ประกาศ
บอร์ดนี้เปิดให้อ่านได้อย่างเดียวแล้วครับ

กรุณาย้ายเบา ๆ ไปยังบอร์ดชั่วคราวกันก่อนครับ

จิ้ม ๆๆ >> forum.banrasdr.com


หลังจากนั้นจะมีประกาศให้ทราบเป็นระยะ ๆ นะครับ


ไม่ต้องสมัครใหม่ครับ


Post Reply 
 
Thread Rating:
  • 5 Votes - 4.2 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
01-04-2011, 12:03 AM
โพสต์ทั้งหมด: #1
วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ตอนที่ 1

ถือว่าเป็นการนำเรื่องครับ ผมทำพลอตเรื่องแล้วได้ทั้งหมด 12 ตอน(แบบเขียนเองเล็กน้อยเท่านั้น)การทำนาประเภทต่างๆ เรียนเชิญท่านที่เชี่ยวชาญ ต่อเติมได้ ตามที่เห็นสมควร เพราะถึงจะเป็นลูกชาวนา เคยทำนาจนอายุ 17-18 ปี แต่เวลาผ่านมาประมาณ 45 ปีแล้ว กำลังจะลงมือเขียนเรื่องการทำนา เลยลองเข้าไปดูข้อมูล ว่านักวิชาการข้าวเขาทำไว้หรือไม่ จึงได้พบความจริงว่ามีมากมายและลองอ่านดูพบอีกว่าไม่ได้คลาดเคลื่อนไปจากความรู้ที่ผมมีอยู่เลย จะมีเพียงภาษาที่อาจแตกต่างกันบ้าง
-เช่นผมเรียกนาหว่านแห้ง(เขาจะใช้คำว่าหว่านข้าวแห้ง)
-ผมเรียกแปลงนา(การแบ่งซอยที่ดินไห้เหมาะกับการทำงานเขาเรียกกระทงนา)
- ผมเรียกอันนาขนาดพืนที่ประมาณ 5 ไร่หมายถึงพื้นที่ ที่มีการปรับที่ดินให้เรียบได้ระดับเสมอกันเป็นส่วนๆเพื่อความสะดวกในการควบคุมระดับน้ำมีคันดินกั้นโดยรอบเรียกว่าคันนา ส่วนมากจะทำเป็น 4 เหลี่ยม ที่บ้านผมมีชื่อเรียกด้วยเช่น อันบน อันใหญ่ อันกลาง อันดอน อันลุ่ม อันเล็กฯลฯ แต่ไม่มีภาษาเรียกในบทความ
ผมใช้วิธี อ้างอิงบทความแล้วกันครับ ผมอ่านแล้วถูกใจ ประหยัดเวลาดีจัง

นาปีนาปรัง

เอาง่ายๆ นาปีคือคอยน้ำฝนอย่างเดียวอยู่นอกเขตุชลประทาน ทำได้ปีละครัง นาปรังอยู่ในเขตุชลประทาน ทำได้ทั้งปี
http://kaewpanya.rmutl.ac.th/2552/index....4-03-03-28
http://iam.hunsa.com/benz1709/article/11361

บทความส่วนที่ผมเขียนไม่สงวนลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น หลานๆที่ครูให้ทำรายงานเรื่องทำนา เอาไปได้เลย แต่ส่วนของคนอื่นที่ผมอ้างอิงไว้ ย่อมเป็นลิขสิทธ์ของเขา ตามกฎหมายครับ

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-04-2011, 12:30 AM
โพสต์ทั้งหมด: #2
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
มานั่งล้อมวงฟังท่านผู้เฒ่าเล่าความหลังค่ะ

"Forgive your enemies, but never forget their names."
ไม่ใช่เพราะความดีเลยเป็นที่จดจำ แต่เป็นเพราะ ความระยำ เลยทำให้ไม่เคยลืม color=#FF4500][/color]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-04-2011, 01:35 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 01-06-2011 12:58 PM โดย ผู้เฒ่า2492.)
โพสต์ทั้งหมด: #3
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ตอนที่ 2 อุปกรณ์ทำนา เปรียบเทียบของเก่าและของใหม่ที่เป็นเครื่องจักรกลที่สำคัญมากหลายชนิด

ในสมัยที่ผมยังเด็กๆแต่เริ่มช่วยงานพ่อแม่ได้แล้ว อายุประมาณ 12 ปีวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ต้องช่วยพ่อไถนาด้วยควาย เป็นแบบนี้ละครับ มีทั้งไถควายเดี่ยวและไถควายคู่แต่หาภาพไถคู่ไม่ได้แล้ว สมัยก่อนจะดูว่าชาวนาคนไหนฐานะดีไม่ดีให้นับจำนวนควายใช้งาน
   
ไถควายเดี่ยว

   
ไถควายคู่(ไม่ใช่บ้านเรา)

   
อันนี้เป็นคันไถแบบใช้ควายคู่


1.การไถด้วยแรงงานสัตว์ ทำได้ช้าคนหนึ่งคนที่หนุ่มฉกรรจ์ทำนาปีได้อย่างเก่งสุดๆ 15 ไร่

   

ภาพนี้แสดงการคราดดินเพื่อเตรียมดำนา หรือเตรียมหว่านเทือก(หว่านน้ำตม)ก็ได้

2.รถไถแบบเดินตาม ทำได้มากขึ้นเพราะไม่ต้องให้สัตว์พักอาจได้ถึงคนละ 30 ไร่ สุดท้ายคนไปไม่ไหวเหนื่อยเหมือนกัน เข้ามาแทนควายเมื่อผมเข้าไปเรียนใน ก.ท.ม. แล้ว มีหลายแบบ

   

3.รถไถขนาดใหญ่ คนเดียวทำได้ เป็น300-400ไร่ ถ้าทั้งหมดใช้เครื่องจักร์อเมริกามันว่ามันทำได้ต้ง 1000 ไร่/คน(200 เอเคอร์)
   

   

4.การปลูกข้าวด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งหมายถึงการทำให้ข้าวงอกและเติบโตจนได้ผลผลิตเช่นการหว่าน การตกกล้า(เตรียมกล้าข้าว)การดำนา

การหว่านน้ำตม

   

การหว่านแห้ง

   

5.การเกี่ยวข้าวการนวดข้าว(แยกเม็ดข้าวเปลือกออกจากฟางข้าว)แบบเก่า


การเกี่ยวข้วแบบเดิม

   

6. เดี๋ยวนี้ชาวนาไทยเกี่ยวข้าวและนวดทันทีแบบนี้ครับเพราะแรงงานหนุ่มสาวเริ่มหายาก
http://www.youtube.com/watch?v=G7wCf7X1eSo

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-04-2011, 05:25 PM
โพสต์ทั้งหมด: #4
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ส่วนมาทุกวันนี้ใช้รถเกี่ยว เกี่ยวเสร็จก็สีลงถุงปุ๋ย หรือ กระสอบป่าน แล้วแต่
เสร็จแล้วขนมาบ้าน ตากกับพื้นถนน

ช่วงปลายปี หน้าหนาว ถ้าขับรถไปอิสาน
ก็จะเห็นว่า ถนน เหลือเพียงเลนเดียว (ถนนบ้านนอกมีสองเลน สวนกัน)
บ้างก็ตากไว้เลนขวา บ้างก็ตากไว้เลนซ้าย สลับกันไป ถนนทางเข้าหมู่บ้าน
ก็ต้องวิ่งซิกแซกกันสนุกสนาน

ก็ให้ทำใจไว้ว่า พื้นที่ตากเม็ดข้าวเปลือกมันไม่ค่อยมี
ถือซะว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา

เมื่อก่อนก็นอนเฝ้ากองข้าว ทุกวันนี้ต้องนอนเฝ้าข้าวที่ตาก
เดี๋ยวมีการขโมยข้าวกัน ทำนามาแทบตาย โดนขโมยข้าวที่ทำมาทั้งปี
มันเจ็บปวดรวดร้าว

เหมือนกับทำมาทั้งปี เสียค่านู่น นั่น นี่ แต่ดันปล่อยน้ำมาท่วมข้าวตายซะหมด
เหมือนรัฐบาลเหี้ย ๆ อย่างนี้ ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

เห้อ .....

