีสักยภาพต่ำสุดจะได้ค่าแรงเท่าไหร่ต่อวัน )

ในเมื่อองค์กรของรัฐมีค่าแรงขั้นต่ำที่ตายตัวหรือถูกกำหนดลงมาแล้ว รัฐจะต้องเผชิญกับการนำเข้าของบริษัทหรือบรรษัทข้ามชาติด้วย ว่าการกระจาย

รายได้ในการเปิดตลาดของประชากรในประเทศนั้น จะได้ค่าแรงขั้นต่ำ เป็นที่สนองตอบของความต้องการของประชากรหรือไม่

ตรงนี้จะนำไปสู่ กระบวนการของการว่าจ้างพรรคการเมืองหรือนักการเมืองให้ธำรงค์นโยบายของนาย ทุน ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชากร

ในประเทศ อันไม่ขัดกันระหว่างค่าแรงขั้นต่ำของราชการ กับค่าแรงขั้นต่ำของเอกชน ทั้งนี้ ความสอดคล้องของผู้ถืออำนาจรัฐและผู้กินค่าแรงขั้นต่ำของ

เอกชนจะต้องสอด คล้องกัน ตามความต้องการของประชากรเท่าที่รัฐจะกำหนดได้ ผ่านกฎหมาย ทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายอาญา ยันกฎหมายแพ่ง



ในขณะที่โลกตะวันตกมีค่าแรงขั้นต่ำ ที่สูงกว่ากลุ่มประเทศเอเซียอย่างลิบลับ พนักงานเสริฟ มีค่าแรงถึง 5 - 6 ดอลล่า ต่อชั่วโมง ผิดกับไทย

ที่มีแค่แรงเพียงแค่ 20 -25 บาทต่อชั่วโมง โดยเพียงเพราะ การก่อตัวของเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ฟอร์ด อุตสหกรรมหลอดไฟของ

โทมัส เอดิสัน อุตสากรรมเครื่องกลต่างๆ ที่เรามักเข้าใจกันว่าเป็นการปฎิวัติอุตสาหกรรมที่เริ่มต้นที่ประเทศอังกฦษ อันเนื่องด้วยการก่อเกิดนักวิทยาศาสตร์

ทุกๆแขนงในเกาะอังกฦษ

ชาวเอเชียได้แต่รอการปฎิวัติการปกครอง โดยไม่แคร์ว่าเทคโนโลยีและการจดลิขสิทธิ์ได้ดำเนินไปถึงไหนแล้ว ยกตัวอย่างเช่น การปฎิวัติระบอบการปกครองของ

มหาตะมะ คานธี ที่ต่อต้านอังกฦษและตะวันตกทุกๆประเทศ ภายใต้การล่มสลายของรัสเซียทำให้เขาต้องกลับไปอยู่ภายใต้อาณัติของอเมริกา อีกครั้ง

ซ้ำด้วยการแตกระแหงในจีน ทำให้ระบอบคอมมิวนิเคชั่น ไม่เป็นจริง โดย เต้งเสี่ยวผิง ที่เปิดตลาดแรงงาน มากพอๆกับการเปิดการแทรกแซงอำนาจทางการเมือง

ในเมื่อจีน ไม่ใช่ผู้ครอบครองอาณาจักร เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น จะครอบงำตลาดของจีนโดยธรรมชาติ ภายใต้กฎของแบร์นเนม อันเรืองชื่อของญี่ปุ่น ทั้ง พานาโซนิค

นินเทนโด้ โตโยต้า โตชิบ้า มิชซูบิชิ ซันโย เซก้า ยามาฮ่า ได้ลงทุนในจีนเรียบร้อยแล้ว นำพามาซึ่งค่าแรงขั้นต่ำ ที่ประชาชนจีนจะต้องถูกกดขี่ ตามสักยภาพของ

นายทุนที่ว่าจ้าง แก่แรงงานราคาถูก
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
07-14-2011, 11:12 PM
โพสต์ทั้งหมด: #6
RE: IMF. ซาตาน ในคราบนักบุญ
มาที่เรื่องของ IMFต่อครับ วัตถุประสงค์หลักของ IMF ในมิติของผมคือ เพื่อยกเลิก หรือรื้อถอนระบบทุนนิยม

ที่หนุนโดยภาครัฐของประเทศนั้นๆ ซึ่งเป็นฐานในประเทศ แล้วเปิดให้เสรีทุนนิยมจากต่างชาติ ที่ IMF มีส่วนอยู่

เข้ามาดำเนินการ

เรามาย้อนรอยดูคดี การขาย ปรส.ในเมืองไทยกันหน่อยครับ น่าจะเกี่ยวข้องกับ IMF ในมิติของ

ผมนะครับ เพราะมันเกิด ในห้วงที่เรากู้เงินจากสถาบันการเงินต่างชาติรายนี้ แล้วต่อมาเราก็ประกาศขาย ปรส.



