ประกาศ
บอร์ดนี้เปิดให้อ่านได้อย่างเดียวแล้วครับ

กรุณาย้ายเบา ๆ ไปยังบอร์ดชั่วคราวกันก่อนครับ

จิ้ม ๆๆ >> forum.banrasdr.com


หลังจากนั้นจะมีประกาศให้ทราบเป็นระยะ ๆ นะครับ


ไม่ต้องสมัครใหม่ครับ


Post Reply 
 
Thread Rating:
  • 1 Votes - 5 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
พระสมเด็จยายขำ
03-21-2011, 12:47 AM
โพสต์ทั้งหมด: #1
พระสมเด็จยายขำ
ในกลุ่มบุคคลผู้ที่ศรัทธาพระในสกุลพระสมเด็จของสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก พระสมเด็จยายขำ แต่คำว่ารู้จักนั้นไม่พอต้องวัดค่าออกมาให้ได้เพื่อเป็นตัวชี้วัดว่า รู้จักมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีในการประกอบการคิดต่อยอดและการตัดสินใจต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้ถือเป็นจุดอ่อนของวงการนักนิยมพระเครื่องของพวกเราที่ว่าเราเชื่อโดยขาดเหตุผลประกอบ เราเชื่อเพราะฟังตามกันมา เราเชื่อเพราะศรัทธา ฯลฯ เราจึงตกเป็นเหยื่อแก่นักค้าพระปลอม และเข้าสู่วังวนของพุทธพาณิชย์อย่างไม่รู้ตัว
วันนี้ผมอยากจะคุยกับทุกท่านในเรื่องของ พระสมเด็จยายขำ ที่วงการนักนิยมพระสมเด็จได้กล่าวขานกันเป็นอย่างมาก ผมจึงได้นำข้อมูลที่ผมได้ศึกษาและสืบค้นไว้ เสนอให้ทุกท่านได้พิจารณาเพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณากันต่อไป
จากการสืบค้นประวัติของ พระสมเด็จยายขำ จากผู้ทรงความรู้ทั้งในสมัยโบราณ และในปัจจุบัน อาทิเช่น จากข้อเขียนของ

อาจารย์ตรียัมปวาย
อาจารย์จำลอง มัลลิกะนาวิน
อาจารย์มนัส ยอขันธ์
พระภิกษุวงศ์ สุธรรมโม
อาจารย์ประถม อาจสาคร

ฯลฯ ล้วนมีข้อคิดและข้อเสนอที่น่าสนใจ ผมได้พยายามประมวลจากองค์ความรู้โดยเฉพาะจากข้อเขียนของอาจารย์ตรียัมปวาย และพระภิกษุวงศ์ สุธรรมโม (พระอาจารย์จิ้ม กันภัย) ความว่า ประมาณ ปี พ.ศ. ๒๓๙๕ คุณยายขำ เดิมเป็นข้าหลวงในวังหลัง และเป็นผู้หนึ่งที่เป็นโยมอุปัฏฐากของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ทุกวันจะนำอาหารคาวหวานมาถวายแด่ท่าน มูลเหตุในเรื่อง พระสมเด็จยายขำ เกิดตรงที่ว่าในระหว่างที่คุณยายขำรอท่านสมเด็จฯฉันท์ภัตราหารนั้น ก็จะช่วยพระ เณร และสานุศิษย์สร้างพระด้วยการผสมมวลสารกับผงวิเศษ กดพิมพ์ ถอดพิมพ์ กระทั่งถึงการตากผึ่ง กระทำอย่างนี้อยู่เป็นนิจประมาณได้ว่าเกือบยี่สิบปี จนกระทั่งสมเด็จฯท่านสิ้นเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๑๕ ผมได้ฟังเรื่องเล่าจากคุณตาของผมซึ่งรับฟังมาจากนายเปลื้อง แจ่มใส พ่อค้าคหบดีในวังหลังซึ่ง (ท่านผู้นี้เอง อาจารย์จำลอง มัลลิกะนาวิน ได้กล่าวไว้ว่าเป็นผู้ครอบครองสมเด็จหลังเบี้ย ที่ปัจจุบันหาดูได้ยากมาก) ได้เล่าให้ฟังว่าครั้นสมเด็จท่านสิ้น ทั้งพระสมเด็จที่ทำไว้มากมาย รวมทั้งแม่พิมพ์ มิได้มีการพิทักษ์รักษาไว้ในอันที่ควร ยายขำ เป็นผู้หนึ่งที่ได้ครอบครองพระสมเด็จ และแม่พิมพ์อยู่จำนวนหนึ่งซึ่งกล่าวกันว่าเป็นพิมพ์ประธาน (พิมพ์ใหญ่)เสียส่วนมาก และที่สำคัญคุณยายขำได้ผงวิเศษไปจำนวนครึ่งบาตร
อีกทั้งยังมีเรื่องเล่าซึ่งคุ้นหูกันมากว่าในขณะที่สมเด็จท่านสิ้นใหม่ๆ ได้มีชาวอ่างทองผู้หนึ่งป่วยเป็นอหิวาตกโรคและญาติได้ฝันเห็นสมเด็จฯ มาบอกว่ายังไม่ตายให้นำพระสมเด็จที่เก็บไว้บนเพดานวิหารน้อยวัดระฆังมาทำน้ำมนต์ดื่มกิน จนชายผู้นั้นหายจากอหิวาตกโรคอย่างน่าอัศจรรย์
ปี พ.ศ. ๒๔๑๖ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นปีที่เกิดอหิวาตกโรค (โรคห่า) ระบาดใหญ่ในกรุงเทพอีกครั้งหนึ่ง ในคราวนี้ผู้คนล้มตายเป็นอันมากไม่ว่าเจ้าไม่ว่านาย หรือบ่าวไพร่ และประชาชนโดยทั่วไปตามพระราชพงศาวดารบันทึกไว้ว่ามีคนตายด้วยโรคนี้เป็นจำนวนถึงหลายหมื่นคน จนมีเรื่องเล่ากันว่าได้มีประชาชนหลายคนได้อาราธนาพระสมเด็จของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ทำน้ำมนต์ดื่มกิน และด้วยความศักดิ์สิทธิ์ผู้ที่ดื่มน้ำมนต์นี้หายจากโรคอหิวาได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง จึงมีชาวบ้านจากทั่วทุกสารทิศมาที่วัดระฆังเป็นจำนวนมาก พระสมเด็จที่ถูกเก็บไว้ที่วิหารน้อยจำนวนหลายพันองค์ถูกแจกจ่ายให้กับประชาชนโดยทั่วไปจนหมด จึงเกิดการซื้อขายขึ้นผู้ที่มีพระสมเด็จมากก็แบ่งขาย คุณยายขำเองก็ขายพระสมเด็จที่มีอยู่จนหมด กล่าวกันว่าราคาขายในขณะนั้นเพียงองค์ละหนึ่งถึงสามตำลึงเท่านั้น จากนั้นคุณยายขำได้ทำการสร้างพระสมเด็จขึ้นมาใหม่จากผงวิเศษ ผสมกับมวลสาร และใช้แม่พิมพ์ของวัดระฆังที่ได้ครอบครองอยู่ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพิมพ์ประธาน จะสร้างด้วยจำนวนเท่าไหร่ไม่มีอาจารย์ท่านใดระบุไว้ ทราบแต่เพียงว่าเมื่อคุณยายขำมรณกรรมยังเหลือพระสมเด็จอีกจำนวนหนึ่งนับได้สองโถใหญ่ และได้ถูกบรรจุลงในเจดีย์รายริมน้ำที่วัดระฆังร่วมกับอัฐิของคุณยายขำ

ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ เจดีย์รายริมน้ำที่วัดระฆังหลายองค์ได้เกิดพังทลายลงมาอาจเป็นเพราะความเก่าและเกิดการทรุดตัว หนึ่งในเจดีย์ที่พังทลายได้พบพระสมเด็จวัดระฆังเป็นจำนวนถึงสี่ร้อยกว่าองค์? มีมากมายหลายพิมพ์ส่วนใหญ่จะเป็นพิมพ์ประธาน แต่ที่แปลกกลับไม่พบพิมพ์ปรกโพธิ์แต่อย่างใด และที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งก็คือเจดีย์ที่พบพระสมเด็จคือเจดีย์ที่บรรจุอัฐิของคุณยายขำ (จากคำยืนยันของ หลวงศรี สารบาญ และพระยารัถยานุรักษ์ ซึ่งเป็นราชนิกุลแห่งราชวงศ์วังหลังท่านหนึ่ง) ในขณะนั้นมีประชาชนจำนวนหนึ่งได้ครอบครองพระชุดนี้ซึ่งกล่าวกันว่าส่วนใหญ่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และชาวบ้านในระแวกนั้น

พระสมเด็จยายขำ ถือเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันตั้งแต่นั้นมา ทั้งทางด้านพุทธคุณ และอิทธิคุณที่บรรจุอยู่ในองค์พระสมเด็จ หลายฝ่ายเห็นว่าเป็นเพียงพระสมเด็จปลอมที่ทำขึ้นไม่มีคุณค่าอะไรเหมือนกับพระปลอมในสนามขณะนี้ อีกหลายฝ่ายกลับมองในมุมตรงกันข้ามถึงพุทธคุณ และอิทธิคุณทางด้านอยู่ยงคงกระพันเป็นที่สุด ข้อขัดแย้งเหล่านี้พวกเราที่ถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะต้องสืบค้นและทำความจริงให้กระจ่างขึ้นผมคิดว่าจะได้ความจริงไม่มากก็น้อย

"หากวันนี้" คุณยัง"ไม่รวย"พอ... ให้หมุนคอไปดู"ขอทาน"
"หาก"ยังบ่น "ไม่สวยหล่อทรมาน"... ให้ไปดู"คนพิการเขาคลานเดิน"

"ประวัติศาสตร์" นอกจากจะ "ซ้ำรอย" แล้ว..ยัง "ซ้ำเติม"

Yoyo-71
Yoyo-86
Yoyo-87Yoyo-9
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
04-10-2011, 09:36 PM
โพสต์ทั้งหมด: #2
RE: พระสมเด็จยายขำ
อืม...........น่ากลัวแฮะ
ถ้าตามข้อมูลที่ท่านว่ามา
ถึงแม้จะเป็นพระที่ทำมาใหม่
แต่มวลสารต่างๆ เป็นของสมเด็จ
อันนี้จะใช้ได้หรือไม่ครับ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
Post Reply 


ไปยังกระดาน:


User(s) browsing this thread: 1 Guest(s)