[ภาพ: banner-comp234x60.png]
เครียดกับการเมือง เชิญฟังเพลงเพราะ ๆ กันได้จ้า (ไร้การเมือง) กดเพื่อฟัง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-05-2011, 08:03 AM
โพสต์ทั้งหมด: #5
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ภาพประกอบการดำนา ตกกล้า ที่ตกค้างมาจากตอนที่ 2
   
ดำนาแบบดั้งเดิม
   
ตกกล้า(ปลูกต้นกล้าข้าวเพื่อใช้ดำ)
   

ต้นกล้าที่โตยาวประมาณ 30 ซ.ม. พร้อมดำไ้ด้


เพราะเหตุว่าขาดแรงงานเจ้าเครื่องจักรดำนามันเข้ามาแทนที่

   
รถดำนา

   

รถดำนาอีกแบบ

   
แสดงการดำนาด้วยเครื่องจักร

ต้องขอขอบคุณแหล่งที่มาของภาพ ที่ผมหาเอาจากใน google นี่แหละครับ

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-06-2011, 09:38 PM
โพสต์ทั้งหมด: #6
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ก่อนอื่นขอ สวัสดีปีใหม่ทุกๆคนก่อนนะคะ ขอให้ทุกท่านมีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีเงินมีทองตลอดปีค่ะ Big GrinBig GrinBig Grin
ขอขอบคุณท่านผู้เฒ่า มากๆค่ะBig GrinBig Grin มานั่งล้อมวงฟังด้วยคน และขอขอบคุณแอดมินด้วยค่ะที่ปักหมุดกระทู้ Big GrinBig Grin
วันนี้เข้ามาจองที่ก่อนนะคะ อิ อิ Cool คงต้องขอเวลาอ่านลิ้งค์อีกทีค่ะ ShyShyShy
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-06-2011, 09:42 PM
โพสต์ทั้งหมด: #7
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
(01-04-2011 05:25 PM)ผู้กล่าวคติพจน์ เขียน:  ส่วนมาทุกวันนี้ใช้รถเกี่ยว เกี่ยวเสร็จก็สีลงถุงปุ๋ย หรือ กระสอบป่าน แล้วแต่
เสร็จแล้วขนมาบ้าน ตากกับพื้นถนน

ช่วงปลายปี หน้าหนาว ถ้าขับรถไปอิสาน
ก็จะเห็นว่า ถนน เหลือเพียงเลนเดียว (ถนนบ้านนอกมีสองเลน สวนกัน)
บ้างก็ตากไว้เลนขวา บ้างก็ตากไว้เลนซ้าย สลับกันไป ถนนทางเข้าหมู่บ้าน
ก็ต้องวิ่งซิกแซกกันสนุกสนาน

ก็ให้ทำใจไว้ว่า พื้นที่ตากเม็ดข้าวเปลือกมันไม่ค่อยมี
ถือซะว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา

เมื่อก่อนก็นอนเฝ้ากองข้าว ทุกวันนี้ต้องนอนเฝ้าข้าวที่ตาก
เดี๋ยวมีการขโมยข้าวกัน ทำนามาแทบตาย โดนขโมยข้าวที่ทำมาทั้งปี
มันเจ็บปวดรวดร้าว

เหมือนกับทำมาทั้งปี เสียค่านู่น นั่น นี่ แต่ดันปล่อยน้ำมาท่วมข้าวตายซะหมด
เห้อ .....

ไม่เคยเห็นของจริงเลยค่ะ เห็นแต่ในข่าวที่เค้าเกี่ยวข้าวมาวางไว้ที่ถนนตอนน้ำท่วม อ้อ แล้ว คนขโมยข้าวเนี่ยเค้าขโมยกันตอนไหนล่ะคะ เอาไปทั้งต้นเลยเหรอคะ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-07-2011, 12:25 AM
โพสต์ทั้งหมด: #8
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
(01-06-2011 09:42 PM)sunny เขียน:  ไม่เคยเห็นของจริงเลยค่ะ เห็นแต่ในข่าวที่เค้าเกี่ยวข้าวมาวางไว้ที่ถนนตอนน้ำท่วม อ้อ แล้ว คนขโมยข้าวเนี่ยเค้าขโมยกันตอนไหนล่ะคะ เอาไปทั้งต้นเลยเหรอคะ

เขาก็ขโมยฟ่อนข้าวน่ะครับ ที่เกี่ยวเสร็จแล้ว มัดเป็นฟ่อน ๆ ไว้แล้วเตรียมสีน่ะครับ
แล้วสมัยนี้ จะเกี่ยวด้วยรถทำให้ได้ข้าวทันที แล้วต้องเอาไปตากเนี่ย ถ้าเกิดไม่นอนเฝ้า เขาก็มาขโมยตักขึ้นรถไปเลยก็มีครับ

เดี๋ยวให้ท่านผู้เฒ่าเล่าต่อก่อนครับ ผมจะมาเสริมอีกที แบบว่า ไม่อยากแย่งซีน อิอิ

[ภาพ: banner-comp234x60.png]
เครียดกับการเมือง เชิญฟังเพลงเพราะ ๆ กันได้จ้า (ไร้การเมือง) กดเพื่อฟัง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-07-2011, 09:20 AM
โพสต์ทั้งหมด: #9
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
(01-07-2011 12:25 AM)ผู้กล่าวคติพจน์ เขียน:  
(01-06-2011 09:42 PM)sunny เขียน:  ไม่เคยเห็นของจริงเลยค่ะ เห็นแต่ในข่าวที่เค้าเกี่ยวข้าวมาวางไว้ที่ถนนตอนน้ำท่วม อ้อ แล้ว คนขโมยข้าวเนี่ยเค้าขโมยกันตอนไหนล่ะคะ เอาไปทั้งต้นเลยเหรอคะ

เขาก็ขโมยฟ่อนข้าวน่ะครับ ที่เกี่ยวเสร็จแล้ว มัดเป็นฟ่อน ๆ ไว้แล้วเตรียมสีน่ะครับ
แล้วสมัยนี้ จะเกี่ยวด้วยรถทำให้ได้ข้าวทันที แล้วต้องเอาไปตากเนี่ย ถ้าเกิดไม่นอนเฝ้า เขาก็มาขโมยตักขึ้นรถไปเลยก็มีครับ

เดี๋ยวให้ท่านผู้เฒ่าเล่าต่อก่อนครับ ผมจะมาเสริมอีกที แบบว่า ไม่อยากแย่งซีน อิอิ

จะให้เล่าเรื่องอะไรอะครับ เรื่องขโมยข้าวนี่ สยัยก่อนเขามาแอบหาบฟ่อนข้าวที่ยังไม่นำมา"ลอม"(เป็นภาษาของชาวนาหมายถึงเอาฟ่อนข้าวมากองซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบสามารถกันน้ำฝนเปียกข้าว)เป็นที่สังเกตอยูเหมือนกันแต่หาตัวขโมยยากเพราะื้พื้นที่เป็นร้อยไร่ มันเฝ้าไม่ไหว วิธีป้องกันคือ จะไม่รีบมัดฟ่อนข้าวทิ้งค้างคืน ถ้ามัดจะรีบเก็บมารวมที่ลอมทันที ส่วนสมัยใหม่เรียนตามตรงว่าเห็นเหมือนท่านทั้งหลายในข่าวเพราะเลิกทำนามานานนนนน...แล้ว ส่วนเรื่องแย่งซีนไม่เคยคิดเลยครับ ยินดีมากเสียอีก ที่มีคนเข้ามาร่วมแสดงความเห็น ไม่ต้องกังวลครับ เต็มมมม..ที่เลย

