ประกาศ
บอร์ดนี้เปิดให้อ่านได้อย่างเดียวแล้วครับ

กรุณาย้ายเบา ๆ ไปยังบอร์ดชั่วคราวกันก่อนครับ

จิ้ม ๆๆ >> forum.banrasdr.com


หลังจากนั้นจะมีประกาศให้ทราบเป็นระยะ ๆ นะครับ


ไม่ต้องสมัครใหม่ครับ


Post Reply 
บัวไม่ให้ช้ำ...น้ำไม่ให้ขุ่น และ โรแมนติค
07-08-2011, 12:15 AM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 07-08-2011 12:21 AM โดย เ รื อ ธ ง.)
โพสต์ทั้งหมด: #1
บัวไม่ให้ช้ำ...น้ำไม่ให้ขุ่น และ โรแมนติค
.
บทความข้างท้ายมาจาก "มติชน"
อาจจะตรงใจ ตรงกับสถานการณ์ช่วงนี้.......
.....ที่ดูเหมือนกำลังเกิดฝุ่นตลบในฝ่ายประชาชน
จนคล้ายกับว่า...คืนวันและวันวานที่แสนหวานโรแมนติคก่อนเมื่อ 3 กค.จะผ่านพ้น
ช่างแสนสั้น สั้นจนน่าใจหาย หรือไม่ ?

ทั้งที่เพิ่งมีชัยชนะก้าวแรกซึ่งนับว่าเป็นก้าวที่ใหญ่ยิ่งของฝ่ายประชาชน
และยังเพิ่งผ่านมาหมาดๆ ยังไม่ทันหายฮึกเหิม หัวใจพองโต โต และยังโตอยู่

แต่ชัยชนะคราวนี้มิได้หมายความว่า.....
จากนี้ฝ่ายปชช.จะเดินยุทธวิธีโดยสะดวกโยธินได้ดังใจหวังแห่งที่สุดสู่ดวงดาวในไม้เดียวทันที เพราะ.....

เรามีเรา เรามีเขา เรามีพวกอำมาตย์(แค่ถอยรอเวลาขย้ำคืน)

ดังคำพังเพย....."บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น"

ฤาจะเป็นว่า เรากำลังทำกันเองให้....บัวช้ำ น้ำขุ่น
หมดไร้ความโรแมนติค ทั้งที่เมื่อวันวาน ยังหวานอยู่ก่อนที่ 3 กค.จะผ่านพ้นนี่เอง

.......................................


ไม่โรแมนติก

วันที่ 07 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เวลา 21:00:00 น.

โดย ปราปต์ บุนปาน


ชัยชนะขาดลอยของพรรคเพื่อไทยอาจไม่ได้นำไปสู่ผลลัพธ์อัน "โรแมนติก" สักเท่าใดนัก

ประการแรก ความพ่ายแพ้ในสนาม กทม.ของพรรคเพื่อไทย มีนัยยะน่าสนใจอยู่
คือแม้จะเป็นความพ่ายแพ้อย่างฉิวเฉียดหากพิจารณาจากตัวคะแนน ไม่ใช่จำนวน ส.ส.
แต่ก็แสดงให้เห็นว่าความคิดเรื่อง "เผาบ้านเผาเมือง" "ต่อต้านนักการเมืองโกงกิน"
หรือ "คนชนบทด้อยการศึกษาและถูกหลอก" ยังคงทรงพลังอย่างสูงในหมู่คนกรุงเทพฯ จำนวนมาก

รัฐบาลชุดใหม่จึงยังไม่มีอำนาจสัมบูรณ์เด็ดขาดแม้จะได้เสียงข้างมากในสภา

ขณะเดียวกัน ปัญหาความขัดแย้งเรื่องความคิดความเชื่อทางการเมืองก็ย่อมไม่ยุติลงง่ายๆ
แต่ละฝ่ายคงต้อง "ต่อสู้" กันอย่างหนักต่อไป โดยยังไม่มีใครมองเห็นจุดสิ้นสุด
ของความขัดแย้งครั้งนี้ได้อย่างเด่นชัด


ประการต่อมา คือประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลเพื่อไทยกับ "คนเสื้อแดง"
และความสัมพันธ์ทางอำนาจในสังคมการเมืองไทยยุคปัจจุบัน
ไม่เป็นที่สงสัยว่า พรรคเพื่อไทย และกลุ่ม นปช. (รวมทั้ง "คนเสื้อแดง" อีกหลากหลายกลุ่ม)
ถือเป็นองค์กรทางการเมืองแบบคู่ขนาน ซึ่งไม่สามารถถูกพิจารณาอย่างแยกขาดออกจากกันได้
ไม่มีใครปฏิเสธว่า ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ของพรรคเพื่อไทย
เป็นผลลัพธ์มาจากสายสัมพันธ์อันแน่นเหนียวดังกล่าว

ปัญหามีอยู่ว่า พรรคเพื่อไทยในฐานะ "รัฐบาล" กับ "กลุ่มคนเสื้อแดง" จะรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกันไว้อย่างไร?

เมื่อรัฐบาลชุดใหม่จำเป็นต้องประนีประนอมกับกลุ่มอำนาจทางการเมืองอื่นๆ
ไปพร้อมกับการประนีประนอมกับ "คนเสื้อแดง" ด้วยกันเอง
เพราะไม่มีใครจะได้อะไรตามใจต้องการไปหมดเสียทุกอย่าง


กรณีให้ความยุติธรรมแก่ "คนเสื้อแดง" จำนวนมากที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมาเป็นปี
หลังเหตุการณ์เมษา-พฤษภา 2553 รัฐบาลชุดใหม่อาจดำเนินการได้ไม่ยากนัก

ส่วนการเปิดเผย "ข้อเท็จจริง" และมอบความยุติธรรมในกรณี "92 ศพ"
อาจเป็นเรื่องยากขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยก็มอบหมายให้คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง
เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ไปสานต่อภารกิจดังกล่าว

และคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากรัฐบาลเพื่อไทยจะพยายามรักษาระยะห่าง
จาก "คนเสื้อแดง" บางส่วนที่ "ไปไกล" มากๆ ในหลายประเด็น

น่าจับตามองในอนาคตว่า ถ้ารัฐบาลเพื่อไทยประนีประนอมกับ "ชนชั้นนำ" กลุ่มอื่นๆ "จนเกินไป"

ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลชุดนี้กับมิตรสหายคู่ทุกข์คู่ยากอย่าง "คนเสื้อแดง"
จะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นไหม?

แต่หากรัฐบาลเพื่อไทยเอียงข้าง "คนเสื้อแดง" มากไป
การเมืองระหว่างกลุ่มชนชั้นนำก็อาจเกิดปัญหาขึ้นตามมา

ปัญหาทางการเมืองประการสำคัญที่ท้าทายอยู่เบื้องหน้ารัฐบาลชุดใหม่
จึงได้แก่ พวกเขาจะเลือกหนทางไหน

ระหว่างการกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
กับการดำรงสภาพการณ์แบบเดิมเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทำได้

หรือว่าจะคอยอำนวยการให้กาลเวลาและความเปลี่ยนแปลงทำหน้าที่ของตัวมันเองไปตามธรรมชาติ

http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...catid=0207


เรามีเรา เรามีเขา และวันวานยังหวานอยู่ ?? ExclamationIdeaBlush
.
.
.

ดีแต่พูดน้ำลายท่วม...มหาวิบัติภัย วิกฤติสังคมไทย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
Post Reply 


ไปยังกระดาน:


User(s) browsing this thread: 1 Guest(s)