เมื่อ 8 พฤศจิกายน 2541 ปรส.ได้นำอสังหาริมทรัพย์ของ 56ไฟแนนซ์มาประมูลครั้งแรกจำนวน 319 รายการ

แต่ทำไปได้เพียง 197 รายการที่เหลือรอประกาศประมูลรอบ 2 และ 3 ต่อไป รวมมูลค่าที่เหลือประมาณ 5แสนล้าน

ต่อมา กลางธันวาคม 2541หลังผ่านกระบวนการเสนอราคาเป็นกรณีพิเศษมูลค่า 3.71 แสนล้านบาทซึ่งเป็นประมูลครั้งใหญ่ที่สุด

แต่ผลปรากฏออกมาส่วนใหญ่เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางทั้งสิ้น ทำให้อนุมัติการขายได้แค่ 9 กลุ่มจากทั้งหมด 49 กลุ่ม ได้เงิน

แค่ 1.1 หมื่นล้านบาท ใน 4 บริษัทที่ชนะประมูล คือ

-บ.เงินทุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน

-บ.เงินทุนธนชาติ

-บ.พระนครยนตรการ

-และ 1 บริษัทต่างชาติ คือ บ.เงินทุนหลักทรัพย์โกลบอลไทย

ส่วนกลุ่มนักลงทุนนอกรายใหญ่ที่ยื่นการประมูลเข้ามา เช่น เดอะ พาวิลเลียน ฟันด์แอล.แอล.ซี., มอร์แกน สแตนเลย์ เรียลเอสเตท ฟันด์,

จี.อี.แคปปิตอลซึ่งล้วนแต่เสนอต่ำกว่าราคากลางทั้งสิ้น

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวหนาหู ตำหนิ ปรส.ขาดวิธีการประมูลที่ดีเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาฮั้วกันกับนักลงทุนชาวไทยโดยกลุ่มทุน

เหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นแค่เพียงนายหน้าประมูลสินทรัพย์ให้ลูกหนี้เดิมของ 56 ไฟแนนซ์ เพื่อหวังกำไรจากค่าหัวคิวเท่านั้นโดยจับมือลูกหนี้

เซ็นสัญญาเพื่อซื้อหนี้ตัวเองกลับคืนภายหลัง

ส่วนบริษัทเลเมน บราเดอร์ โฮลดิ้ง อิงค์ ผู้ชนะการประมูลเมื่อ 13 สิงหาคม 2541มูลค่าสินทรัพย์ประมาณ 24,600 ล้านบาท แต่ประมูลได้

ในราคา 11,250 ล้านบาท

ข่าวนี้ครึกโครมอยู่หลายปีกระทั่งนำไปสู่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)สั่งเล่นผู้ที่เกี่ยวข้องรวม 7 คน

ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบทำให้รัฐเสียหาย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
07-14-2011, 11:15 PM
โพสต์ทั้งหมด: #7
RE: IMF. ซาตาน ในคราบนักบุญ
ให้สังเกตุนโยบายทางด้านการลงทุนนะครับ สังเกตุดูดีๆ ท่านๆจะถึงบางอ้อครับ ว่าแท้ที่จริงแล้ว
เราอยู่ในยุคอะไร เราขอการช่วยเหลือ แต่เราจะต้องแลกกับอะไร


ไฟล์แนบ ภาพอย่างย่อ
       
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
07-14-2011, 11:16 PM
โพสต์ทั้งหมด: #8
RE: IMF. ซาตาน ในคราบนักบุญ
ตามแต่สติปัญญา จึงออกมาได้แค่นี้
อยากรู้เรื่องนี้ให้มากกว่านี้ วานผู้รู้ ต่อเติมให้สมบูรณ์ด้วยครับ
ขอบคุณครับBig GrinBig GrinBig GrinBig GrinBig GrinBig GrinBig GrinBig GrinBig GrinBig GrinBig GrinBig Grin
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
07-14-2011, 11:45 PM
โพสต์ทั้งหมด: #9
RE: IMF. ซาตาน ในคราบนักบุญ
แหม เป็นเจ้าหนี้ เค้านี่ จะหาที่ใจบุญได้ที่ไหนละจ๊ะ

"มีแต่บุคคลที่ไม่มีความเชื่อมั่นต่อขีดความสามารถของตัวเอง จึงกล่าววาจาด้วยเสียงอันดัง เกรงว่าผู้อื่นไม่ได้ยิน"

เซียวจับอิดนึ้ง โกวเล้ง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
07-15-2011, 08:53 AM
โพสต์ทั้งหมด: #10
RE: IMF. ซาตาน ในคราบนักบุญ
IMF แกงค ข่มขืน
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
07-15-2011, 09:44 AM
โพสต์ทั้งหมด: #11
RE: IMF. ซาตาน ในคราบนักบุญ
นับถือ จขกท. ความเพียรสูงมาก ทำการบ้านละเอียดละออ

ขอบคุณครับ รู้สึกเหมือนได้มีพรรคพวกครับ๕๕๕๕๕๕๕ (ผมพึ่งโดนด่า ในกระทู้ ลอกคราบมะกันไม่นานมานี้คับ)
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
07-15-2011, 11:45 PM
โพสต์ทั้งหมด: #12
RE: IMF. ซาตาน ในคราบนักบุญ
(07-15-2011 09:44 AM)sompon เขียน:  นับถือ จขกท. ความเพียรสูงมาก ทำการบ้านละเอียดละออ

ขอบคุณครับ รู้สึกเหมือนได้มีพรรคพวกครับ๕๕๕๕๕๕๕ (ผมพึ่งโดนด่า ในกระทู้ ลอกคราบมะกันไม่นานมานี้คับ)

สู้ต่อครับพี่ เอาใจช่วยครับ................
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
Post Reply 


ไปยังกระดาน:


User(s) browsing this thread: 1 Guest(s)