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-07-2011, 09:52 AM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 01-07-2011 10:11 AM โดย ผู้เฒ่า2492.)
โพสต์ทั้งหมด: #10
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ตอนที่ 3 แหล่งเพราะปลูกข้าวนาปี – นาปรัง –ข้าวจ้าว ข้าวเหนียว
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า เราปลูกข้าวกันทั่วประเทศ แต่ลองดูตามลิงค์ครับ
   

-พื้นที่เพาะปลูกและปริมาณผลผลิตข้าว
-แหล่งเพาะปลูกข้าวเจ้า ข้าวเหนียว และข้าวขาวดอกมะลิ 105
-พื้นที่เพาะปลูกข้าวในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน
-ดัชนีตามฤดูกาล ผลผลิตข้าวนาปี และนาปรัง
-สัดส่วนการแปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าว
-ปริมาณสต็อกข้าวปลายปีของประเทศไทย
   
แผนที่แสดงการปลูกข้าวชนิดต่างๆ
เข้าไปในเวบฯข้างล่างนี้ แล้วคลิกดูเรื่องได้เลยครับ

http://www.aftc.or.th/itc/products_analy...fmnu_id=18

การปลูกข้าวเหนียว โดยส่วนตัวผมไม่เชี่ยวชาญเพราะคนภาคตะวันออกบริโภคข้าวเจ้าเป็นหลัก การปลูกข้าวเหนียว
ทำไว้กินเองเล็กๆน้อยไม่เกิน 5 ไร่ มีบางคนถามว่าดูต้นข้าวแล้วบอกได้ใหมอันไหนเป็นข้าวจ้าว อันไหนเป็นข้าวเหนียว
ท่านอื่นไม่ทราบครับแต่ตัวผมดูไม่ออก ถ้าออกรวงแล้วส่วนมากผมบอกได้ ยิ่งถ้าเห็นเม็ดข้าวจะบอกได้(คงไม่ร้อนแปอร์เซนต์) การจะเอาภาพมาลงเปรียบเทียบคงหาความแตกต่างยากมาก ลองดูที่ลิ้งค์นี้ครับเรื่องปลูกข้าวเหนียว
http://www.servicelink.doae.go.th/webpag...e/r012.pdf

ลองดูทุ่งข้าวที่ใกล้จะได้เก็บเกี่ยวแล้ว สวยใหมครับ ถึงผมจะเห็นจนชินตาแต่เวลาย้อนไปเยี่ยมบ้านเกิด
ยังคงหลงไหลเหมือนเดิม

.bmp  ทุ่งข้าวดอกมะลิ.bmp (ขนาด: 147.47 KB / ดาวน์โหลด: 76)

   


ภาพทุ่งข้าว

อุปกรณ์ทำนาที่ปัจจุบันถือว่าตกยุกต์แล้วทั้งหมดแม้แต่เครื่องนวดข้าวขนาดเล็ก ลองเข้าไปดูครับ

   

เครื่องนวดข้าวแบบนี้ล้าสมัยแล้ว

   



http://www.openbase.in.th/node/10274

   

   

เขาใช้แบบนี้กันแล้ว ภาพรถหว่านข้าว ดำนา

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-07-2011, 11:41 AM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 01-07-2011 11:55 AM โดย ผู้กล่าวคติพจน์.)
โพสต์ทั้งหมด: #11
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
งั้นผมขอเสริมเรื่อง "ฟ่อน" ข้าว กับ "ลอม" ข้าว แล้วกันนะครับ เพื่อประกอบความเข้าใจในการ โขมยข้าว 555+

การทำนาเนี่ย มันหลายขั้นตอนครับ

สมัยก่อน ที่ต้องเกี่ยวมือเนี่ย เมื่อเกี่ยวเต็มกำมือแล้วก็ต้องเหยียบตอต้นข้าวที่เหลือแต่ซังน่ะครับ ให้เรียบ ๆ แล้ววางกำรวงข้าวกะว่าได้ขนาดพอมัดได้ บ้านผมเขาเรียกว่า "ฟ่อน" ฟ่อนหนึ่งก็ราว ๆ 10 กำมือ(เต็มกำนะครับ) เสร็จแล้ว วางทิ้งไว้อย่างนั้นแหล่ะครับ ตอนเช้ามืดค่อยมาเก็บกู้ เรียกว่า กู้ข้าว ที่ต้องทำตอนเช้า ๆ เพราะว่า น้ำค้างตอนกลางคืนจะทำให้ฟางข้าวนุ่มครับ จะได้ใช้ฟางข้าวนั้นน่ะ ฟั่นเพื่อมัดฟ่อนข้าวได้


เกี่ยวข้าววางไว้ก่อน
[ภาพ: DSC02543.jpg]


ตอนเช้า ๆ ค่อยมากู้ข้าว โดยการใช้รวงข้าวนั้นแหล่ะ เป็นที่มัด
[ภาพ: dscf2095lj3.jpg]

[ภาพ: dscf2098mb8.jpg]

แล้วก็วางไว้แถวนั้นแหล่ะ
[ภาพ: dscf2097yl7.jpg]

หลังจากนั้น ก็ค่อยมาขนฟ่อนมากองรวมกันไว้ เตรียมสี เรียกว่า ล้อมข้าว
ก่องข้าวนี้ยังไม่ได้เรียงนะครับ ใครที่นาเยอะ ๆ เนี่ย เขาจะเรียงกองข้าวอย่างเป็นระเบียบเชียวแหล่ะ
กองใหญ่ อัดแน่น สูงท่วมหัวกันเลยทีเดียว สีครั้งหนึ่ง ครึ่งคืนไม่เสร็จอ่ะครับ ใช้รถสีขนาดใหญ่นะครับ
[ภาพ: 11hz9fq2.jpg]


นี่ลอมข้าว
[ภาพ: original_a1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A...8%25A7.jpg]

ตรงนี้แหล่ะครับ ถ้าเกิดว่า ไม่นอนเฝ้า เขาก็มาลักหลับเอาตอนนี้แหล่ะครับ ขนฟ่อนข้าว ขึ้นรถไปเลย

อื่น ๆ ให้ท่านผู้เฒ่า เล่าต่อนะครับ

[ภาพ: banner-comp234x60.png]
เครียดกับการเมือง เชิญฟังเพลงเพราะ ๆ กันได้จ้า (ไร้การเมือง) กดเพื่อฟัง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-07-2011, 01:18 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 01-07-2011 01:21 PM โดย ผู้เฒ่า2492.)
โพสต์ทั้งหมด: #12
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
เพื่อให้เห็นภาพของการทำนา ปัญหา อุปสรรคให้ชัดยิ่งขึ้นผมเลยแทรกการนำเสนอเรื่องการนวดข้าวให้ชมเสียเลย

   

นวดข้าวโดยใช้คนฟาด
(นวดภาษาทำนาบ้านผมหมายถึงการแยกเม็ดข้าวเปลือกออกจากรวงข้าว ไม่ได้หมายถึงการนวดแก้ปวดเมื่อย หรือนวดแป้งทำขนม หรือนวดเพื่อจุดประสงค์อื่นๆ)

   

นวดด้วยวัวลานหรือควายลาน

   

นวดด้วยรถไถเดินตาม ในภาพจะเห็นลอมข้าวขนาดใหญ่เป็น
ฉากหลัง สวยดีนะครับ


   
นวดด้วยเครื่องจักร์(บางแห่งเรียกสีฝัด)จะแยกแกลบ ฟางข้าวและเม็ดข้าวออกจากกันทันที ตากอีก2-3แดด(กลับเมล็ดข้าวด้วย)เก็บเข้ายุ้งหรือขายได้เลย

   

นวดด้วยรถไถใหญ่ (มักจะต้องพรมน้ำก่อนเพราะรถหนักมากเมล็ดข้าวเสียหายได้มาก)

บริเวณที่นวดข้าวมักจะอยู่ใกล้บ้านไม่ว่าจะนวดด้วยวิธีใด การเฝ้าข้าวทำได้ง่าย เสียแต่มันหนาวจับใจ แต่หนุ่มๆชอบอาสาไปเฝ้า ก็ได้่เมียกันตอนนี้แหละ ฮี่..Big Grin

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-08-2011, 03:51 PM
โพสต์ทั้งหมด: #13
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
เพิ่งจะเคยได้ยินและรู้ว่า ลอม คืออะไรวันนี้เอง ShyShy เคยเห็นในภาพวาดที่เค้าวาดกัน นึกว่าเป็นกองฟางเปล่าๆ ShyShyShy
คนขโมยข้าวนี้หน้าด้านจริงๆ (ขอด่าด้วยคน) Tongue
แล้วไม่ได้ทำ ลอม ไว้ข้างๆบ้านเหรอคะ เวลาพวกขโมยเข้ามาจะได้ได้ยิน เพราะน่าจะใช้เวลาขนย้ายนานอยู่กองใหญ่ขนาดนั้น

เข้าไปอ่านลิ้งค์ที่ท่านผู้เฒ่าวางไว้ ถึงเข้าใจว่า ข้าวไวแสง คืออะไร คำถามก็คือ ถ้าเราปลูกข้าวนาปีแบบนี้ ในพื้นที่มากๆ ระยะเวลาการออกรวงไม่เท่ากัน ระยะเก็บเกี่ยวได้จะดูยังไงล่ะคะ เพราะบางต้นออกรวงก่อนก็ต้องเก็บเกี่ยวได้ก่อนน่ะค่ะ
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-08-2011, 04:02 PM
โพสต์ทั้งหมด: #14
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ติดตามอ่านอยู่ค่ะ

"Forgive your enemies, but never forget their names."
ไม่ใช่เพราะความดีเลยเป็นที่จดจำ แต่เป็นเพราะ ความระยำ เลยทำให้ไม่เคยลืม color=#FF4500][/color]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-08-2011, 09:47 PM
โพสต์ทั้งหมด: #15
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
คุณ sunyและ คุณนายฯ ครับสมัยผมยังเป็นเด็กท้องนา เราไม่เคยจับตัว
ขโมยข้าวได้เพราะเวลาเกี่ยวข้าว เราต้องทิ้งข้าวกำที่ยังไม่ได้มัดฟ่อน ไว้ในอันนาห่างบ้านหลายร้อยเมตร เราเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่าบางคนทำนาไม่มากทำไมได้ข้าวมากแต่สมัยนี้ไม่ทราบครับ

เรื่องการเกี่ยวข้าวเมื่อใด นี่..ต้องใช้ความชำนาญนิดหนึ่ง แต่เอาง่ายๆคือที่สีของรวงข้าวถ้าออกเขียวจะยังไม่เกี่ยวเพราะจะมีความชื้นสูง ต้องคอยให้เหลือลองดูภาพเปรียบเทียบครับ

   
รวงข้าวที่เริ่มมีเม็ดโตเต็มที่ ถ้าแกะดูจะมีน้ำนมช้าว
   
อันนี้น้ำนมข้าวจะแห้งแล้วแต่เม็ดยังขุ่น
   
ภาพนี้ความจริงอีกไม่เกิน 7 วันเกี่ยวได้
   
ภาพนี้คือข้าวที่แก่จัดแกะดูเม็ดข้าวจะใสนึกถึงเม็ดข้าวกล้องนะครับ

ถ้าเกี่ยวข้าวอ่อนเม็ดข้าวสารจะไม่สวย ข้าวน้ำหนักน้อย ต้องตากแดดนานวันแต่ถ้าแก่เกินไปเวลาเกี่ยวข้าวจะล่วงมาก

อย่างที่เรียนครับต้องอาศัยความชำนาญ อีกอย่างครับข้าวไวแสงจะมีเวลาเก็บเกี่ยวตายตัวแน่นอน เช่นข้าวดอกมะลิถ้าผมจำไม่ผิดคือปลายพฤศจิกายน(29-30)ถึงต้นธันวาคม(1-8)มีเวลาเพียงประมาณ 10 วันเท่านั้น

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-08-2011, 10:10 PM
โพสต์ทั้งหมด: #16
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
เรื่องเกี่ยวข้าว ไม่ได้กำหนดหรอกครับ แล้วแต่ความชำนาญอย่างท่านผู้เฒ่าว่า

แต่ถ้าเกี่ยวช่วงที่ต้นข้าวเริ่มแก่ ออกเหลืองแล้ว ก็จะเกี่ยวง่ายครับ รวงข้าวไม่หัก
แต่ถ้าเกิดว่าข้าวแก่ได้ที่แล้ว แต่ไม่สามารถจะเกี่ยวได้ในเร็ว ๆ นี้เขาก็จะใช้วิธี "มอบข้าว"

ภาษาอิสานนะครับสำเนียงอิสาน "มอบข้าว" หรือ หมอบข้าว คือการใช้ไม้ไผ่ยาว ๆ ดันต้นข้าวให้เอนไปทางเดียวกัน เพราะหากต้นข้าวแห้ง โดนลมพัด มันก็จะไปไขว้กัน ทำให้เกี่ยวยาก รวงข้าวหักง่าย เม็ดข้าวหล่นง่าย
อะไรประมาณนี้ครับ

[ภาพ: banner-comp234x60.png]
เครียดกับการเมือง เชิญฟังเพลงเพราะ ๆ กันได้จ้า (ไร้การเมือง) กดเพื่อฟัง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-08-2011, 10:24 PM
โพสต์ทั้งหมด: #17
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
(01-08-2011 10:10 PM)ผู้กล่าวคติพจน์ เขียน:  เรื่องเกี่ยวข้าว ไม่ได้กำหนดหรอกครับ แล้วแต่ความชำนาญอย่างท่านผู้เฒ่าว่า

แต่ถ้าเกี่ยวช่วงที่ต้นข้าวเริ่มแก่ ออกเหลืองแล้ว ก็จะเกี่ยวง่ายครับ รวงข้าวไม่หัก
แต่ถ้าเกิดว่าข้าวแก่ได้ที่แล้ว แต่ไม่สามารถจะเกี่ยวได้ในเร็ว ๆ นี้เขาก็จะใช้วิธี "มอบข้าว"

ภาษาอิสานนะครับสำเนียงอิสาน "มอบข้าว" หรือ หมอบข้าว คือการใช้ไม้ไผ่ยาว ๆ ดันต้นข้าวให้เอนไปทางเดียวกัน เพราะหากต้นข้าวแห้ง โดนลมพัด มันก็จะไปไขว้กัน ทำให้เกี่ยวยาก รวงข้าวหักง่าย เม็ดข้าวหล่นง่าย
อะไรประมาณนี้ครับ
ในภาคกลาง ภาคตะวันออกเขาเรียก "นาบข็าว"ให้ข้าวล้มไปทางเดียวกันโดยดูทิศทางลมด้วย ห้ามย้อนลมเด็ดขาดเกี่ยวยากมาก ..ช้า..แต่ปัจจุบันใช้รถเกี่ยวอุ้ม เขาไม่ต้อง มอบ หรือหมอบ หรือนาบแล้ว ถ้าฝนไม่มีเขาจะปล่อยให้ข้าวแก่จัด แล้วเอารถรูดเลย วันหนึ่งเกี่ยวได้เป็น 100 ไร่ เพราะเกี่ยวได้ทั้งกลางวันกลางคืน คนขับล้าขับไม่ไหวเปลี่ยนคนขับอันนี้เป็นรถรับจ้างนะครับเขามีทีมงานของเขา บางทีถ้าข้าวมากเขาเอารถมา 3-4 คันก็เคยเห็น มีคนรับจ้างทำนาแล้วครับ เหมาตั้งแต่ต้นจนจบเลย คนรับเหมาเขาจะดูแลให้ แน่นอนต้นทุนแพงขึ้น แต่ไม่เหนื่อยมาก

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-09-2011, 08:42 AM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 01-09-2011 09:14 AM โดย ผู้เฒ่า2492.)
โพสต์ทั้งหมด: #18
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ขอบคุณ เจ้าของภาพถ่ายที่นำมาให้ชม

ถ้าจะเขียนเรื่องทำนาโดยใช้ข้อมูลของตนเองทั้งหมดคงต้องใช้เวลาเป็นปีโดยเฉพาะเรื่องภาพถ่าย แต่สมัยนี้ภาพในอินเตอรเนทมีมากมาย ถึงเจ้าของภาพอาจไม่ได้เจตนาสื่อตามที่ผมนำเสนอ แต่ด้วยสายตาที่ชำนาญเรื่องข้าว(ขออภัยถ้าดูว่าขี้โม้)ของหลายๆท่านจะบอกได้ทันที วันนี้จึงเอาภาพมานำเสนอให้ครบแง่มุมต่างๆเท่าที่จะหาภาพได้

มาว่ากันต่อเรื่องการดูว่าจะเกี่ยวข้าวได้เมื่อใด


เริ่มด้วยการดูรายละเอียดว่าดอกข้าวเป็นอย่างไร ภาพอาจเล็กไปบ้าง

   

ภาพดอกข้าว เกสรยาวคือเกสรตัวผู้ ที่เป็นตุ่มสั้นๆคือเกสรตัวเมีย ตอนดอกข้าวบานกลีบดอกจะเปิดอ้าออกเมื่อข้าวปฏิสนธิแล้วกลีบดอกจะปิดลงกลายเป็นที่อนุบาลเมล็ดข้าวอ่อน(ตอนนี้จะเรียกเปลือกข้าว)จนถึงข้าวแก่เมื่อสีข้าว(กระเทาะเปลือกให้เป็นข้าวสาร)จะกลายเป็นแกลบใช้ทำเชื้อเพลิง

   
ภาพรวงข้าวที่ดอกข้าวเริ่มบาน

   
รวงข้าวอ่อน(เปลี่ยนภาพ)ภาพสุดท้ายคือรวงข้าวกำลังเป็นน้ำนมข้าว
ข้าวเริ่มสร้างเนื้อข้าวแกะดูจะเห็นน้ำนมข้าวสังเกตดูจะเห็นความเขียวสด


รวงเริ่มแก่ขึ้นสังเกตสีเริ่มออกเหลือง

       

ส่วนสามภาพนี้ขอให้เทียบความแก่ของข้าวตามลำดับ โดยดูจากสีเมล็และรวงข้าวจะเปลี่ยนเป็นเหลืองมากขึ้นทุกที


ไฟล์แนบ ภาพ
   

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-09-2011, 09:05 AM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 01-09-2011 04:50 PM โดย ผู้เฒ่า2492.)
โพสต์ทั้งหมด: #19
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
อีกเรื่องคือลอมข้าวกับลอมฟาง

   

ภาพนี้เป็นลอมข้าวยังไม่ได้นวด(แยกเมล็ดออกจากฟาง)

       

ภาพนี้เป็นลอมฟางสังเกตจะเป็นรูปกรวยมีหลักปักไว้ที่กึ่งกลาง
ชาวนาเก็บไว้ใช้ประโยชน์คือ
1.ให้วัว-ควายกินในยามที่หญ้าขาดแคลน
2.ใช้คลุมดินเมื่อปลูกพืชผักสวนครัว
3.ใช้เพาะเห็ดฟาง
4.ทำปุ๋ยหมัก
5.ทำเชื้อเพลิง(อบไก่ เผาข้าวหลามฯลฯ)

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-09-2011, 08:01 PM
โพสต์ทั้งหมด: #20
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
เพิ่งรู้ว่า ลอมข้าว กะ ลอมฟาง มันคนละอันกัน ฮ่าๆๆ หน้าแตกได้อีกเรา [ภาพ: alink.gif]

เห็นรูปรวงข้าวสีเขียวอ่อนที่มีน้ำนมข้าวแล้วนึกถึงการกวนข้าวยาคู ยิ่งเดี๋ยวนี้กระแสรักสุขภาพด้วยธรรมชาติมาแรง มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับข้าว เยอะเลยค่ะ ทั้งแชมพูทำจากข้าวสีนิล หรือสบู่น้ำนมข้าวนี่ก็หอมเหมือนข้าวตอนสุกใหม่ๆเลยค่ะ Big GrinBig GrinBig Grin
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-10-2011, 09:18 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 01-10-2011 09:27 PM โดย ผู้เฒ่า2492.)
โพสต์ทั้งหมด: #21
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ตอนที่4 การปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105

ขอเรียนไว้ก่อนว่า ข้าวดอกมะลิ105ชอบปุ๋ยอินทรีย์แล้วตอนท้ายค่อยเน้นอีกครั้งครับข้าวดอกมะลิ 105 ปลูกได้หลายวิธี แต่วิธีที่น่าจะให้ผลผลิตสูงสุด น่าจะเป็นการหว่านเทือกหรือหว่านน้ำตมเพราะข้าวพันธ์นี้ในความจำของผมไม่เหมะกับการทำนาดำแต่เหมาะที่จะหว่านเทือกมากกว่า เราสามารถเพิ่มจำนวนต้นโดยการหว่านให้แน่นขึ้นอาจได้สูงถึง 250 ต้น/ตารางเมตร การหว่านแห้งนั้นควบคุมจำนวนตันข้าวงอกได้ยากกว่าเพราะเมล็ดพันธุ์เสียหายมากกว่า(ไม่งอกเพราะความชื้นไม่พอ สัตว์รบกวน)ส่วนนาดำไม่เหมาะ
กับพันธุ์นี้ที่เป็นข้าวเบาไม่มีเวลาแตกกอเพื่อเพิ่มจำนวนรวง ปัจจุบันนักวิชาการอ้างว่าสามารถเพิ่มผลผลิตได้ถึง 1000กิโลกรัม/ไร่(100ถังหรือ 1 เกวียนหรือ 1 เมตริกตัน)

       



http://www.doae.go.th/library/html/detai.../rice2.htm

ส่วนบทความตามลิงค์ด้านล่างนี้ ชี้ให้เห็นว่า การเข้าถึงประชาชนของข้าราชการนั้นไม่ได้ทั่วถึงเลยทำไม ต้องเป็น ต.ท่าทองหลาง ต.ทรายหาย ต.บางกระพ้อ ต.เสม็ดเหนือ อยู่ติดๆกันปลูกไม่ได้หรืออย่างไร ผมขอเรียนว่า ความจริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างที่ว่า มีปลูกกันทั่วไป แต่สมัยก่อนราคาเท่ากับพันธ์อื่นชาวบ้านก็ไม่ทำขายแต่เก็บไว้กินเอง
ผมไม่ได้โจมตีคุณพี่สุนทร สีหะเนิน นักวิชาการที่บุกเบิกความจริงแล้วต้องขอบคุณท่านมากๆ ที่ทำให้การทำนาของเราก้าวหน้าขึ้น
http://icoopthai.com/index.php/cooperati...-jasmin105
ความหอมของข้าวหอมมะลิเกิดขึ้นจากอะไร ?
- กลิ่นหอมของข้าวหอมหอมมะลิ เป็นกลิ่นหอมตามธรรมชาติซึ่งเกิดจากสารระเหย(2-Acetyl-1-pyroline) ที่มีอยู่ทั้งในเมล็ดข้าว ต้นข้าว ใบ และดอก เป็นสารชนิดเดียวกับที่มีในใบเตย
- เนื่องจากความหอมในเมล็ดข้าวเกิดจากสารที่สามารถระเหยได้ ดังนั้นความหอมของข้าวจะลดลงเรื่อยๆ นับตั้งแต่ถูกเก็บเกี่ยวมา เว้นเสียแต่ว่ามีวิธีการจัดเก็บที่ดี

   
สารเคมีที่เป็นกลิ่นหอมในข้าวดอกมะลิ

http://hongthongrice.com/knowledge_detail-68.html


หมายเหตุของ ผู้เฒ่า 2492 สารหอมระเหยในพืชทั้งหลายนั้นไม่ได้มีชนิดเดียวแต่มีหลายอย่างผสมกันอยู่ ท่านจะเห็นได้ว่ากลิ่นของข้าวดอกมะลิไม่เหมือนกับกลิ่นในใบเตย หรือสารเคมีของมะขวิดกับแอปเปิลเป็นตัวเดียวกันแต่กลิ่นแค่คล้ายกันเท่านั้น


เนื่องจากข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวคุณภาพดี มีกลิ่นหอมและรสชาติอร่อย จึงทำให้ขายได้ราคาดี แต่ปริมาณการผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ทั้งนี้เพราะข้าวพันธุ์นี้มีลักษณะประจำพันธุ์หลายอย่างที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพิ่มผลผลิต เช่น มีความไวต่อช่วงแสง (photoperiod sensitive) ต้องการช่วงแสงสั้น (short day length) ในการชักนำให้ออกดอก มีทรงต้นค่อนข้างสูง จึงมักล้มง่าย ทำให้ผลผลิตเสียหายได้ ไม่ต้านทานต่อโรค และแมลงหลายชนิด ผลผลิตต่อไร่จึงต่ำจึงทำให้นักวิจัยข้าวพยายามปรับปรุงคุณสมบัติที่ด้อยนี้ของพันธุ์ดอกมะลิ 105 เรื่อยมา

       
ข้าวกล้องดอกมะลิ-105 ........... ข้าวสารดอกมะลิ105

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-10-2011, 11:36 PM
โพสต์ทั้งหมด: #22
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ขอบคุณท่านผู้เฒ่า และผู้กล่าวคติพจน์ค่ะ ไม่เคยรู้เลยค่ะว่าการทำนามันยากเย็นแสนเข็นขนาดไหน
เพราะเป็นคนกรุงเทพ โดยกำเหนิด พ่อแม่ไม่มีนาให้ทำ ทำไมรัฐบาลไม่เคยส่งเสริมชาวนา ชาวไร่อย่างแท้จริง
ทั้ง ๆ ที่ผลผลิตปีปีหนึ่งก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของชาวนาทั้งนั้น อีกหน่อยคงได้ซื้อข้าวเมืองนอกกินกันบางนะคะ

รอติดตามอ่านอยู่นะคะ

"Forgive your enemies, but never forget their names."
ไม่ใช่เพราะความดีเลยเป็นที่จดจำ แต่เป็นเพราะ ความระยำ เลยทำให้ไม่เคยลืม color=#FF4500][/color]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-12-2011, 11:18 PM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 01-12-2011 11:24 PM โดย ผู้เฒ่า2492.)
โพสต์ทั้งหมด: #23
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ตอนที่ 5 การทำนาหว่านแห้งทั่วๆไป
การทำนาแบบหว่านแห้ง บางทีเรียกหว่านหลังขี้ไถ หรือหว่านสำรวย ก็ไม่ทราบเหมือนกันทำไมเรียกหลายแบบ ส่วนตัวผมนี่ชอบที่จะเรียกว่าหว่านแหง เพราะสื่อได้ตรงความหมายที่สุด

ทำไมต้องหว่านแห้ง

1.เหมาะกับนาปี นาคอยน้ำฝน หว่านทิ้งไว้ ฝนตกความชื้นมากพอข้าวงอก
เป็นต้นข้าวคอยดูแลกำจักวัชพืชและใสปุ๋ย ไม่ต้องมากกว่านี้
2.ประหยัดเวลาเพราะไม่ต้องเตรียมดินเพื่อการปลูกมากหลายขั้นตอน แค่ไถเพียง 2 ครั้ง
2.1ไถดะ(ไถครั้งแรก )หรืออาจเรียกไถกลบวัชพืช ถ้าใช้แรงงานสัตว์จะช้ามากเพราะดินแข็ง แต่ถ้าเป็นรถไถนาจะง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามต้องคอยให้ฝนตกก่อนเพือพื้นดินจะไถง่ายขึ้น
จุดประสงค์คือ
2.1.1 ทำลายวัชพืช
2.1.2ทำให้ดินร่วนซุยขึ้น จะเริ่มกันตั้งแต่ประมาณเดือนพฤษภาคม
2.1.3เป็นการทำปุ๋ยพืชสดจากวัชพืช ถ้ามีการหว่านเมล็ดพืชตระกูลถั่วลงไป
ตามกำนดเวลา จะได้ปุ๋ยพืชสดที่ดี
   
ภาพที่นาก่อนไถครั้งแรก วัวควายได้อาศัยเล็มหญ้า


.bmp  ไถครังแรกด้วยควาย.bmp (ขนาด: 148.22 KB / ดาวน์โหลด: 76)
การไถกลบครั้งแรกด้วยควาย

   
การถกลบครั้งแรกด้วยรถไถเล็ก

การถกลบครั้งแรกด้วยรถไถใหญ่
   
ไถกลบฟางข้าว.

   
ภาพประกอบการไถกลบครั้งแรก จะเห็นวัชพืชขึ้นเต็มไปหมด

2.2 ไถแปร(ไถพรวน)เป็นการไถครั้งที่ 2 ทำให้วัชพืชถูกกำจัดครั้งที่ 2 เนื้อตินจะแตกออกเป็นก้อนเล็กๆ

   
ไถพวนด้วยรถเล็ก
   
ภาพกำลังไถพรวนด้วยรถใหญ่
ดินจะถูกเตรียมให้ขนาดเล็กลงบ้าง ตอนนี้ต้องคอยคำนวนเวลาว่าฝนจะตกเมื่อใด

   
ที่นาพร้อมหว่านแห้ง
   
เมล็ดพันธ์ข้าวที่ใช้หว่านแห้ง
ชาวนาจะต้องหว่านทั้งเม็ดห้ามนำข้าวไปแช่ให้งอกก่อนเพราะถ้าฝนไม่ตกต้นอ่อนที่เริ่มงอกจะขาดน้ำเหี่ยวเฉาตายหมดเมื่อหว่านแล้วฝนตกมีความชื้นมากพอ ต้นอ่อนข้าวจะงอกแบบนี้
ต่อไปก็ต้องกำจัดศัตรูข้าวใส่ปุ๋ย ควาบคุมน้ำถ้าทำได้ครบถ้วน จะให้ผลผลิตสูง แต่ถ้าคุมระดับน้ำ
ไม่ได้เดี๋ยวมากจนท่วมมิดยอดข้าวเดี๋ยวน้อย ฝนทิ้งช่วงต้นข้าวเฉาตายหมด เห็นคำตอบแล้วคืออะไร
ดังนั้นการจัดหาปัจจัยการผลิตจากการสร้างแหล่งน้ำจึงสำคัญที่สุด
       
ภาพต้นอ่อนข้าว

ถ้าต้นข้าวหนาแน่นกำลังดี 100-150 ต้นต่อตารางเมตรจะคลุมวัชพืชได้ ถ้าแน่นเกินไปจะเกิด
ปัญหาหนอนแมลงรบกวน ต้นข้างแย่งอาหารกันเองจนแคระแกรนรวงเล็กผลผลิตน้อยเม็ดข้าวลีบ
ไม่มีเนื้อข้าวหรือมีเนื้อไม่เต็มเมล็ด ตรงนี้ความชำนาญจำเป็นที่สุด คนที่คิดจะทำนาครั้งแรกในชีวิต
จะขาดทุนหรือได้กำไรก็ตรงนี้สำคัญที่สุด ความจริงก็สำคัญเรื่อยมาทุกตอน

http://www.brrd.in.th/rkb2/weed/index.ph...&id=46.htm

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-13-2011, 11:54 AM
โพสต์ทั้งหมด: #24
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ทำนาเดี๋ยวนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆครับ อย่างที่บ้านต้องเตรียมไว้ 100000ต่อการทำนา1ครั้งครับ
เดี่ยวนี้แทบจะตอนทำนาต้องไปดูทุกวันเพราะเพลี้ยกระโดดมันเยอะ ถ้าโดนเพลี้ยกระโดดดีเดียว ขาดทุนยับครับ

ระหว่างเนื้อย่างกับหมูปิ้ง จะเลือกอะไรดี รักพี่เสียดายน้อง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-14-2011, 04:38 PM
โพสต์ทั้งหมด: #25
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
เห็นแบบนี้แล้ว ถ้าชาวนาที่เป็นแรงหลักของประเทศหยุดขายข้าวให้รัฐบาล จะเกิดอะไรขึ้นคะ
ในเมื่อรัฐบาลไม่เคยช่วยเหลือชาวนาอย่างจริงจัง อย่างที่คุณ this is thailand ว่าต้องเตรียม
ทุน 100000 บาทต่อการทำนาหนึ่งครั้ง จะได้กำไรเหลือกินเหลือใช้สักเท่าไหร่ ไหนต้องจ้างแรงงาน
จ้างรถเก็บเกี่ยวอีก ...น่าเห็นใจนะคะ

"Forgive your enemies, but never forget their names."
ไม่ใช่เพราะความดีเลยเป็นที่จดจำ แต่เป็นเพราะ ความระยำ เลยทำให้ไม่เคยลืม color=#FF4500][/color]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-14-2011, 05:35 PM
โพสต์ทั้งหมด: #26
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ผมเคยคิดเหมือนกันครับคุณนาย
ทำไม ชาวนาไม่คว่ำบาตร
ทำไม ไม่ตั้งกลุ่มตัวเอง
ทำเอง ซื้อเอง ขายเอง

แต่ ....

รู้สึกว่าจะมีกฏหมายกำกับไว้ในเรื่องนี้นะครับ

[ภาพ: banner-comp234x60.png]
เครียดกับการเมือง เชิญฟังเพลงเพราะ ๆ กันได้จ้า (ไร้การเมือง) กดเพื่อฟัง
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-15-2011, 09:24 AM (ข้อความนี้แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 01-16-2011 11:32 AM โดย ผู้เฒ่า2492.)
โพสต์ทั้งหมด: #27
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ตอนที่ 6 การทำนาหว่านน้ำตมหรือหว่านเทือกและนาดำ

การเตรียมดินสำหรับการทำนาหว่านน้ำตมจะเหมือนกันมากกับการเตรียมดินสำหรับทำนาดำและแตกต่างจากหว่านแห้งมีขั้นตอนและต้องใช้แรงงานมากกว่า
1.การไถกลบครั้งแรกจะทำได้ทั้งที่ดินยังแห้งหรือจำไถตอนมีน้ำแล้วก็ได้เหมือนกับการหว่านแห้ง แต่นิยมไถตอนมีน้ำเล็กน้อยเป็นการทิ้งดินให้เกิดการหมักวัชพืชให้กลายเป็นปุ๋ยพืชสดต้องใช้เวลา 15 วัน

       
ภาพประกอบการไถนาหว่านน้ำตม

2. การไถพรวนจะไถเมื่อเริ่มมีน้ำแล้ว ถ้าเดินดูตามขี้ไถจะเห็นผลการหมักปุ๋ยพืชสดมีซากเน่าเปื่อยสีดำเห็นชัดเจน ดินกลายเป็นสีดำ

3.การคราดดิน เป็นการเตรียมดินให้แตกละเอียดและหมกซากวัชพืชที่เหลือจากการหมัก จะคราด 2-3 ครั้ง เว้นระยะห่างกัน 2-3 วันนียมทำตอนมีน้ำน้อยๆพอท่วมผิวดิน จะได้ใช้ระดับน้ำในอันนาเป็นตัวจับระดับผิวดินด้วย
เพราะนาดำและนาหว่านน้ำตมพื้นดินต้องมีระดับเท่ากันเพื่อควบคุมระดับน้ำได้สามารถบังคับให้ข้าวแตกกอได้ด้วยการคุมระดับน้ำ
           
ภาพประกอบการคราดดิน

ถ้าเป็นนาดำขั้นตอนจะจบลงตรงนี้ เตรียมถอนต้นกล้ามาดำได้ คงต้องเขียนเป็นตอนย่อยเรื่องนาดำอีกตอนเสียแล้ว

4.การทำเทือก(ทำผิวดินเลนให้เรียบเสมอกัน)จะใช้ไม้กระดานขนาดกว้าง 6-8 นิ้ว ยาว 2-4 เมตรขึ้นกับกำลังแรงงานที่ใช้ลากคนคุมกระดานจะนั่งไปบนไม้กระดานด้วยเพื่อเพิมน้ำหนักกด ตอนเด็กผมชอบมาก มันสนุก การเตรียมดินสำหรับตกกล้าทำแบบเดียวกัน ในขั้นตอนนี้จะต้องคุมระดับน้ำให้ต่ำมาก 1-2 ซม.เท่านั้น

   


   
แปลงนาพร้อมหว่าน

ภาพการปรับผิวดินเพื่อตกกล้าหรือหว่านน้ำตม

5.การแบ่งซอยแปลงนาสมัยก่อนใช้ใหกระเทียมดอง สมัยนี้ไม่ทราบใช้อะไรไม่เคยสังเกตอีก นำมาลากทำให้เกิดล่องน้ำเล็กๆโดยนิยมให้ร่องน้ำห่างกันกว้างประมาณ 4-5 เมตรตัวล่องน้ำลึก 5-10 ซม. จุดประสงค์เพื่อให้น้ำตกลงในล่องน้ำ ต้องปล่อยน้ำออกจากนาให้แห้ง จึงเริ่มหว่านข้าวงอก


       
ภาพข้าวงอก(ในภาพซ้าย มีหลายเมล็ดรากยาวเกินไป )
ภาพข้าวงอกที่เป็นพันธ์ข้าว มีรากงอก 2-3 มิลลิเมตร ถ้ารากยาวกว่านี้เวลาหว่านรากจะหัก รากติดกันหว่านยาก ทำให้การเจริญเป็นต้นข้าวลดน้อยลง เมล็ดพันธ์ข้าว ต้องไม่จมในน้ำโคลน ถ้าจมมากเมล็ดข้าวงอกจะเน่าเสีย ถ้าน้ำมากเกินไปต้นข้าวจะไม่แทงรากลงดินจะลอยอยู่เหนือน้ำและตายไปในที่สุด ทำให้ต้นข้าวไม่สม่ำเสมอบางเกินไปหรือแน่นเกินไปเป็นหย่อมๆต้องเสียเวลามาถอนบริเวณที่ต้นข้าวแน่นเอาไปดำซ่อมในบริเวณที่ต้นข้าวบางเสียเวลาเสียแรงงาน ในบางครั้งถึงขั้นต้องตกกล้าเพื่อเอามาซ่อมก็มี

   
ภาพการหว่านข้าวงอก(น้ำตม)
   

ความหนาและเมล็ดข้าวที่หว่าน ต้องปล่อยให้ดินแห้งจนเริ่มแตกระแหง
หรือสังเกตว่าต้นข้าวเริ่มขาดน้ำ(เหี่ยวเล็กน้อย)จึงปล่อยน้ำเข้านา



       
ภาพข้าวหว่านนาน้ำตมที่เริ่มโตใส่น้ำเข้านาได้

ถ้าต้องการให้ข้าวแตกกอมากต้องมีน้ำน้อยๆระดับแฉะๆ เหมาะสำหรับข้าวหนักนาปี เก็บเกี่ยวล่าถึงปลายเดือนมกราคม ต้นกุมภาพันธ์(แถวๆบ้านผม) ควรเป็นนาที่มีแหล่งน้ำมาก

ถ้าเป็นข้าวนาปรังหรือนาปีข้าวเบาไม่นิยมให้แตกกอเพื่อเพิ่มจำนวนต้นแต่นิยมเพิ่มจำนวนต้นด้วยการหว่านให้ต้นหนามากๆ นักวิชาการบางท่านให้หว่านถึง 250-300 ต้น/ตารางเมตร เรียนตามตรงผมไม่เคยหว่านหนาขนาดนี้ จึงไม่ยืนยัน จะมีปัญหาอะไรบ้าง แต่ถ้าได้มีโอกาสกลับไปทำนาอีกครั้งจะลองดู(โลภมากจะยากนาน)

http://kasetinfo.arda.or.th/rice/rice-cu...nawan.html
มีความรู้เชิงวิชาการมากมายลองดูอีกเรื่องครับ
http://sufficiencyeconomy.panyathai.or.t...9%E0%B8%B2

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-16-2011, 06:49 PM
โพสต์ทั้งหมด: #28
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
[ภาพ: attachment.php?aid=8995]

เกิดมาเพิ่งเคยเห็นภาพข้าวงอกค่ะ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่คิดหาวิธีการปลูกข้าวแบบต่าง ๆ จะว่าไป ทฤษฏีเศษฐกิจพอเพียง คงใช้ไม่ได้ผล สำหรับชาวบ้านแบบเรา ๆ นอกจากคนที่เหลือกินเหลือใช้แล้ว อยู่ชิว ๆ สบาย ๆ เหมาะแก่วัยเกษียมากกว่า มีเงินเก็บ มีที่ดินที่นาของตนเอง ชาวนาไม่มีเงินก็ต้องทำนามากๆ เพื่อเอาไปขาย แต่กลับถูกโรงสี พ่อค้าคนกลาง รัฐบาล กดราคา มันหน้านัก..

"Forgive your enemies, but never forget their names."
ไม่ใช่เพราะความดีเลยเป็นที่จดจำ แต่เป็นเพราะ ความระยำ เลยทำให้ไม่เคยลืม color=#FF4500][/color]
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
01-21-2011, 09:33 AM
โพสต์ทั้งหมด: #29
RE: วิธีทำนา มาแล้วตามคำขอ
ตอนที่ 7(ขอสรุปจบเลยนะครับพอดีช่วงนี้ไม่ค่อยว่าง)

การทำนาดำ ความจริงผมได้เขียนไว้จนเกือบหมดแล้วในตอนที่ 2 ทั้งนาดำสมัยก่อนและสมัยใหม่ เพียงแต่ยังไม่ได้ให้เหตุผลว่าเหตุใต้องทำนาดำ การทำนาดำนั้นเหมาะสำหรับข้าวหนัก(ข้าวที่เก็บเกี่ยวล่า)ใช้เวลาในการเติบโตนานกว่าการเพิ่มจำนวนรวงข้าวต้องให้ข้าวแตกกอจากที่ดำไว้เพียง 3-5ต้นต่อ1กอข้าวจะปล่อยให้แตกกอได้ถึง 15 ต้นแต่มีขั้นตอนการปลูกมากกว่าการทำนาดำมีขั้นตอนดังนี้ครับ
1.การเตรียมดินเหมือนตอนที่แล้ว
2.ตกกล้า(เพาะต้นกล้าเตรียมไว้ดำ)
3.ถอนกล้า
4.ดำนา

   
ภาพเมล็ดข้าวงอกที่เตรียมไว้ตกกล้า

การเตรียมข้าวงอกเพื่อตกกล้านั้นต้องนำข้าวเปลือกพันธุ์ข้าวไปแช่น้ำ 24 ชม.แล้วนำมากองรวมกันบนแคร่ปูด้วยกรสอบป่านนำเมล็ดข้าวมาเกลี่ยให้เสมอกันหนาไม่เกิน 2 นิ้วคลุมด้วยกระสอบป่านอีกครั้งลดน้ำให้กระสอบชื้น
และควรลดน้ำขุ่มโชกทุกๆ 6-8 ชั่วโมงทิ้งไว้ 2 วัน เมล็ดข้าวจะแทงรากยาวประมาณ 1-2 ซม. นำมาสงด้วยมือเบาๆให้แตกประจายออกจะได้ข้าวงอกตกกล้าตังในภาพ

การตกกล้าจะทำในแปลงนาแคบๆเพื่อสะดวกในการถอนเมล็ดข้าวจะอยู่ชิดกันมาก 1 ตารางเมตรต้องโรยเมล็ด8000-10000เมล็ดต้องปล่อยน้ำให้แห้งมีแต่ขี้โคลนที่ปรับผิวให้เสมอกัน ทิ้งไว้ประมาน 7-10 วันจังจะปล่อยน้ำเข้า
ใส่ปุ๋ยยูเรียเพื่อให้เร่งการเติบโตและต้นกล้าไม่งอกรากยาวเพื่อหาอาหารจะถอนง่าย 1ไร่ใส่เพียง 10 กก.พอ ประมาณ 1 เดือนถอนไปดำได้


   

ภาพการถอนกล้ามัดเป็นกำเพื่อเตรียมดำด้วยมือ


   

ตกกล้าสมัยใหม่เพื่อดำด้วยเครื่องจักรต้องทำในกระบะที่จัดเตรียมไว้

อคติ หมายถึง ความประพฤติลำเอียงด้วยเหตุ 4 ประการ
-เพราะรัก -เพราะชัง -เพราะหลง -เพราะเกรงกลัวภัย
ค้นหาข้อความทั้งหมดของสมาชิกนี้
ตอบกลับโดยการอ้างอิงข้อความนี้
Post Reply 


ไปยังกระดาน:


User(s) browsing this thread: 1 Guest(s)